ตำรวจกับนักโทษในคุกจำลอง 100 วัน: ข้อเสนอของพัศดีจิมมี่ทดสอบความไว้ใจของทั้งคู่อย่างไร
MrBeast ミスタービーストMrBeast (จิมมี่) สร้างเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดขึ้นมาหนึ่งแห่ง แล้วให้คนสองคนที่แทบจะอยู่คนละขั้วเข้าไปอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งคือ "เลนนี่" ตำรวจที่รับราชการมา 17 ปี อีกคนคือ "เอียน" อดีตนักโทษที่เคยอยู่ในเรือนจำกลาง 3 ปี กติกาคือถ้าทั้งคู่อยู่รอดด้วยกันครบ 100 วัน จะได้เงินคนละ 500,000 ดอลลาร์ แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งขอออกระหว่างทาง ทั้งสองคนจะไม่ได้อะไรเลย
ระหว่าง 100 วันนั้น จิมมี่ในบทบาท "พัศดีจิมมี่" จะมาพร้อมข้อเสนอทุก ๆ 10 วัน ข้อเสนอเหล่านี้ช่วยให้ชีวิตในคุกสบายขึ้นก็ได้ หรือทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันก็ได้ สิ่งที่คลิปพยายามตอบจึงไม่ได้มีแค่ว่าทั้งคู่จะทนได้ครบหรือเปล่า แต่ยังรวมถึงคำถามว่าคนที่มีภูมิหลังต่างกันขนาดนี้จะไว้ใจกันได้แค่ไหน เมื่อเงินกองกลางกับความสบายส่วนตัวถูกวางไว้ตรงหน้า
คุกที่จำลองของจริงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
จิมมี่บอกว่าเรือนจำแห่งนี้จำลองคุกจริงในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่ง จนถึงขั้นมีส้วมแบบเดียวกับในคุกจริง ทุกวันจะมีอาหาร 3 มื้อ ปิดไฟเวลาเดียวกันทุกคืน และปลุกให้ตื่นทุกเช้า ผู้เข้าแข่งขันบ่นว่าเก้าอี้ทั้งเย็นทั้งแข็ง นั่งไม่สบาย ทีมงานติดกล้องนับพันตัวไว้จับทุกความเคลื่อนไหว และดักฟังบทสนทนาทั้งหมด ดังนั้นอะไรที่ทั้งคู่พูดกัน ทีมงานก็จะเอาไปเป็นไอเดียสำหรับข้อเสนอต่อ ๆ ไป
เมื่อจิมมี่ถามเอียนว่าคุกนี้ต่างจากคุกที่เคยอยู่อย่างไร เอียนตอบว่าฟูกหนากว่าและมีหมอนให้ เพราะในคุกจริงไม่มีหมอน จิมมี่ยอมรับว่านอกจากเรื่องหมอนแล้ว ที่เหลือจำลองมาจากของจริงทุกประการ
เอียนเล่าว่าเขาติดคุกในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน เขาเริ่มจากการโกหก ยืมเงินคนหนึ่งไปคืนอีกคนหนึ่ง จนทำเงินของทุกคนหายหมด และปัญหาหนักกว่าเดิมเพราะเขาโกหกเรื่องที่ทำเงินหายด้วย สุดท้ายมีหนี้รวม 500,000 ดอลลาร์ จิมมี่ตั้งข้อสังเกตว่าบังเอิญเป็นจำนวนเดียวกับเงินรางวัลที่เอียนอาจได้จากคลิปนี้พอดี
คืนแรกและการปรับตัวที่ต่างกัน
ความขัดแย้งเริ่มตั้งแต่เรื่องเตียง ทั้งคู่อยากได้เตียงล่าง และสุดท้ายก็ยกให้คนที่อายุมากกว่าตามหลัก "อาวุโส" ที่มีการอ้างว่าใช้กันในคุก คืนแรกผ่านไปไม่ราบรื่นนัก เพราะเลนนี่กรนดังทั้งคืนจนเอียนนอนไม่หลับ เอียนจึงย้ายฟูกลงมานอนบนพื้นเพื่อให้ห่างเสียงกรนมากที่สุด ต่อมาเขาเรียกเลนนี่ว่า "คาบิกอน" ส่วนเลนนี่ตอบว่าอาจจะกรนจริง แต่ตัวเองไม่เชื่อ
ทั้งสองคนปรับตัวต่างกันชัดเจน เอียนบอกว่าอาหารมื้อแรกดูดีกว่าในคุกจริง และรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ถึงขั้นมองว่าที่นี่น่าอยู่ด้วยซ้ำ เลนนี่กลับรู้สึกแปลกที่คนซึ่งจับคนเข้าคุกมาทั้งชีวิตต้องมาติดคุกเอง การมีคนกำหนดว่าต้องนอนกี่โมง ตื่นกี่โมง กินกี่โมง เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
ความเบื่อทำให้ทั้งคู่ต้องหาอะไรทำ พวกเขาช่วยกันดัดแปลงโครงเตียงเป็นห่วงบาสเกตบอลและบาร์โหน เอียนบอกว่าตอนติดคุกครั้งแรกเขาแทบไม่ได้ออกกำลังกาย ครั้งนี้จึงตั้งใจจะแก้ตัว จิมมี่สังเกตว่าทั้งคู่ดูอยากได้อุปกรณ์ยิม ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอแรก
วันที่ 10: ลานออกกำลังกายราคา 50,000 ดอลลาร์
เมื่อจิมมี่ถามว่าคิดว่าข้อเสนอวันที่ 10 จะเป็นอะไร ทั้งคู่เดาว่าเป็นเชฟส่วนตัวหรือห้องสมุด แต่สิ่งที่จิมมี่เปิดให้ดูคือ "ปีกตะวันออก" ซึ่งเป็นลานของเรือนจำ มีบาร์โหนและแป้นบาสเกตบอล ทั้งคู่จะได้ออกมาใช้วันละหนึ่งชั่วโมงตลอดช่วงที่เหลือ เลนนี่บอกว่าได้โดนแสงแดดแล้วรู้สึกดีมาก
ราคาคือ 50,000 ดอลลาร์ หักจากเงินกองกลาง และเงื่อนไขถูกออกแบบให้เป็นเกมความไว้ใจ ทั้งสองคนถูกแยกไปคนละห้องและติดต่อกันไม่ได้ ถ้าทั้งคู่รับ ทั้งคู่ได้ใช้ลานโดยจ่าย 50,000 ถ้ามีคนรับเพียงคนเดียว ก็ยังต้องจ่าย 50,000 จากกองกลางเหมือนเดิม แต่มีแค่คนที่รับเท่านั้นที่ได้ใช้ลานไปจนจบคลิป จิมมี่ถามว่าหลังอยู่ด้วยกันมา 10 วัน แต่ละคนเดาได้ไหมว่าอีกฝ่ายจะเลือกอะไร ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าเรื่องนี้ใหญ่มากเพราะมีผลไปอีก 90 วัน และพูดว่าเขาเบื่อการเป็นผู้ร้ายในชีวิตจริงแล้ว แต่การเป็นคนดีแล้วต้องทนไปอีก 90 วันก็แย่เหมือนกัน
ผลคือทั้งคู่ตอบรับ เอียนอธิบายว่ามุมมองที่เขามีต่อเงินเปลี่ยนไปมาก เขายินดีจ่ายเพื่อให้ผ่านที่นี่ไปได้อย่างสบายขึ้น และพูดว่าไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่จะอยู่จนจบหรือเปล่า ถ้าปล่อยโอกาสที่จะทำให้ชีวิตสบายขึ้นหลุดมือไป เสียเงินบ้างยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ในวันต่อ ๆ มาทั้งคู่ใช้ลานอย่างคุ้มค่า และบอกว่าคุ้มเงิน 50,000 มาก จิมมี่ตั้งข้อสังเกตว่าแค่ได้ออกไปข้างนอกวันละหนึ่งชั่วโมงก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกว่าจะอยู่ครบร้อยวันได้
วันที่ 20: ครัวเต็มวัตถุดิบ แลกกับเวลาในลาน
ปัญหาถัดมาคืออาหาร จิมมี่ตั้งใจให้อาหารเหมือนในคุกจริง ซึ่งไม่ได้อร่อยเท่าไร เมนูอย่าง "มีทโลฟเวอร์ชันพัศดีจิมมี่" ถูกบรรยายว่าเหมือนเบอร์เกอร์แช่แข็งราดซอสเกรวี่ เลนนี่บอกว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่เขาจับกุมต้องกินอาหารแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะทนกินได้อีกนานแค่ไหน และไม่อยากให้แม้แต่คนที่เขาเกลียดที่สุดต้องเจอแบบนี้
ข้อเสนอวันที่ 20 คือห้องครัวที่มีวัตถุดิบและอุปกรณ์ครบสำหรับทำอาหารอร่อยและดีต่อสุขภาพไปจนจบ ทั้งเนื้อวัวบดและฮอทดอก แลกกับการสละเวลาในลานทุกวัน ครั้งนี้ต้องให้คนเดียวตัดสินใจแทนทั้งสองคน เอียนยกสิทธิ์ให้เลนนี่ โดยบอกว่าทั้งคู่คุยกันมาเยอะแล้ว ระหว่างตัดสินใจเลนนี่ถามว่ามีเนื้อไหม และยอมรับว่าไม่รู้ว่าเอียนอยากให้เขาเลือกแบบไหน สุดท้ายเขาเลือกเก็บลานไว้ เอียนบอกจิมมี่ว่ารู้อยู่แล้วว่าเลนนี่จะเลือกลาน และเลนนี่ไม่ได้พิจารณาข้อเสนอด้วยซ้ำ
จิมมี่ประหลาดใจ เพราะได้ยินทั้งคู่บ่นเรื่องอาหารทุกวันจนคิดว่าจะคว้าครัวไว้ เขาบอกว่าเรื่องนี้ง่ายกว่าที่คิด และวันที่ 30 จะทำให้ยากขึ้น ผ่านไป 24 ชั่วโมงทั้งคู่ยืนยันว่าไม่เสียดาย และดีใจที่ไม่ต้องขลุกอยู่ข้างในทั้งวัน เลนนี่บอกว่าไม่มีทางที่เขาจะไม่เลือกลานบาสเกตบอลและการได้ออกไปข้างนอก
แรงจูงใจเรื่องครอบครัว
แม้จะพอใจกับการตัดสินใจ ทั้งคู่ก็ยังนึกถึงสิ่งที่ต้องพลาดไป เลนนี่บอกว่าเป้าหมายสูงสุดคือชนะเงินเพื่อครอบครัว เขามีภรรยาและครอบครัวที่ทุกคนหวังพึ่งเขาอยู่ จึงยอมแพ้ไม่ได้ ส่วนเอียนเล่าว่าตอนติดคุกเขาไม่ได้เจอครอบครัวเลยหนึ่งปี ปีนั้นได้เจอพ่อแค่ 2 วัน และตอนนี้ก็ไม่ได้เจอน้องชายกับแม่มาปีหนึ่งแล้ว
เมื่อได้ออกข้างนอกแค่วันละชั่วโมง ทั้งคู่ก็เริ่มกระสับกระส่ายและหาวิธีฆ่าเวลา ตั้งแต่เล่นดอดจ์บอลด้วยซองซอสมะเขือเทศ ไปจนถึงแกล้งทำเป็นบาดเจ็บแล้วเรียกหน่วยฉุกเฉิน
วันที่ 30: ห้องสมุดที่ใช้ได้เพียงคนเดียว
ครบ 30 วัน จิมมี่ปลดล็อกห้องสมุดที่มีหนังสือหลายร้อยเล่ม นิตยสาร และคอมพิวเตอร์ที่เล่นเททริสกับมายน์สวีปเปอร์ได้ ห้องสมุดนี้ฟรี 100% แต่มีเพียงคนเดียวที่ได้ใช้ วันละหนึ่งชั่วโมงตลอด 70 วันที่เหลือ และห้ามเอาหนังสือออกมาเด็ดขาด เลนนี่เห็นพระคัมภีร์แล้วบอกว่าแค่เล่มนี้เล่มเดียวก็จะช่วยให้เขาผ่านไปได้ จิมมี่ให้เวลาทั้งคู่ 2–3 ชั่วโมงไปตกลงกันเอง
ทั้งคู่ตกลงกันได้ตั้งแต่ต้นว่าควรรับไว้เพราะได้ฟรี คำถามที่เหลือคือใครจะเป็นคนใช้ บทสนทนาเริ่มตึงเครียด เลนนี่ถามว่าทำไมเอียนคิดว่าตัวเองควรได้มากกว่า และย้ำว่าพระคัมภีร์เป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขาผ่าน 70 วันนี้ไปได้ ไม่ใช่แค่ความบันเทิง เอียนสวนกลับว่า "เพียงเพราะฉันไม่นับถือศาสนา เลยเป็นปัญหาเหรอ" ซึ่งเลนนี่ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดแบบนั้น เอียนรู้สึกว่าเลนนี่เปลี่ยนไปกับเขาแบบไม่มีเหตุผล จนถึงขั้นเสนอว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องเอาเลย
สุดท้ายเลนนี่ยกห้องสมุดให้เอียน เขาให้เหตุผลว่าตอนโหวตเรื่องลานออกกำลังกาย เอียนตอบตกลงโดยไม่ลังเล ยอมเสียส่วนของตัวเอง 25,000 ดอลลาร์ ถ้าห้องสมุดเป็นสิ่งเดียวที่เอียนต้องการ เขาก็ยินดีให้ เอียนตอบว่าเลนนี่เป็นคนดีและเป็นตำรวจที่ดี เขาไม่เคยคิดว่าตำรวจจะเป็นแบบนี้และยอมรับว่าตัวเองคิดผิด
ในวันแรกที่ได้ใช้ห้องสมุด เอียนพยายามไม่ให้เลนนี่รู้สึกถูกทอดทิ้ง เขารู้ว่าพระคัมภีร์มีค่ากับเลนนี่แค่ไหน จึงจดข้อความจากพระคัมภีร์ออกมาให้ เลนนี่ขอบคุณและบอกว่าคงต้องพึ่งเอียนแล้ว
เมื่อสัญชาตญาณโจรเริ่มกลับมา
แต่เช้าวันต่อมา เอียนเริ่มทดสอบขีดจำกัด เขาให้เหตุผลว่ากติกาห้ามเอาหนังสือออกไป แต่เขาแค่ฉีกหน้ากระดาษที่มีภาพสวย ๆ ออกมาตกแต่งห้องเท่านั้น ไม่กี่วันต่อมาเลนนี่ก็สนุกไปด้วย ทั้งคู่ทำงานศิลปะและตกแต่งห้องขังให้สวยขึ้น
แม้จะมีกล้องจับตาอยู่ตลอด เอียนก็เริ่มลักลอบเอาหนังสือออกมาทั้งเล่ม เขาบอกว่าไม่มีทางทิ้งเลนนี่ไว้ข้างนอกโดยไม่มีพระคัมภีร์ ไม่มีหนังสือ ไม่มีอะไรทำ ขณะที่ตัวเองสนุกอยู่คนเดียว เขาตั้งชื่อตัวเองว่า "จอมฉกหนังสือ" และโชว์ว่าซ่อนหนังสือไว้เต็มห้อง รวมถึงในห้องน้ำ จิมมี่บรรยายว่าทั้งคู่ทำไปเรื่อย ๆ ราวกับจะไม่ถูกจับ
วันที่ 40: ร้านค้าที่ทุกอย่างราคา 10,000 ดอลลาร์
ในวันที่ 40 จิมมี่มีเซอร์ไพรส์ที่ให้เข้าไปได้ทีละคน ทั้งคู่เป่ายิ้งฉุบกันและเลนนี่ชนะ ได้เข้าไปก่อน สิ่งที่รออยู่คือร้านค้าที่ทีมงานรวบรวมของที่ได้ยินทั้งคู่พูดถึงจากการดักฟังมาไว้เต็มร้าน ตั้งแต่กล่องปริศนาที่ข้างในเป็นอะไรก็ได้ ไปจนถึงลูกบอลที่ข้างนอกอาจขายแค่ 1 ดอลลาร์ แต่ในคุกนี้ทุกชิ้นราคาเท่ากันที่ 10,000 ดอลลาร์ และต้องจ่ายจากเงินรางวัล
เลนนี่เลือกกล่องปริศนาแค่ชิ้นเดียว ส่วนเอียนเผยนิสัยใช้เงินเกินตัวออกมา แม้จะรู้ว่าถ้าใช้มากไปเลนนี่คงโกรธ เขาซื้อเมลาโทนิน ปัตตาเลี่ยน และช็อกโกแลต Feastables รวมเป็นเงิน 30,000 ดอลลาร์ เลนนี่ไม่พอใจที่เอียนซื้อปัตตาเลี่ยนกับแผ่นปิดตานอน และบอกว่าถ้าเขาอยากได้ของพวกนี้ เขาจะใช้ 10,000 ซื้อเอง เอียนตอบว่าอย่าลืมว่าเขาติดคุกเพราะใช้เงินไม่คิด และพอเห็นเครื่องหมายดอลลาร์เต็มไปหมดก็อดใจไม่ไหว
กล่องปริศนาของเลนนี่กลับกลายเป็นเงิน 20,000 ดอลลาร์ จิมมี่บอกว่าเลนนี่ทำเงินได้จากร้านนี้ เลนนี่บอกว่าตอนนี้มีของให้ทำมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเพิ่ม จากนั้นทั้งคู่ใช้เวลาผ่านไปสบาย ๆ วาดรูปด้วยดินสอสีราคา 10,000 พับจรวดจากกระดาษราคา 10,000 และเลนนี่ตัดผมให้เอียนด้วยปัตตาเลี่ยนที่จิมมี่เรียกว่าการตัดผมที่แพงที่สุดในชีวิต ในที่สุดเลนนี่ก็ยอมรับว่าที่อุดหูกับเมลาโทนินที่เอียนซื้อมาช่วยให้เขาได้พักมากขึ้นจริง และขอบคุณเอียน
วันที่ 50: การเยี่ยมของครอบครัวและการขังเดี่ยว
สิ่งที่ทั้งคู่ยังอยากได้แต่ไม่มีขายในร้านคือการโทรหาครอบครัว เลนนี่บอกว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการอยู่ห่างครอบครัวนาน ๆ และทั้งคู่บอกว่ายอมจ่ายค่าโทรศัพท์
ก่อนเผยข้อเสนอวันที่ 50 จิมมี่เปิดคลิปให้ดูว่าเอียนแอบซุกหนังสือใส่กางเกงตั้งแต่วันแรก ต่อมาก็โยนหนังสือเข้ามาในห้อง จนสุดท้ายเดินถือหนังสือออกมาดื้อ ๆ จิมมี่บอกว่าครอบครัวของทั้งคู่นั่งรออยู่ในรถบัสเรือนจำข้างนอก เดิมตั้งใจจะให้เข้ามาเยี่ยมฟรีทั้งสองฝ่าย แต่เพราะมีการทำผิดกฎ จึงมีแค่คนเดียวที่ได้พบครอบครัว และนี่จะเป็นครั้งเดียวจนจบการแข่งขัน เอียนพูดว่าพัศดีเล่นสกปรก ส่วนเลนนี่บอกว่าการได้พบครอบครัวเป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดถึงและยึดไว้มากที่สุด
เอียนยกสิทธิ์ให้เลนนี่ได้เจอภรรยาและลูก เลนนี่บอกว่าเอียนทำเพื่อเขาเหมือนที่เขาเคยทำเพื่อเอียน หลังจากนั้นของกลางที่เอียนซ่อนไว้ถูกยึดหมด และจิมมี่เพิ่มเงื่อนไขอีกข้อ คือเลนนี่อยู่กับครอบครัวได้นานเท่าไรก็ได้ แต่เอียนต้องถูกขังเดี่ยวจนกว่าครอบครัวจะกลับ เลนนี่บอกว่าเขาดีใจแต่ก็รู้สึกแย่ไปพร้อมกัน
ลูก ๆ ของเลนนี่วิ่งเข้ามาหาพ่อ ครอบครัวบอกว่าการเห็นเขาใส่ชุดสีส้มแทนชุดสีฟ้านั้นพิลึกมาก เลนนี่บอกว่าการเยี่ยมครั้งนี้เติมพลังให้เขา ทำให้อยากอดทนอยู่ให้ครบ 100 วัน และอยากให้ทุกคนที่บ้านภูมิใจ ขณะเดียวกันเอียนในห้องขังเดี่ยวได้ยินเสียงเลนนี่กับครอบครัวคุยกันเจี๊ยวจ๊าวอยู่ข้างนอก เขารู้สึกเหมือนถูกขังไว้อย่างหมา และยิ่งอยู่นานก็ยิ่งโกรธ
"เลนนี่ปากโป้ง" และรอยร้าวหลังการเยี่ยม
เมื่อออกมา เอียนตั้งฉายาให้เลนนี่ว่า "ไอ้ปากโป้ง" กล่าวหาว่าเลนนี่ฟ้องเรื่องที่เขาซุกหนังสือ จนถูกยึดเรียบและถูกลงโทษ เขาบ่นว่าเลนนี่ได้กินดีอยู่ดี ส่วนเขาไม่ได้อะไรเลย เลนนี่ตอบว่าเอียนเป็นคนอาสาเองจะบ่นทำไม และปฏิเสธว่าไม่ได้ปากโป้ง เพราะทีมงานมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว เอียนแย้งว่ากล้องไม่ได้ส่องไปใต้เตียง เลนนี่จบบทสนทนาด้วยการเตือนให้ระวังคำพูด
หลังจากนั้นบรรยากาศเปลี่ยนไป เลนนี่สังเกตว่าเอียนเศร้าหมองลง ไม่อยากเล่นหมากรุกหรือบาสเกตบอล ทั้งคู่คุยกันน้อยลงมาก แต่ละคนมีกิจวัตรของตัวเอง ถึงจะห่างเหินกัน เลนนี่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อถามว่าสบายดีไหม เอียนตอบว่าเขาซึมเศร้า พร้อมจะกลับบ้านและพอแล้ว ทั้งที่เพิ่งผ่านมาได้ครึ่งทาง สำหรับเลนนี่เรื่องนี้น่ากังวล เพราะถ้าเอียนกลับบ้าน ทั้งคู่จะแพ้
วันที่ 60: ทีวีกับหนังเก่าที่ถูกปฏิเสธ
จิมมี่นำข้อเสนอที่เขาหวังว่าจะช่วยให้ทั้งคู่คืนดีกันมาให้ในวันที่ 60 คือโทรทัศน์รุ่นเก่า หนังจำนวนหนึ่ง และบอร์ดเกมเป็นของแถม ใช้ได้วันละหนึ่งชั่วโมงตลอด 40 วันข้างหน้า ราคา 30,000 ดอลลาร์ เอียนแซวว่าหนังพวกนี้เหมือนคนเกิดยุค 50 เลือกมา และค้านว่าชั่วโมงเดียวดูหนังไม่จบเรื่อง จิมมี่ตอบว่าก็ดูต่อวันถัดไป เลนนี่ดูจะสนใจอยู่บ้าง แต่เอียนบอกว่าหนังไม่ตรงรสนิยม และเป็นข้อเสนอที่แย่มาก จึงปฏิเสธ
ก่อนทีวีจะถูกเข็นออกไป จิมมี่สั่งให้ค้นตัวเอียน และพบว่าเขาซุกของไว้ในกางเกงใน ซึ่งจิมมี่มองว่าเป็นการหาความเห็นใจหลังจากเพิ่งทำผิดกฎไป ช่วงนี้เอียนรู้สึกเหมือนถูกทารุณทุก ๆ 10 วัน ไม่ได้เจอครอบครัว ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ และพูดซ้ำ ๆ ว่ารู้สึกถูกป่วน เลนนี่เองยอมรับว่าเริ่มโมโหง่ายขึ้นและรำคาญที่เอียนบ่นได้ตลอด แต่ก็กังวลจริงจังว่าเอียนจะเลิก
วันที่ 70: ไม่มีข้อเสนอ ทั้งคู่ต้องประคองกันเอง
เพราะเตรียมข้อเสนอใหญ่ไว้ในวันที่ 80 จิมมี่จึงไม่ให้อะไรเลยในวันที่ 70 ทั้งคู่ต้องหาทางคืนดีกันเอง เลนนี่บอกว่าหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งหดหู่และเศร้า สิ่งที่ทำได้มีแค่อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และเล่นหมากรุก จนกลายเป็นการท้าทายจิตใจจริง ๆ ส่วนเอียนบอกซ้ำว่าแค่อยากกลับบ้าน
เอียนยังเรียกเลนนี่ว่า "นักโทษปากโป้ง" อยู่ เลนนี่สวนว่าเอียนต่างหากที่เป็นนักโทษตัวจริง จิมมี่มองว่าเอียนยังปล่อยวางเรื่องที่มีแค่เลนนี่ได้สิทธิ์ญาติเยี่ยมไม่ได้ เลนนี่พยายามให้กำลังใจด้วยการพูดว่าชีวิตก็ดีอยู่ เอียนตอบว่าชีวิตมีแต่ความทุกข์และมีแต่แย่ลง เขาบอกว่าไม่มีปัญหาถ้าต้องกลับก่อนกำหนด และถ้ามีข้อเสนอให้รับเงินน้อยลงเพื่อกลับบ้าน เขาก็จะรับ ฝั่งเลนนี่บอกว่าการต้องเจอพลังลบตลอดเวลาทำให้เขาหงุดหงิด
วันที่ 80: หินหนัก 2,000 ปอนด์กับกุญแจกรงเงินแสน
เมื่อเหลือ 20 วันและดูเหมือนทั้งคู่ใกล้จะล้มเหลว จิมมี่บอกว่าข้อเสนอต่อไปอาจเป็นโอกาสรื้อฟื้นมิตรภาพ หรือเป็นตัวการที่ทำให้คลิปจบลงก็ได้ ตรงหน้าทั้งคู่คือก้อนหินหนัก 2,000 ปอนด์ ข้างในมีกุญแจไขกรงที่บรรจุเงิน 100,000 ดอลลาร์ ทั้งคู่มีเวลาวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วันเพื่อทุบหินเอากุญแจ แต่ถ้ารับความเสี่ยงนี้ต้องจ่าย 50,000 ดอลลาร์ให้จิมมี่ทันที จิมมี่ย้ำว่าถ้าอยากมีโอกาสสำเร็จ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกัน
เลนนี่บอกเอียนว่ารู้ว่าเอียนไม่ชอบงานน่าเบื่อ แต่ครั้งนี้ต้องลงแรง เอียนลังเลว่าจะทุบได้จริงหรือ และบ่นว่ารู้สึกเหมือนถูกปล้นกลางทางหลวง แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ยืนยันว่าทำได้ และจ่ายเงิน 50,000 ไป
ชั่วโมงแรกทั้งคู่ทุบไม่หยุด แต่หินแข็งมาก เอียนพูดว่าคงเสีย 5 หมื่นไปแล้ว และว่าเขาเกลียดที่นี่ วันรุ่งขึ้นทั้งคู่เริ่มงานทันที แต่เอียนกลายเป็นกองเชียร์มากกว่าคนลงแรง และยืนดูอยู่ข้างสนามตลอดวันที่ 4 เลนนี่บอกว่าผิดหวังมากและใช้แรงจนหมดตัว จิมมี่คิดว่าเอียนคงดูออก เพราะวันรุ่งขึ้นเอียนเปลี่ยนความคิดครั้งใหญ่ พอเลนนี่หมดแรง เอียนก็รับช่วงต่อ ทั้งคู่ใช้สิ่วจนเกิดรอยแยกใหญ่ และบอกว่ามีความหวังขึ้นมาแล้ว
แต่ความคืบหน้าไม่ได้ต่อเนื่อง หมดชั่วโมงที่ 6 จิมมี่ประกาศว่า "หินหนึ่งคะแนน นักโทษศูนย์คะแนน" ทั้งคู่ลงแรงเป็นร้อยครั้งทุกวัน แต่หินไม่สะเทือน เอียนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ และพูดว่าถ้าเสีย 5 หมื่นนั้นไปเขาจะเลิก
เมื่อแรงไม่พอ ความรู้จากห้องสมุดจึงเข้ามาช่วย
เอียนคิดได้ว่าแรงอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่ต้องการคือความรู้ เขาเข้าห้องสมุด เจอหนังสือเกี่ยวกับหิน และฉีกหน้าที่เกี่ยวกับงานของพวกเขาออกมา หนังสือแนะนำให้ใช้คานงัด ทั้งคู่ลองสอดและถ่วงน้ำหนักเพื่อดัน แต่หินไม่เขยื้อนและหนักเกินกว่าจะยก
เมื่อเหลือเวลาสองวัน เอียนกลับไปอ่านเพิ่ม และพบภาพที่บอกว่าต้องใช้สิ่วเจาะตรงจุดที่อ่อนแอของหิน คราวนี้ได้ผล หินทั้งก้อนแตกผ่าครึ่ง เอียนตื่นเต้นว่าอาจได้เงินแสนวันนั้นเลย แต่หมดชั่วโมงที่ 9 ก่อน ทั้งคู่บอกว่าเกือบสำเร็จแล้ว เลนนี่ยอมรับว่าหินแข็งกว่าที่คาดไว้มาก และประเมินว่าโอกาสสำเร็จตอนนี้ 50-50
ชั่วโมงสุดท้าย ทั้งคู่ช่วยกันเจาะลงไปในแผ่นหินที่หนามาก โดยมั่นใจว่ากุญแจอยู่ข้างใน จิมมี่นับเวลาที่เหลือ 30 นาที 15 นาที และ 10 นาที จนในที่สุดกุญแจก็หลุดออกมา ทั้งคู่ไขกรงได้เงิน 100,000 ดอลลาร์ และฉลองกันว่าเป็น "ตำรวจกับโจร เพื่อนรักตลอดชีพ"
วันที่ 90–98: วันเกิดในคุกและปฏิบัติการยกเค้าคอมพิวเตอร์
ในวันที่ 90 จิมมี่บอกว่าไม่มีข้อเสนอ เพราะเตรียมสิ่งที่โหดเป็นพิเศษไว้ในวันที่ 99 จิมมี่บรรยายว่าเอียนยึดวิถีโจรมาตลอดคลิป และในวันที่ 99 เขาจะมีโอกาสขโมยเงินรางวัลสะสมทั้งหมด
วันที่ 91 เป็นวันเกิดของเอียน เลนนี่ทำเซอร์ไพรส์ให้ เอียนบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าฉลองวันเกิดในคุกมาสามปีแล้ว แต่อย่างน้อยครั้งนี้ก็มีเพื่อนร่วมห้องที่ดี
กระนั้น สิบวันสุดท้ายกลับเป็นช่วงที่ยากที่สุดของโทษจำคุก 100 วัน เพราะไม่มีอะไรใหม่ให้ทำ เลนนี่ชวนเอียนว่าถ้าแอบเอาคอมพิวเตอร์จากห้องสมุดออกมาคงตลกดี เอียนจึงลงมือ ทั้งคู่ประกอบเครื่องจนใช้ได้ และขนกระสอบทรายมาทำเป็นเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์ จิมมี่บอกว่าไม่โทษพวกเขา เพราะนี่เป็นคุกเดียวที่การก่อเรื่องไม่ได้เพิ่มโทษ ตามปกติเขาจะลงโทษเรื่องขโมย แต่เพราะวันที่ 99 ใกล้มาแล้วจึงรอไว้ก่อน
จิมมี่ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ทำให้ตำรวจกับโจรคู่นี้สนิทกันขึ้นตลอดคลิปกลับเป็นการขโมย เอียนบอกว่าชอบที่ได้เห็นเลนนี่ข้ามไปฝั่งมืดนิด ๆ ครั้งนี้เลนนี่เชียร์ให้เขาแหกกฎด้วย ส่วนเลนนี่บอกว่าเขาปรับตัวได้แล้ว และดีใจที่ในฐานะตำรวจได้มีประสบการณ์นี้ ทำให้เข้าใจความรู้สึกของการอยู่อีกฝั่งหนึ่งของรั้ว โดยไม่รู้สึกเสียใจ
วันที่ 99: ปุ่มสีแดงมูลค่า 480,000 ดอลลาร์
จิมมี่ถามว่าเมื่อ 99 วันก่อนทั้งคู่ยังเป็นคนแปลกหน้า คิดว่าจะเป็นเพื่อนกันนอกคุกได้ไหม ทั้งคู่ตอบว่าได้และสนิทกันแล้ว จากนั้นจิมมี่ก็เผยบททดสอบสุดท้าย ทั้งคู่จะถูกแยกไปขังเดี่ยวคนละห้องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ในห้องมีปุ่ม ถ้าใครกดก่อนหมดเวลา คนนั้นจะได้ออกทันทีพร้อมเงินกองกลางทั้งหมด 480,000 ดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับขโมยส่วนของอีกฝ่ายไปทั้งหมด และไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายกดไปหรือยังจนกว่าตัวนับถอยหลังจะเป็นศูนย์
จิมมี่พูดกับแต่ละคนให้ชั่งใจว่าอีกฝ่ายจะกดหรือไม่ เช่นถามเลนนี่ว่าเอียนที่ขโมยหนังสือและวิดีโอมาตลอดจะทำหรือเปล่า และควรกดตัดหน้าก่อนไหม เขายังเล่าให้อีกฝั่งฟังว่าเอียนงอแงหนักเรื่องการถูกขังเดี่ยวตอนครอบครัวเลนนี่มาเยี่ยม และเคยบอกว่าเขาไม่ได้ยอมจ่ายเพื่อจะกลับเข้าไปในนั้นอีก ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกจิมมี่ว่าคิดว่าอีกฝ่ายจะกด และตัวเองจะกดก่อน เลนนี่ยอมรับว่าไม่แน่ใจว่าการไว้ใจโจรให้อยู่กับปุ่มที่ให้เงินได้ 480,000 ดอลลาร์เป็นความคิดที่ฉลาดหรือไม่ คนที่ติดคุกเพราะฉ้อโกงอาจถูกยั่วใจได้
นี่เป็นการขังเดี่ยวครั้งแรกของเลนนี่และครั้งที่สองของเอียน ซึ่งกลัวที่แคบ เอียนบอกว่าไม่อยากเห็นตัวนับถอยหลังเพราะแค่มองก็วิตก จึงเอาถุงขยะมาปิดนาฬิกาไว้ ยิ่งอยู่นาน ทั้งคู่ยิ่งคิดถึงสิ่งที่จะทำได้ด้วยเงินอีกครึ่งของคู่หู เอียนบอกว่าเขามีหนี้ครึ่งล้านตอนออกจากคุก การกดครั้งเดียวจะชดใช้ทุกอย่างในอดีตได้ ในคลิปยังมีการพูดถึงค่าเล่าเรียนลูก รถใหม่ของตัวเองกับภรรยา หรือบ้านอีกหลัง เอียนถามตัวเองว่าควรกดเอาเงินไปจ่ายหนี้เก่าแล้วหักหลังเลนนี่หรือไม่ และตอบว่า "อาจต้องทำ" เขายังรู้สึกว่าตัวเองควรได้มากกว่า เพราะเจอช่วงเวลาที่แย่กว่าเลนนี่ ไม่ได้สิทธิ์เยี่ยม ไม่ได้เจอครอบครัว และถูกขังเดี่ยวนานกว่าเลนนี่ถึงสองเท่า
ฝั่งเลนนี่บอกว่าถ้าเอียนไปก็คงปวดใจมาก เพราะเขาทุ่มเทพอ ๆ กัน และถ้าเอียนทนอีก 24 ชั่วโมงไม่ได้ ก็แปลว่าวิถีนักโทษยังเหมือนเดิม ก่อนนอนเขาบอกว่าหวังว่าเอียนจะยังอยู่ข้างนอกตอนเรื่องนี้จบ
บทสรุปหลัง 24 ชั่วโมงสุดท้าย
เมื่อครบเวลา จิมมี่ประกาศให้คนที่ยังอยู่ในห้องขังเดี่ยวออกมายืนตรงกลาง ซึ่งมีม่านสีดำกั้นทั้งสองฝั่งไว้ ถ้าทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนั้น จะได้แบ่งเงินกันเท่า ๆ กัน แต่ถ้ามีเพียงคนเดียว อีกคนก็ติดคุก 100 วันอย่างสูญเปล่า เมื่อนับสาม สอง หนึ่ง แล้วเปิดม่าน ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนั้นทั้งสองคน ไม่มีใครหักหลังใคร
แต่ละคนได้รับเงิน 240,000 ดอลลาร์ ซึ่งน้อยกว่า 500,000 ดอลลาร์ที่ตั้งไว้ตอนเริ่ม เพราะเงินกองกลางถูกใช้ไปกับข้อเสนอต่าง ๆ ระหว่างทาง ครอบครัวของทั้งคู่มาร่วมฉลอง และจิมมี่ประกาศว่าทั้งสองคนเป็นอิสระแล้ว พร้อมบอกว่าหวังว่าพวกเขาจะไม่ต้องติดคุกอีก
ผมสร้างเรือนจำความปลอดภัยสูงสุดแห่งนี้ และถ้าตำรวจคนนี้กับอาชญากรอยู่รอดด้วยกันครบร้อยวัน รับไปเลยคนละ 500,000 ดอลลาร์
ว่ายังไงบ้าง ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยินดีที่รู้จัก เลนนี่ เอียน อยากปลดกุญแจมือหรือยัง? ดีเลยครับ ไร้สิ่งกีดขวางแล้ว
และถ้ามีตอนไหนใน 100 วันต่อจากนี้ พวกคุณคนใดคนหนึ่งอยากจะออก คุณสองคนจะไม่ได้อะไรเลย
คุณเคยเห็นเงินครึ่งล้านดอลลาร์ในชีวิตจริงมั้ย? ไม่เคย ผมจะได้เงินครึ่งล้านดอลลาร์ตอนที่ออกจากคุก อันนั้นนับไหม?
เป็นตำรวจมานานยัง? 17 ปี นานยังที่คุณเป็น... อาชญากร? เรือนจำกลาง 3 ปีครับ
เทียบกับคุกที่อยู่เป็นยังไง? ฟูกหนากว่าแล้วก็มีหมอนด้วย ในคุกไม่มีหมอนให้เหรอ? ไม่มีหมอนให้ครับ
นอกจากหมอนแล้ว คุกแห่งนี้จำลองคุกของจริงในอัตราส่วนหนึ่งต่อหนึ่งทุกประการ โห มีกระทั่งส้วมในคุกของจริงด้วย ว้าว
เราจะให้คุณกินวันละ 3 ครั้ง เราจะตัดไฟเวลาเดียวกันทุก ๆ คืน แล้วเราก็จะปลุกคุณให้ตื่นทุก ๆ เช้า โชคดี
พวกเขาทำเหมือนคุกจริง ๆ เก้าอี้เย็นเจี๊ยบ นั่งไม่สบายเลย เย็น แข็ง
เหมือนอย่างเคย เราให้กล้องนับพันตัวจับพวกเขาทุกท่วงท่า พวกเขาฟังทุกอย่างที่เราคุยกัน ดังนั้นทุกอย่างที่เราพูด พวกเขาก็จะได้ไอเดีย
วันนี้เป็นวันแรกที่ตำรวจและคนร้ายคนนี้ได้เจอกัน เรายังไม่รู้หรอก แต่ตลอดการถ่ายทำคลิปนี้ เอียนกับเลนนี่กลายเป็นศัตรูกันอย่างรวดเร็ว
มีทั้งการขโมย ฉันกลายเป็นพวกลักลอบแล้ว ทะเลาะ... เรื่องที่ฉันไม่นับถือศาสนากลายเป็นปัญหาเหรอ โว้ว ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น ขอแพทย์ฉุกเฉินด่วน หรือแม้แต่การหักหลัง ไอ้เลนนี่ ไอ้ขี้ฟ้อง โหดเหมือนกันนะ
พวกเขาจะอยู่ครบร้อยวันไหม หรือว่าจะทำให้อีกฝ่ายซวยก่อน? ผมแค่อยากจะกลับบ้านพร้อมกับเงินก้อนนี้ และถ้าผมต้องรัดคอตำรวจ เอาก็เอาวะ
จองเตียงล่างนะ ไม่ ฉันจะเอาเตียงล่าง เอาเถอะว่ะตาแก่ ในคุกเราปกครองตามอาวุโส ดังนั้นใครแก่กว่าจะได้เลือกก่อน
ถ้าเขากรนสนั่นล่ะ? กรนจริง ฝันดี เฮ้ แล้วคำเตือนล่ะ? เอาล่ะ ไอ้โจร นอนพักได้
อรุณสวัสดิ์ มันจะเช้าเกินไปไหม ตาแก่นี่กรนลั่นทั้งคืนเลย กรนจนนอนไม่หลับเลย จริงเหรอ? ใช่
ดูจากแสงแดดตอนนี้ ผมคิดว่าน่าจะ 6 ถึง 7 โมงเช้าแล้ว จบคืนแรก จิมมี่ ผมยอมรับว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนคุกจริง ๆ
คำถามที่ฉันอยากรู้คือ นายโดนข้อหาอะไร? ฉ้อโกงแล้วก็ฟอกเงินน่ะ ผมเริ่มด้วยการโกหก ยืมเงินคนนี้ไปคืนเงินคนนั้น ทำเงินทุกคนหายหมด แต่ปัญหาคือผมโกหกเรื่องที่ทำหาย ผมก็เลยกลายเป็นหนี้รวม 500,000 ดอลลาร์
ซึ่งบังเอิญเหลือเกิน มันเป็นเงินจำนวนเดียวกับที่พวกเขาอาจชนะในคลิปนี้
มื้อเช้า ทุกคน เราได้กินอาหารในคุกมื้อแรกแล้ว มันดูดีกว่าในคุกอีก
เอียนที่เป็นคนร้ายรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน ผมคิดว่าน่าอยู่เสียด้วยซ้ำ ขณะที่เลนนี่ตำรวจกำลังปรับตัวกับชีวิตที่อยู่ในคุก
ผมจับคนขังคุกมาตลอดชีวิต เลยรู้สึกแปลกที่คราวนี้ต้องมาติดเองบ้าง มีคนคอยบอกว่าจะต้องเข้านอนตอนกี่โมง จะต้องตื่นตอนกี่โมง จะต้องกินตอนกี่โมง เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่สุดในชีวิตเลยครับ
อรุณสวัสดิ์ ความสัมพันธ์ของเอียนกับเลนนี่เริ่มต้นได้ขรุขระไปหน่อย
ผมจะย้ายไปนอนบนพื้นเพราะว่าเสียงกรนมันน่ารำคาญมาก ผมย้ายเตียงลงมานอนด้านล่าง และหวังว่าจะอยู่ห่างเสียงกรนคุณเลนนี่มากขึ้น
แม้ความตึงเครียดจะพุ่งสูงขึ้น รวมถึงที่เอียนอดหลับอดนอน ตำรวจกับผู้ร้ายต้องทำบางอย่างเพื่อผ่านความเบื่อหน่ายนี้ พวกเขาช่วยดัดแปลงโครงเตียงไปทำเป็นห่วงบาสเกตบอล เป็นไอเดียที่เจ๋งโคตร และเอาไปดัดแปลงเป็นบาร์โหนได้ด้วย
ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังตอนติดคุกหนแรก ดังนั้นผมจะแก้ตัวหนนี้ จัดไปเลย พวกเขาดูจะอยากได้อุปกรณ์ยิม ฉันจะเปลี่ยนหุ่นขี้คุกให้กลายเป็นหุ่นเที่ยวทะเล
และเหมือนอย่างเคย ในวันที่ 10 ผมมีบางอย่างที่อาจช่วยพวกเขาได้
เจ้าหน้าที่บีสต์รายงานตัว เจ้าหน้าที่บีสต์มารายงานตัวแล้วครับ มาดูกันว่านักโทษเป็นไงบ้าง เป็นไงบ้างครับ? พัศดีจิมมี่!
คุณชำแหละเตียงเรียบร้อยเลยนะ ผมต้องร่วมห้องกับคาบิกอนนี่นา คาบิกอน? เดี๋ยว... คุณกรนเหรอ คงงั้นมั้งครับ แต่ผมไม่เชื่อ
คุณคิดว่าข้อเสนอวันที่ 10 คืออะไร? เชฟส่วนตัว ห้องสมุด หนังสือ แล้วถ้าไม่ใช่ที่ว่าละครับ? ตามมาเลยครับ
ประตูล็อกนี้เป็นเขตหวงห้ามแห่งแรกที่ผมจะค่อย ๆ เปิดเผยตลอดการถ่ายทำคลิป ผู้คุม ปลดล็อกได้ครับ ปลดล็อกปีกตะวันออก เชิญเลยครับ
ขอต้อนรับสู่ลานของเรือนจำ ที่นี่คุณจะมีเครื่องมือออกกำลังกายให้แข็งแรงไปอีก 90 วัน ดี ลุยเลย วันละหนึ่งชั่วโมง คุณจะได้ออกมาเล่นบาร์โหน เล่นบาสเกตบอล เชิญดื่มด่ำครับ
มันคงจะช่วยให้เวลาเดินเร็วขึ้นมาก โอ รู้สึกดีจังที่ได้โดนแสงแดด คุณพร้อมจะฟังข้อเสนอหรือยัง? พร้อมแล้วครับ ครับ โอเค
ปลดล็อกห้องสอบสวนครับ ปลดล็อกพื้นที่ เอาล่ะ เข้ามาเลย เชิญนั่งก่อน โอเค ตอนนี้พวกคุณอยู่คนละห้องกันแล้ว และไม่มีทางติดต่อสื่อสารกันได้
ข้อเสนอวันที่ 10 คือ ถ้าคุณอยากจะใช้ลานอเนกประสงค์นี้ คุณจะถูกหักจากเงินกองกลางไป 50,000 ดอลลาร์ และถ้าคุณสองคนรับ เอาไปเลย ราคา 50,000 เหรียญ
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ถ้าหนึ่งในพวกคุณยอมรับแล้วอีกคนไม่เอา คุณจะยังต้องจ่าย 50,000 จากเงินกองกลาง แต่มีเพียงคนเดียวจะได้ใช้สอยมันไปจนจบวิดีโอนี้
แบบนี้คาดไม่ถึงเลยครับ คุณใช้เวลา 10 วันในคุกในการทำความรู้จักกัน คุณคาดการณ์ได้มั้ยว่าอีกฝ่ายจะเลือกอะไร? คุณพระคุณเจ้า เป็นเรื่องใหญ่มากนะ เพราะว่ามันจะมีผลไปอีก 90 วัน
ผมเบื่อจะเป็นผู้ร้ายในชีวิตจริงแล้ว คุณรู้ว่าฝ่ายดีจะทำยังไง แต่การเป็นคนดีไปอีก 90 วันก็แย่เหมือนกันนะ อยากจะร้องไห้
เอาล่ะ ทั้ง 2 ฝ่ายตัดสินใจแล้ว พวกเขาไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเลือกอะไร อยากเริ่มหน่อยไหมครับ? ผมเอาครับ ผมไม่ได้บอกเขาว่าคุณเลือกอะไร ฉันก็เอา
มุมมองที่ผมมีต่อเงินนั้นเปลี่ยนไปมหาศาล ผมยินดีจะใช้เงินเพื่ออยู่อย่างสุขสบายขึ้น เพื่อให้ผ่านที่นี่ไปได้
ใครจะรู้ เราอาจจะไม่อยู่จนจบก็ได้ ถ้าเราปล่อยโอกาสที่จะทำให้ชีวิตสุขสบายขึ้นหลุดลอยไป เสียนิดหน่อยดีกว่าไม่ได้เลย ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ
อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์
มันตลกดีนะ กับการได้ออกข้างนอกแค่วันละหนึ่งชั่วโมง ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนว่าจะอยู่ครบร้อยวันได้ ว้าว อิสระสดใส คุ้มเงิน 50,000 อย่างแรง คุ้มเงิน 50,000 มาก
และใน 2-3 วันต่อจากนั้น พวกเขาใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งที่มีในลานอย่างคุ้มค่า ตอนออกไปจากที่นี่ ผมจะต้องดูบึกบึนสุด ๆ
ตอนนี้ดูเหมือนลานด้านนอกจะทำให้พวกเขาทนกันและกันและอยู่รอดไปได้ แต่มีบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งนี้ที่พวกเขารับมือได้ไม่ค่อยดี เพราะว่าผมสร้างฉากแห่งนี้ให้เหมือนกับเรือนจำจริง ๆ และคุณก็รู้ว่าอาหารในคุกไม่ได้ดีเท่าไหร่
นี่คือมีทโลฟเวอร์ชั่นของพัศดีจิมมี่ เหมือนเบอร์เกอร์แช่แข็งแล้วก็มีซอสเกรวี่ละลายอยู่ด้านบน อาหารพวกนี้เหมือนออกจากรูทวาร
ผมไม่รู้เลยว่าคนที่ผมจับกุมต้องกินอาหารแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าจะกินอาหารนี้ได้อีกนานแค่ไหน
ผมไม่รู้ว่าจะกินอาหารนี้ได้อีกนานแค่ไหน แม้แต่คนที่ผมเกลียดที่สุด ผมก็ยังไม่อยากให้เจอเรื่องแบบนี้เลย
ดังนั้นในวันที่ 20 ผมมีอะไรเจ๋งๆ มาเสนอให้ คุณพร้อมสำหรับข้อเสนอวันที่ 20 หรือยัง? ครับ ว่ามา ครับ
คุณคนหนึ่งจะต้องตัดสินใจแทนทั้งสองคน พวกคุณคนไหนจะเป็นคนตัดสินใจสิ่งที่ทั้งสองคนต้องทนอยู่?
ก็ได้ ผมให้คุณตัดสินใจแล้วกัน โอเค อ๋อ งั้นเหรอ ไว้ใจเขาขนาดนั้น? แน่นอนครับ ใช่ เราคุยกันเยอะ ใช่
โอเค เอาเลย ปลดล็อกห้องครัว เข้ามาครับ ว้าว ในนี้มีครัวด้วยเหรอ?
ในห้องครัวนี้มีวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำอาหารที่จำเป็นทุกอย่างในการทำอาหารแสนอร่อยและดีต่อสุขภาพ ไปตลอดเวลาที่เหลืออยู่ที่นี่
คุณจะกินอาหารคุกที่คุณไม่ชอบต่อไปก็ได้ หรือรับครัวแห่งนี้ไป และจะกินอะไรก็ได้เป็นมื้อเช้า เที่ยงและมื้อค่ำในทุกๆ วัน คุณแค่ต้องสละเวลาข้างนอกทุกๆ วัน
คุณรู้ไหมว่าข้อเสนอคืออะไร? แลกเวลาในลานกับการได้ใช้ครัว
ส่วนตัวแล้วผมขอเลือกอาหาร จะได้สนุกกับการทำอาหารทั้งวัน และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
มีเนื้อด้วยไหมครับ? มีเนื้อไหมน่ะเหรอ? คิดว่าไงล่ะ? เรามีทั้งเนื้อวัวบด มีฮอตดอก ทุกสิ่งที่คุณต้องการ โอเคๆ
แต่คุณไม่ได้ตัดสินใจเพื่อตัวเองคนเดียว คุณคิดว่าคู่หูจะว่ายังไง? โธ่เอ๊ย ผมไม่รู้ว่าเขาอยากให้ผมทำยังไง งั้นผมให้คุณตัดสินใจหนึ่งนาที
เอียน ผมให้รูมเมทของคุณเลือกแลกเวลาใช้ลานอเนกประสงค์กับครัวที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ
ผมรู้อยู่แล้วว่าเลือกอะไร เขาเลือกจะใช้ลานต่อ ใช่ เขาไม่พิจารณาข้อเสนอด้วยซ้ำ
พวกคุณ ผมได้ยินคุณบ่นเรื่องอาหารทุกวัน ผมนึกว่าคุณจะคว้าไว้! เอาอย่างนี้ มันง่ายกว่าที่ผมคิดไว้ วันที่ 30 ผมจะทำให้มันยากขึ้นไปอีก
เอาล่ะ บาย พัศดีจิมมี่ ไม่ยอมเสียเวลาใช้ลานให้กับอะไรทั้งนั้น
วันใหม่ในสรวงสวรรค์ ผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วที่เพื่อนร่วมห้องผมเลือกที่จะปฏิเสธไม่เอาครัว เราไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย นายรู้สึกเสียดายอยู่หรือเปล่า? ไม่ เราดีใจที่ไม่ต้องขลุกอยู่ข้างในทั้งวัน
ผมอยากจะเห็นปฏิกิริยาของเมียผม เธอคงแบบว่า ไม่มีทางที่ผมจะไม่เลือกลานบาสเก็ตบอล ไม่มีทางที่ผมจะไม่เลือกออกข้างนอก
ถึงแม้พวกเขาจะพอใจกับการแข่งขันนี้ก็ตาม พวกเขาก็ยังคงนึกถึงสิ่งที่ต้องพลาดไประหว่างอยู่ในคุกนี้
สิ่งที่ผมต้องระลึกคือ ผมมาทำไม และมีเป้าหมายอะไร การชนะเงินก้อนนั้นเพื่อครอบครัวเป็นเป้าหมายสูงสุด ผมมีภรรยา มีครอบครัวที่น่ารัก ผมจะยอมแพ้ไม่ได้ เพราะว่าทุกคนหวังพึ่งพาผมอยู่
คงจะดีน่าดูที่มีเมียและลูก
ใช่ ฉันติดหนึ่งปี ไม่ได้เจอครอบครัวเลย ปีนั้นฉันได้เจอพ่อแค่ 2 วันเอง ครั้งเดียว? แต่ฉันไม่ได้เจอน้องชายกับแม่มาปีนึงแล้ว จริงเหรอ ตามนั้น
อนุญาตให้ออกข้างนอกแค่วันละหนึ่งชั่วโมง อยากออกข้างนอกแล้ว พวกเขาเริ่มกระสับกระส่ายและพยายามหาวิธีฆ่าเวลาก่อนจะถึงเช็คพอยท์ถัดไป
ดอดจ์บอลซอสมะเขือเทศ ไสหัวไปเลย หมาต๋า โว้ว! เรียกหน่วยฉุกเฉินด่วน มัดให้ที คุณตำรวจ ผมจะขาขาดไหม หายใจไม่ออกแล้ว!
นักโทษของเราอยู่ในคุกแห่งนี้มา 30 วันแล้ว มาดูกันว่าเป็นไง ไงหนุ่มๆ? เฮ้ เฮ้ พัศดีจิมมี่!
นี่ พวกคุณอยู่มาครบหนึ่งเดือนแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง? ก็ดีครับ เชิญเข้าข้างในครับ
เรามีพื้นที่เรือนจำเพิ่มเติมที่จะปลดล็อก ณ บัดนี้ ปลดล็อกห้องสมุดได้ครับ พูดจริงใช่มั้ยเนี่ย ปลดล็อกห้องสมุด ง่อว ถามจริงเถอะ
พูดจริงๆ ในนี้มีหนังสือหลายร้อยเล่ม มีนิตยสารด้วย เดี๋ยว รอก่อน เงื่อนไขคือ การได้เข้าห้องสมุดฟรี 100% แต่มีเพียงคนเดียวที่ได้ใช้ต่อไปอีก 70 วัน
พูดเล่นใช่มั้ยเนี่ย คุณคนหนึ่งจะได้เข้าไปอ่านหนังสือวันละชั่วโมง ส่วนอีกคนไม่ได้
วันละหนึ่งชั่วโมงเองเหรอ? และเอาหนังสือออกมาไม่ได้? ห้ามเอาออกมาเด็ดขาด เป็นกฎเหล็กเลยครับ แล้วในนั้นมีอะไรอีกบ้าง? โอเค ไปทัวร์กัน
ในนี้มีหนังสือเยอะเลย มีพระคัมภีร์ ดูนี่สิ แค่เล่มนี้จะช่วยให้ผมผ่านไปได้ ผมต้องการแค่เล่มเดียวพอ
แล้วคอมพิวเตอร์คืออะไร? คุณจะต้องวางคืนไป ดูสิเขาคิดจะขโมยหนังสือ
เจ้าเครื่องนี้เล่นเททริสกับไมน์สวีปเปอร์ได้ ตรงนี้มีหนังสือเพิ่มให้ด้วย โธ่เอ๊ย ยากชะมัด ลบหลู่กันสุดๆ
ผมอยากให้คุณเดินออกไป ผมจะให้เวลา 2-3 ชั่วโมง คุยกันให้รู้เรื่อง โชคดีกับการเลือก ขอบคุณ จิมมี่ ฉันไม่พอใจเท่าไหร่
ชอบอ่านหนังสือขนาดนั้นเลยเหรอ ใช่ เคยถูกจับขังไหมล่ะ ยังไม่เคยครับ เราเบื่อจะตายแล้ว โอเค อีก 2 ชั่วโมงจะกลับมาฟังคำตอบครับ
เราคนนึงจะต้องทุกข์ทนในเรือนจำมิสเตอร์บีสต์ เราต้องคุยกันเหมือนที่ปรึกษาเรื่องอื่นๆ หวังว่าคงไม่ต้องถึงขั้นผมล็อกคอเขา
หลังผมออกไป ดูเหมือนเอียนกับเลนนี่จะหลบหน้ากันและกัน แม่มเอ๊ย ทุกข์ระทมกับสิ่งที่ผมเสนอ
มันอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ ฉันไม่ได้อยากได้หนังสือเล่มอื่นเลย ฉันขอเล่มเดียว เราต้องคิดอะไรสักอย่างให้ออก เราจะอยู่เฉยไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเอาห้องสมุดนี้มาให้เราตีกัน ตกลงนายคิดยังไง ปกตินายเป็นนักคิด
ฉันว่าเราไม่มีทางเลือกนอกจากรับไว้ เพราะว่าเขาให้ฟรีด้วย จะทิ้งก็ยังไงอยู่ คำถามสำคัญคือ ใครจะเป็นคนเอา?
ตอนนี้ฉันกำลังโยนห่วง และฉันยังคงพึงพอใจกับเรื่องที่เราตัดสินใจใช้ลาน
ฉันจะโยนบอลให้นาย เพราะครั้งที่แล้วนายโยนบอลให้ฉัน โอ้ โทษที คิดจะฆ่ากันรึไงพวก
ดูเหมือนเป็นการแลกที่แฟร์ที่จะให้เอียนได้เข้าห้องสมุด แต่มันมีความคิดหนึ่งที่เลนนี่ยังสลัดไม่หลุด
ฉันอยากอ่านพระคัมภีร์ ถามตามตรงนะ ทำไมนายถึงคิดว่าตัวเองควรได้ห้องสมุดมากกว่าฉัน?
ฉันแค่อยากได้อะไรที่ช่วยให้ผ่านแต่ละวันไปได้ นายอาจจะอยากถอดใจกับเรื่องนี้ แต่ว่าไม่รู้สิ
ทำไมนายถึงคิดว่าตัวเองควรจะได้ห้องสมุดมากกว่า? พระคัมภีร์เป็นอย่างเดียวที่จะช่วยให้ฉันผ่าน 70 วันนี้ไปได้ มันไม่ใช่แค่ความบันเทิง
เพียงเพราะฉันไม่นับถือศาสนาเลยเป็นปัญหาเหรอ โว้ว ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น ฉันรู้สึกเหมือนจู่ๆ นายก็เปลี่ยนไปกับฉันโดยไม่มีเหตุผลเลย
งั้นเราก็ไม่ต้องเอาเลย ถ้ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นนะ ก็เอา แล้วแต่เลยพวก
มันทำให้ฉันรู้สึกว่าต้องคิดซ้ำ พูดตามตรงมันเริ่มจะไร้สาระขึ้นไปเรื่อยๆ แย่หน่อยที่ไม่มีหนังสือมาเบี่ยงเบน ฉันคิดว่าเราพร้อมจะพบพัศดีแล้วล่ะ
ดูเหมือนตำรวจกับคนร้ายคนนี้จะกลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ เวลาหมดลงแล้ว
เอาล่ะ ตัดสินใจยังไงก็บอกมา จะเป็นคุณ หรือว่าคุณที่ได้ใช้ห้องสมุดทุกวันไปตลอดอีก 70 วัน
จิมมี่ คืออย่างนี้ ดูเหมือนว่าผมจะได้ใช้ห้องสมุดล่ะ จริงเหรอ? ใช่
คุณยอมยกให้เขาเหรอ? ผมห่วงนิดหน่อยเนี่ย เป็นการคุยที่ตึงเครียดมาก ทำไมถึงยอมยกให้เขาล่ะครับ?
ตอนเราโหวตเรื่องลานออกกำลัง ผมตอบตกลงโดยไม่ลังเล เขายินดีเสีย 25,000 ถ้ามันเป็นสิ่งเดียวที่เขาต้องการ งั้นผมก็ยินดีให้เขาครับ
คุณโชคดี เขาเป็นคนดี เป็นตำรวจที่ดี ผมไม่คิดว่าตำรวจเป็นแบบนี้ ผมคิดผิด
คุณก็พูดเกินไปหน่อยมั้ง เขาเพิ่งให้ห้องสมุดแท้ๆ
ปลดล็อกห้องสมุด วันนี้เป็นวันแรกที่เอียนได้ใช้ห้องสมุดใหม่
วันนี้เป็นวันแรกที่เอียนได้ใช้ห้องสมุดใหม่ และทันทีทันใดเขาก็พยายามหาทางเพื่อไม่ให้เลนนี่รู้สึกถูกทอดทิ้ง
ผมรู้ว่าเขาจะอยากได้เล่มนี้ ผมรู้ว่าพระคัมภีร์มีค่ากับเลนนี่มากแค่ไหน ผมก็เลยจดถ้อยคำที่จะเอาไปให้เขาออกไป
ขอบใจ ขอบใจมาก ฉันคงต้องพึ่งพานาย
คุณต้องอ่านผ่านผมแล้ว
การที่เขาแบ่งปันทำให้เห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ดี แต่เช้าวันต่อมานั่นเองที่เอียนเริ่มจะทดสอบขีดจำกัด
พบภาพสวยๆ ที่เราจะเอาไปตกแต่งได้ เขาบอกว่าเอาสมุดออกไปไม่ได้ แต่ผมแค่ฉีกกระดาษออกมา
ว้าว มันเท่ดีนะ
และไม่กี่วันต่อจากนั้น ก็ไม่ใช่เอียนที่เริ่มสนุก
เราได้ทำอาร์ตเวิร์ค
และเรือนจำก็เริ่มเปลี่ยนไป
ตกแต่งที่นี่ให้สวยงาม
และแม้ว่าจะมีกล้องส่องไปที่พวกเขาตลอดเวลา สัญชาตญาณความเป็นโจรของเอียนก็ค่อยๆ ผุดขึ้น
ผมไม่มีทางที่จะทิ้งเขาไว้ข้างนอก โดยไม่มีพระคัมภีร์ ไม่มีหนังสือ ไม่มีอะไรทำ ส่วนผมอยู่ที่นี่สนุกอยู่คนเดียว
มันงดงามมากครับ ผมต้องการแค่นี้แหละ
พวกเขาทำไปเรื่อยๆ ราวกับจะไม่ถูกจับ
ดื่มด่ำกับมันให้เต็มที่
ชื่อใหม่ผมคือจอมฉกหนัง หรือจอมฉกหนังสือ ผมมีหนังสือซ่อนไว้เต็มไปหมด อยู่ในห้องน้ำ ดูซิครับ ในนี้ ผมพยายามซ่อนหนังสือเอาไว้ให้มากที่สุด ซ่อนไว้เต็มห้องไปเลยครับ
วันที่ 40 แล้ว เป็นยังไงบ้างครับ? เรามีเซอร์ไพรส์ แต่ให้ออกมาได้ทีละคน พวกคุณจะต้องตัดสินใจใครมาก่อน
ยันยิงเยาปั๊กกะเป่ายิ้งฉุบ
เขาชนะผม เขาไปก่อน
ปลดล็อกร้าน เราเปิดร้านของตัวเองครับ คุณคงจะต้องตัดสินใจแล้ว
เราดักฟังบทสนทนาของพวกเขาทั้งหมด และเอาของที่พวกเขาต้องการมาใส่ไว้เต็มร้าน ไล่ไปตั้งแต่กล่องปริศนาซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้ ไปจนถึงลูกบอลลูกนี้ ที่หากอยู่ข้างนอกอาจขายเพียง 1 ดอลลาร์ แต่ในคุกแห่งนี้ ทุกชิ้นที่อยู่ในห้องนี้ราคาเดียวกัน 10,000
ลูกบอลราคา 10,000 เนี่ยนะ
แต่แน่นอน พวกเขาจะต้องใช้เงินรางวัลในการใช้จ่ายครั้งนี้เท่านั้น
ผมต้องตัดสินใจเลยเหรอ? ใช่
งั้นผมขอเลือกกล่องปริศนา
10,000 ดอลลาร์ ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย
และขณะที่เลนนี่ดีใจกับกล่องปริศนา นิสัยใช้เงินฟุ่มเฟือยของเอียนก็ปรากฏ
โอ้ ว้าว มันเจ๋งไปเลยนะเนี่ย ถ้าผมใช้เงินเยอะเกินไป เลนนี่คงจะโกรธแน่ๆ เลย
เริ่มกระสับกระส่ายแล้ว
นี่จะเป็นอย่างแรกที่ผมซื้อวันนี้ 100%
ประเด็นคืออย่างน้อยเขารู้ว่าจะซื้ออะไร ผมไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในกล่อง เป็นแพ็กเกจที่สวยมาก แต่ 10,000 เหรียญ อย่าซื้อเยอะเกิน เอียน
ผมอยากได้เมลาโทนินกับปัตตาเลี่ยน
เราจะต้องสนุกกันแน่นอน พรรคพวก
นายใช้เงินไปเท่าไหร่เนี่ย?
30,000 แต่เราได้ฟีสเตเบิ้ลส์ และพูดตามตรง ตอนนี้ฉันแฮปปี้สุดๆ ฉันซื้อปัตตาเลี่ยนมาเผื่อ มีแผ่นปิดตานอน
ถ้าฉันอยากได้ของพวกนี้ ฉันคงใช้ 10,000 เองแล้ว
อย่าลืม ฉันติดคุกเพราะว่าใช้เงินไม่คิด ดังนั้นมันอดไม่ไหว มันมีเครื่องหมายดอลลาร์เต็มไปหมดเลย
อยากรู้ไหมว่ากล่องปริศนามีอะไร?
เงิน 20,000
สุดยอด เขาทำเงินได้!
ผมคิดว่าตอนนี้เรามีอะไรให้ทำมากพอ เราไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรเพิ่มแล้ว
และพอทั้งสองมีของที่ต้องการแล้ว พวกเขาก็ใช้เวลาผ่านไปได้สบายๆ พวกเขาสร้างงานศิลป์ด้วยดินสอสีราคา 10,000
นี่เป็นภาพระบายสีแรกของผมที่แปะบนกำแพง
ฟีสเตเบิ้ลส์ ช็อกโกแลตที่ดีที่สุดในโลก อยากชิมรสนี้มาก
โอ้ อร่อยเหลือเชื่อเลยนะเนี่ย ของโปรดอันใหม่เลย
พวกคุณรู้อยู่แล้ว ฟีสเตเบิ้ลส์เป็นช็อกโกแลตที่อร่อยที่สุดในโลก และเราเพิ่งจะออกช็อกโกแลตคัพสอดไส้ครีมเฮเซลนัท ปกติจะเป็นไส้เนยถั่วข้างใน แบบฟีสเตเบิ้ลส์คัพรสเนยถั่วของเรา แต่ตอนผมชิมตัวออกใหม่ และชิมช็อกโกแลตครีมเฮเซลนัทสอดไส้คัพ มันฟินอย่างแรงเลยครับ เราจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ และกระแสตอบรับก็ดีเหลือเชื่อ ไปร้านค้าใกล้บ้านคุณและลองชิมดูครับ
และพวกเขาก็พับจรวดกระดาษด้วยกระดาษราคา 10,000
ใครก็ได้เอาเขาไปที
รู้สึกเบื่อถึงขีดสุด
มีใครเคยบอกว่าสมาธิสั้นไหม?
และเลนนี่ก็ตัดผมแพงที่สุดในชีวิตให้กับเอียน
ทีนี้ผู้คุมก็จะกลัวผมแล้วละครับ
และในที่สุด เลนนี่ก็ซาบซึ้งกับสิ่งที่เอียนซื้อให้เขา
ผมต้องยอมรับตามตรง ที่อุดหูกับเมลาโทนิน พวกมันช่วยไว้ได้พอดี ช่วยให้ผมได้พักมากขึ้น
ขอบใจ ด้วยความยินดีเพื่อน
แต่พวกเขายังอยากได้อย่างหนึ่งที่ไม่มีขายในร้านค้า
พรุ่งนี้วันที่ 50 จุดเช็กพอยท์ หวังว่าจะได้โทรหาที่บ้านบ้างครับ สิ่งที่ยากสุดคือการต้องอยู่ห่างครอบครัวเป็นเวลานาน
นายจะยอมจ่ายเงินค่าโทรศัพท์ไหม?
ใช่ ฉันยอมจ่ายเงินค่าโทรศัพท์
ผมเลยมีข้อเสนอดีๆ ในวันที่ 50
หนุ่มๆ วันที่ 50 แล้ว
ก่อนที่ผมจะเผยข้อเสนอวันที่ 50 ผมอยากให้คุณดูคลิปอะไรหน่อย
เอาเลยครับ
นี่คือคุณวันแรก ที่แอบเอาหนังสือใส่กางเกง จนสุดท้ายคุณไม่สนอะไรแล้ว และโยนหนังสือเข้ามาในห้อง จากนั้นคุณก็เดินถือหนังสือออกมาดื้อๆ เลย
วันที่ 50 เป็นหมุดหมายใหม่ ครอบครัวของคุณนั่งอยู่ข้างนอกในรถบัสเรือนจำ และเราจะฉลองโดยการให้ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาฟรีๆ แต่เนื่องจากคุณทำผิดกฎ จึงมีคนเดียวที่จะได้พบครอบครัว ไม่ใช่ทั้ง 2 คน และนี่จะเป็นครั้งเดียวที่คุณจะได้พบกับครอบครัว ไม่มีอีกจนกว่าจะจบการแข่งขัน
พัศดีเล่นสกปรกแล้วสิ
สิ่งเดียวที่ผมคิดและยึดมั่นที่สุด ก็คือการได้พบกับครอบครัว
งั้นจะเป็นใครกันดี?
วันนี้ลูกพี่ผมจะได้เจอลูกเมียครับ
จริงเหรอ? ขอบใจมาก
รู้สึกยังไงบ้างครับ?
เขาทำเพื่อผมบ้าง อย่างที่ผมทำเพื่อเขา ดูเหมือนผมจะได้เข้าห้องสมุดแล้วครับ แล้วก็เขาเป็นเหตุผลที่เราถูกลงโทษด้วย
หมอนี่ร่วมมือกับตำรวจเฉยเลย ถามจริงเถอะครับ?
ยึดของกลางไปให้หมดเลย ถามจริงเถอะ?
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่ง คุณจะอยู่กับครอบครัวนานแค่ไหนก็ได้ แต่เขาจะต้องถูกขังเดี่ยวจนกว่าพวกเขาจะกลับ
โอเค
ว้าว โหดเหมือนกันนะ
แชนด์เลอร์ พาเขาไปขังเดี่ยวหน่อย
ผมดีใจนะแต่ก็รู้สึกแย่ไปด้วยพร้อมกัน
ใช่ อย่าแอบลักหนังสือออกไปสิ
ผมจะแอบเอาหนังสือออกไปอีก พัศดี
สมกับเป็นอาชญากรตัวจริง ปิดประตู ขอให้สนุก
โอ้โห โหดชะมัดเลย
เชิญเข้าข้างใน เลนนี่รอพบพวกคุณอยู่
พ่อครับ พ่อครับ เลนนี่! ไปหาเลย!
พ่อไง! ดูสิ นั่นพ่อ
น่ารักอย่างแรงเลยครับ
ฉันคิดถึงคุณจังเลย คุณพระช่วย
รู้สึกยังไงที่ได้เห็นพ่อใส่ชุดส้ม ไม่ใช่สีฟ้า
พิลึกมาก ใช่ เขาไม่เคยใส่ครับ
ครอบครัวคุณจะอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าคู่หูคุณจะต้องถูกขังเดี่ยวจนกว่าพวกเขาจะกลับ ขอให้สนุกครับทุกคน
ขอบคุณ
คิดถึงพ่อมั้ย หม่าม้า? คิดถึงพ่อมั้ย
ผมดีใจที่ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้า ดูเหมือนว่าผมจะอยู่กับเขานานเท่าไหร่ก็ได้ มันเป็นการเติมพลังให้ผมเช่นกันครับ และมันทำให้ผมอดทนและอยากอยู่ให้ครบ 100 วัน ผมอยากให้ทุกคนที่บ้านภูมิใจในตัวผม ไม่ใช่แค่คนที่นี่
เราหวังพึ่งคุณอยู่
แน่นอนจ้ะ
ได้ยินเลนนี่กับครอบครัวส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ข้างนอก แต่ผมถูกขังอยู่ในนี้เหมือนกับหมา ทุกนาทีที่ผมต้องทนอยู่ในนี้ยิ่งทำให้ผมโกรธ และยิ่งถูกขังเดี่ยว ยิ่งทำให้อาการกำเริบ บ้ามาก
เอียนมีเวลาคิดถึงสิ่งต่างๆ
เอียนมีเวลาคิดถึงสิ่งต่างๆ แต่พอเวลายิ่งผ่านไป การที่เลนนี่อยู่กับลูกเมียนานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เอียนโกรธ
เอียน หมดเวลาแล้ว
ผมจะบอกให้ ผมคิดชื่อเล่นให้คุณได้แล้ว ตอนอยู่ในนั้น
งั้นเหรอ คิดได้ว่า?
ชื่อเลนนี่ไอ้ปากโป้ง เขาเป็นเหตุผลที่เราถูกลงโทษด้วย คุณฟ้องเรื่องที่ผมซุกหนังสือไว้ ดูนี่สิ ผมโดนยึดเรียบเลย
นายเข้ามาวางก้ามมีอำนาจในนี้ ไหงงั้น?
ก็ผมหัวเสียไง! ผมติดอยู่ในนั้น คุณได้กินดีอยู่ดี แล้วผมได้อะไร? ไม่ได้อะไรเลย
ก็นายเป็นคนอาสา จะบ่นทำไมล่ะ?
คุณหักหลังผม บอกว่าผมออกไอเดียให้ลอบซุกของ
หลักฐานอยู่ในเทปนะ!
แต่ผมแค่จะบอกว่าเราจะร่วมมือกันก็ได้ คุณดันปากโป้ง...
เดี๋ยวๆ ฉันไม่ได้ปากโป้งนะ พวกเขาไม่ได้รู้เรื่องของใต้เตียง พวกเขามีกล้องวงจรปิด
นายพูดอะไรของนายเนี่ย? แล้วผมก็เข้าไปห้องขังเดี่ยว พวกเขามีกล้องวงจรปิดนะ!
แต่กล้องไม่ได้ส่องไปใต้เตียงนี่
ตกลงนายอยากฟังฉันพูด หรือนายแค่อยากแสดงความรู้สึก หรือ...
แค่จะบอกว่าผมยอมเสียสละเพื่อทีมนะ
ใช่ นายแค่บอก ฉันจะบอกแค่ว่า ระวังคำพูด ฉันจะบอกแค่นี้
โอเค คุณตัดสินใจของคุณ ผมตัดสินใจของผม ก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้วน่ะ
โอเค บ่นไปก็เท่านั้น
คุณฟ้องเรื่องผม
วันนี้เอียนดูมีอารมณ์เศร้าหมองลงเล็กน้อย ผมได้เจอหน้าครอบครัว แต่เอียนไม่ ผลลัพธ์จากเรื่องนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป เขาไม่อยากเล่นหมากรุกเลย ไม่อยากเล่นบาสเกตบอลด้วย
ชัดว่าเลนนี่กับผม เราคุยกันน้อยลงมาก เขามีกิจวัตรของเขา ผมมีของผม มันก็แค่นั้น ไม่มีอะไรอีก
แม้ว่าจะห่างเหิน เลนนี่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเพื่อนของเขา
สบายดีมั้ยเพื่อน?
ผมซึมเศร้า
เป็นอะไรไป?
ผมพร้อมจะกลับบ้าน ผมพอแล้ว
แม้ว่าจะผ่านชาเลนจ์มาได้เพียงครึ่งทาง แต่เอียนก็พร้อมที่จะเลิกแล้ว
ให้ตาย ผมอยากกลับบ้านเต็มแก่ ผมแค่อยากกลับบ้าน ผมสุดจะทน
เลนนี่จำเป็นต้องหาวิธีรื้อฟื้นมิตรภาพขึ้นมาใหม่ เพราะพวกเขาจะกลับตอนไหนก็ได้ และถ้าเอียนกลับบ้าน ทั้งคู่จะแพ้
สุภาพบุรุษ
อรุณสวัสดิ์ จิมมี่ อรุณสวัสดิ์
ผมมีข่าวดีมาให้พวกคุณสองคน ข้อเสนอวันที่ 60 สิ่งที่จะช่วยให้พวกคุณคืนดีกันอีก นี่แชนด์เลอร์! ยกเข้ามาเลย
มานั่นแล้ว โทรทัศน์ ดูสิ่งนี้สิ
ผมรู้ว่าทีวีนี้รุ่นเก่า แต่คุณอยู่ในคุกก็ได้แบบนี้ คุณสามารถใช้เปิดดูหนังได้ในช่วง 40 วันข้างหน้า
เอาหนังพวกนี้มา พวกคุณเกิดยุค 50 กันรึไง
อ้าว คุณไม่อยากดูหนังงั้นเหรอ?
บอร์ดเกมพวกนี้แถมใช่มั้ย
แน่นอน เหล่านี้จะเป็นของคุณ วันละ 1 ชั่วโมง ในราคาแสนถูกที่ $30,000
ผมว่าเขาบ้าไปแล้ว
ไม่รู้สิ ก็น่าสนใจนะ
โอเค วันละหนึ่งชั่วโมง?
วันละหนึ่งชั่วโมง เพื่อความบันเทิง 40 ชั่วโมง
จิมมี่ แค่ชั่วโมงเดียว ดูหนังได้ไม่จบเรื่องนะ
คุณก็ดูหนังหนึ่งชั่วโมง เราจะเก็บกลับ จากนั้นวันต่อมา คุณก็ดูอีกชั่วโมงที่เหลือ
หนังที่เลือกมาไม่ตรงเทสต์ผมเท่าไหร่ นี่เป็นข้อเสนอสุดห่วย ไม่เอา
ไม่เหรอ?
ไม่
เฮ้ ผมนึกว่าพวกคุณเบื่อกัน ไม่เป็นไร แชนด์เลอร์ เข็นเอาไปเก็บ
โธ่
เดี๋ยวก่อน แชนด์เลอร์ ค้นตัวเขา
ผมไม่ได้ทำอะไร
ค้นตัวเขา
โอ้พระเจ้า ซุกกางเกงในเหรอ? แล้วยังมีหน้าหาความเห็นใจหลังทำผิดกฎครั้งล่าสุด รีบออกไปจากที่นี่ก่อนเขาจะขโมยอีก
บายทีวี บายวิดีโอ บายไททานิก
เอียนไม่พอใจกับข้อเสนอ ซึ่งทำให้เลนนี่กังวลว่าเอียนจะกลับ
ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนโดนทารุณทุกๆ 10 วันเลย ไม่เจอครอบครัว โทรศัพท์ก็ไม่ได้ใช้ มันน่าเศร้ามากจริงๆ นะ ผมรู้สึกได้เลยว่าตัวเองโมโหง่ายขึ้นมานิดหน่อย
มันออกจะน่ารำคาญ หมอนี่มีอะไรให้บ่นได้ตลอดเลย
ผมรู้สึกเหมือนโดนรถบัสชนรอบที่สอง ผมไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว
ผมเริ่มกังวลว่าเขาจะเลิก
ผมอยากจะกลับบ้าน
อยากจะกลับบ้าน เขาว่า...
ผมแค่จะคิดถึงการป่วนครั้งนั้น เขาป่วนผมในการแข่งครั้งล่าสุด ผมโดนป่วน ป่วน ป่วน ป่วน ป่วน
ผมอยากให้หมอนี่หุบปากได้แล้ว
แต่เนื่องจากผมมีข้อเสนอใหญ่เตรียมไว้สำหรับวันที่ 80 ก็เลยตัดสินใจไม่ให้อะไรพวกเขาในวันที่ 70 พวกเขาจึงต้องคืนดีกันเอาเอง
เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ตอนที่คุณตกที่นั่งลำบาก มันยาก ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มันทั้งหดหู่และเศร้า ที่คุณทำได้มีแค่อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และเล่นหมากรุก มันเป็นเรื่องท้าทายจิตใจจริงๆ
ผมแค่อยากกลับบ้าน
มันเป็นวันจิตตกสินะ
เอียนเขาบอกว่าเขารู้สึกอยากจะกลับบ้าน มันจะเป็นศึกที่ลำบาก ต้องทำให้หมอนี่ยังอยู่ต่อ
เนื่องจากผู้แข่งขันคนใดคนหนึ่งสามารถออกจากการแข่งได้ทุกเมื่อ เลนนี่จึงกังวลอยู่ตลอดว่าเอียนจะออกก่อน และจะสูญเสียเงินทั้งหมดที่ทั้งคู่หามา
นี่กี่โมงแล้ว
หัดหานาฬิกาใส่เหอะ
ฉันว่าจะชวนนายเล่นหมากรุก แต่ฉันจะกลับไปนั่งละกัน
เขาชื่อเลนเนิร์ด สมญาคือนักโทษปากโป้ง
นายทำความแตกเอง
หมอนั่นขำตัวเอง
โย่ เรามีนักโทษปากโป้ง
นายคือนักโทษตัวจริง ไม่ใช่ฉัน
มันชัดเจนว่าเอียนไม่คิดจะปล่อยวางบางอย่าง ที่นี่ให้สิทธิ์ญาติมาเยี่ยมได้ครั้งเดียว และมีแค่เลนนี่ที่ได้สิทธิ์ ด้วยความที่อยากแข่งต่อ เลนนี่รู้ว่าต้องสร้างกำลังใจให้เอียนเพื่อไปถึงวันสุดท้าย
ชีวิตน่ะดีนะ
ไม่ ชีวิตมีแต่ความทุกข์ แต่มันก็มีแต่แย่ลง ผมไม่คิดว่าผมจะมีปัญหาถ้าจะกลับก่อนกำหนด
การอยู่ที่นี่กับเอียนและเจอพลังลบตลอดเวลา ผมรู้สึกหงุดหงิดนะ
ถ้าเขาเสนอให้ผมรับเงินน้อยลง ผมก็จะรับ
เพื่อกลับบ้าน ใช่ ผมไม่อยู่แล้ว
ณ ตอนนี้ เหลือเวลาแค่ 20 วัน ดูเหมือนพวกเขาใกล้จะล้มเหลว ผมเลยมีไอเดีย ข้อเสนอต่อไปของผมคือโอกาสรื้อฟื้นมิตรภาพของพวกเขา หรือปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้วิดีโอนี้จบลง
โหเฮะ โอ้ นี่มันอะไรเนี่ย? อะไร
ตรงหน้าคุณคือก้อนหินที่หนัก 2,000 ปอนด์ ภายในนั้นมีกุญแจสำหรับไขกรงที่บรรจุเงินเอาไว้ $100,000 ด้วยกัน ถ้าอยากได้เงินนั้น คุณจะมีเวลาวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน เพื่อทุบหินก้อนนี้และเอากุญแจมา
หากยอมรับความเสี่ยงนี้ ส่งเงิน 50,000 ดอลลาร์นั้นให้ผมทันที แต่ถ้าคุณทำสำเร็จ ผมจะให้เงิน 100,000 ดอลลาร์ ถ้าคุณอยากจะมีโอกาสทำสำเร็จ พวกคุณก็ต้องร่วมมือกัน ผมจะให้เวลาพวกคุณตัดสินใจ
เราแค่ต้องทำงานให้หนัก เอียน ฉันรู้ว่านายไม่ชอบงานน่าเบื่อ แต่ครั้งนี้นายก็ต้องลงแรง
พวกเราจะทุบหินก้อนนี้ได้เหรอ?
พวกเราทำได้อยู่แล้ว เดี๋ยวก็ได้
ไม่มีทาง เลนนี่! รู้สึกเหมือนปล้นบนทางหลวงเลย
เอาล่ะ คุณคิดว่ามีคุณสมบัติจะท้าทายชาเลนจ์นี้มั้ย?
เราทำได้ เราทำได้
ได้เหรอ? ได้แน่นอน
ตกลง คุณหาเหาใส่หัวเองนะ เพื่อนๆ เก็บ 50,000 ดอลลาร์มา
อย่าทำเสียหายนะ เพราะเดี๋ยวเราจะเอาคืน ไปแล้ว เบาๆ มือหน่อย
นักโทษ ชั่วโมงแรกเริ่มขึ้นแล้ว
ตลอดหนึ่งชั่วโมงแรก พวกเขาทุบก้อนหินไม่มีพัก
แข็งชะมัด เราคงเสีย 5 หมื่นแล้วล่ะ
ผมเกลียดที่นี่ เราเหลืออีกเก้าชั่วโมงเพื่อเจาะหินก้อนนี้
แต่แม้ไม่มีความคืบหน้า วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็ออกมาข้างนอกและเริ่มงานทันที
เราต้องเร่งมือ ไม่มีเวลาทำเป็นเล่น ทุกนาทีมีค่า ได้แล้วนั่น
ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ชั่วโมงที่สองกับก้อนหิน เอียนก็เริ่มทำตัวเป็นกองเชียร์มากกว่าซะแล้ว
เอียนก็เริ่มทำตัวเป็นกองเชียร์มากกว่าซะแล้ว
สู้ๆ เลนนี่ นั่นไงล่ะ นั่นไงล่ะเลนนี่ เราเดิมพันทุกอย่างกับมัน เลนนี่
เอียนดูอยู่ข้างสนามตลอดจนหมดวันที่ 4
เลนนี่ พับผ่า วันนี้ผิดหวังมาก ฉันใช้แรงจนหมดตัว
ใช่ ผมเองก็เหนื่อย เราต้องทำงานเป็นทีม
ผมคิดว่าเอียนคงดูออกว่าเลนนี่ผิดหวัง เพราะวันรุ่งขึ้น เขาได้เปลี่ยนหลักความคิดครั้งใหญ่
พยายามเข้า นั่นแหละ!
และเมื่อเลนนี่หมดแรง เอียนก็รับช่วงต่อ
ผมขอลองทุบหน่อย จะได้เอากุญแจ
ตอนนี้พวกเขาร่วมมือกันสู้หินก้อนนี้
ไอ้หนุ่มออกแรงเต็มที่ เรามีสิ่วของจริง เราคืบหน้าครั้งใหญ่เลย ตามที่คุณเห็น มีรอยแยกรอยใหญ่
อย่างนั้นแหละ ให้เต็มเหนี่ยว หินแตกแล้ว เรามีความหวังกันแล้ว
ระหว่างพวกเขาทุบก้อนหิน ผมอยากบอกคุณเรื่องมิสเตอร์บีสต์ แล็บ ไฮบริดส์ชุดใหม่ หลอดทดลองนี้เพิ่งจะวางขาย ข้างในมีชิ้นส่วนของไฮบริดส์แบบสุ่ม ให้คุณผสมสร้างผลงานทดลองมิสเตอร์บีสต์ แล็บของคุณเองได้
คนเรียกผมจอมทุบหิน
และเพื่อให้มันเจ๋งยิ่งไปกว่านั้น เราได้สร้างแอนิเมชันขึ้นมา ตัวละครที่คุณสร้างด้วยไฮบริดส์เหล่านี้ คุณจะได้เห็นในแอนิเมชันเดือนตุลาคม
เราเหลือ 18 นาที เราใกล้เข้าไปทุกที
ซื้อไฮบริดส์ได้ตามร้านของเล่นทั่วไป สะสมชิ้นส่วนพิเศษ และสร้างบีสต์ที่ปรับแต่งได้ของคุณโดยเฉพาะ แพนธาร์ คนควรซื้อมั้ย?
ไปดูกันว่าหินแตกรึยัง
ถึงแม้พวกเขาจะทำงานเป็นทีม วันละ 1 ชั่วโมงยาว 10 วัน เป็นเดดไลน์ที่สั้น
นักโทษ หมดชั่วโมงที่หกแล้ว
หินหนึ่งคะแนน นักโทษศูนย์คะแนนในวันนี้
เราไม่คืบหน้าเลย ไม่ได้คืบหน้าเลย เราต้องการอะไรที่จะช่วยเราได้กุญแจเพื่อรับเงินแสนดอลลาร์นั้น
ทุกวันใหม่ พวกเขาออกแรงเป็นร้อยครั้ง แต่หินก็ไม่สะเทือน
เราทำงานหนักมาก แต่ไม่มีความคืบหน้า อาจไม่สำเร็จ ผมไม่แน่ใจ ถ้าเราเสีย 5 หมื่นนั่นผมจะเลิก
เอียนคิดได้ว่าแค่แรงมันไม่พอ ที่พวกเขาต้องการคือความรู้
ต้องมีคำตอบในนี้สิ หนังสือเกี่ยวกับหิน
ผมฉีกหน้าหนังสือที่เกี่ยวข้องกับงานของเราเป๊ะ มันบอกว่าเราต้องใช้คานงัด
คิดว่าจะสอดไปได้เหรอ? ได้สิ ผลักไปทางนั้น ผมซ้อนน้ำหนักตรงนั้นได้ เพื่อดัน... มันไม่เขยื้อนหรอก...
กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถทำให้หินมีรอยบิ่นได้
งานมหาหิน เบื่อแกแล้ว ไอ้หิน เซ็งเต็มที ก้อนหินหนักเกินกว่าจะยกขึ้น
เมื่อเหลือเวลาสองวัน เอียนจึงกลับไปอ่านเพื่อหาคำตอบเพิ่ม
ตรงนี้ยังมีอีกรูปที่ผมหาเจอ ดูเหมือนว่าเราต้องใช้สิ่วเจาะจุดที่อ่อนแอในก้อนหิน ตรงนี้เป็นจุดค่อนข้างอ่อนแอ
เริ่มออกอาการแล้ว ดูนี่สิ หินแยกแล้ว เลนนี่ หินทั้งก้อนแตกผ่าครึ่งเลย เราอาจจะได้เงินแสนดอลลาร์วันนี้เลยก็ได้
ไม่ขยับเขยื้อนเลย
นักโทษ หมดเวลาชั่วโมงที่เก้า
ฮ่วย เรากำลังมาดีๆ เลย แต่เวลาหมดซะก่อน พวกเราเกือบจะทำสำเร็จ วันสุดท้ายเราทำได้แน่
หินก้อนนี้เอาเรื่อง ไม่ใช่เล่นๆ มันแข็งกว่าที่ผมคาดไว้มาก ผมคิดว่าตอนนี้ 50-50 ว่าจะทำได้หรือไม่ได้
ฉันพร้อมไปแล้ว
นักโทษ เวลาสันทนาการ
แต่งตัว ได้เวลาพิฆาตหิน หินก้อนนี้จะต้องเละ สุภาพสตรีและบุรุษ
ชั่วโมงสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้ว
ดันต่อไป ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่กับนาย โอเค ได้ เราต้องลงลึกอีกหน่อย นั่นเป็นแผ่นหินที่โคตรหนาเลย
รีบเอากุญแจออกมาเลย รีบเอากุญแจออกมาเลย ดูนี่สิ ได้กุญแจรึยัง บ้านจ๋า ใช่ กุญแจต้องอยู่ข้างในแน่
คุณเหลือเวลาอีก 30 นาที
งานนี้นายช้าไม่ได้ คอนกรีตนี้เป็นสิ่งเดียวที่ขวางเรากับเงินแสน
เหลือเวลา 15 นาที เหลือเวลา 10 นาที
พระเจ้าช่วย กุญแจหลุดแล้ว โอ้ที่รัก
นั่นคือเงิน 100,000 ดอลลาร์ ไปเอามา
เงินก้อนนี้ 100,000 ดอลลาร์ เป็นของพวกคุณแล้ว
สุดยอด เอาไปเลย สุดยอด เงินแสนจ้าที่รัก ตำรวจกับโจร ตำรวจกับโจรยาหยี ตลอดชีพ
พวกคุณอยากรู้รึยัง ชาลเลนจ์วันที่ 90 คืออะไร? อยาก! ใช่!
สิ่งที่ผมจะเสนอคุณนั่นก็คือ... ไม่มี... เพราะในวันที่ 99 เราเตรียมอะไรที่โหดเป็นพิเศษให้พวกคุณ ไว้เจอกันครับ
ว้าว จะมีอะไรวันที่ 99?
ตลอดทั้งวิดีโอนี้ เอียนยึดมั่นในวิถีของโจรมาตลอด
เวลาผ่านไปเร็วเมื่อขโมยหนังสือ
ในวันที่ 99 เขาจะมีโอกาสขโมยเงินรางวัลสะสมทั้งหมด
วันนี้วันที่ 91 แต่ที่สำคัญสุด เป็นวันเกิดของเอียนเพื่อนผม
ผมตื่นขึ้นมาเจอเซอร์ไพรส์จากฝีมือเพื่อนร่วมห้องคนนั้น เขาเป็นคนดีมากเลย ไม่อยากเชื่อว่าผมฉลองวันเกิดในคุกมาสามปีแล้ว แต่อย่างน้อยผมก็มีเพื่อนร่วมห้องที่ดี
แต่ถึงแม้พวกเขาจะผ่านมาแล้วกว่า 90 วัน เอียนและเลนนี่ก็ไม่เคยนึกฝันว่าสิบวันสุดท้ายจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในโทษจำคุก 100 วันของพวกเขา
มันเอื่อยเฉื่อย พยายามหาอะไรใหม่ๆ ฆ่าเวลาในนี้ ไม่มีอะไรให้เราทำแล้ว
นายเข้าห้องสมุดได้ใช่มั้ย? เราจะมีอะไรทำถ้าผมขโมยหนังสือหมดห้อง ถ้านายฉกคอมออกมาคงจะฮามาก แบบนั้นก็เจ๋งเลย
บอกตามตรง ผมไม่โทษพวกเขา เพราะนี่เป็นคุกเดียวที่การก่อเรื่องไม่ได้เพิ่มโทษของคุณ
พรุ่งนี้เดี๋ยวตื่นเช้าไปเอาให้ ปฏิบัติการยกเค้าคอมได้ไฟเขียว
นายเพี้ยนแล้ว ประกอบเรียบร้อย ใช้ได้แล้ว เก่งมากพวก พวกเราพร้อมเริ่มงาน! มีอะไรใหม่ให้ทำแล้ว
ปกติผมจะลงโทษพวกเขาที่ขโมย แต่วันที่ 99 ใกล้เข้ามาแล้ว ผมเลยจะรอวันนั้น
เราควรขนกระสอบทรายเข้าไปทำเป็นเก้าอี้ เอาไปตั้งไว้หน้าคอมพิวเตอร์ ใช่ แบบนั้นก็ดีเลย จัดไปพวก
พัศดีจิมมี่ เราจะทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนคุณสัปดาห์นี้ เราเหมือนสองพี่น้องที่นั่งข้างๆ กันเลย ว่าไงเพื่อนยาก
มันก็งดงามดีนะ เพราะตลอดวิดีโอนี้ สิ่งที่ทำให้ตำรวจกับโจรสนิทกันมากขึ้นคือการขโมย
ผมชอบเห็นเลนนี่ข้ามไปด้านมืดนิดๆ เขาเชียร์ให้ผมแหกกฎด้วยครั้งนี้ วันนี้เราจะใช้เวลาพักนานขึ้น
หมดเวลา โปรดกลับเข้าข้างใน
นักโทษชนะอีกครั้งแล้ว คุณแสบได้ใจ ใช่ ฉันปรับตัวได้แล้ว แสบอย่างสบายใจ
ผมดีใจที่ได้ประสบการณ์นี้ในฐานะตำรวจ เพื่อเข้าใจความรู้สึกของการอยู่อีกฝั่งนึงของรั้ว ผมไม่รู้สึกเสียใจ
แต่สิ่งที่นักโทษสองคนนี้ไม่รู้คือ ผมจะนำความสัมพันธ์ที่พวกเขาสร้างมาตลอด 99 วัน มาทดสอบขั้นสุดท้าย
หนุ่มๆ หนุ่มๆ หนุ่มๆ แหมๆๆ 99 วันก่อนพวกคุณยังแปลกหน้า คิดว่าจะเป็นเพื่อนกันนอกคุกได้มั้ย? ได้สิ พวกเราสนิทกันแล้ว
มาดูกันว่าชาลเลนจ์สุดท้ายจะเปลี่ยนมันมั้ย ให้ตาย เอาอีกแล้วไงล่ะ
ตลอดทั้งคลิปนี้ เราได้เห็นว่าคนสองคนที่มีภูมิหลังต่างกันอย่างสิ้นเชิงเข้ากันได้ดีแค่ไหน พวกคุณผ่านเรื่องดีและเรื่องร้ายมามากมาย และเรื่องราวทั้งหมดจะตัดสินที่วันสุดท้ายนี้
ว้าว
ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ผมจะให้คุณสองคนแยกกันอยู่ในห้องขังเดี่ยวคนละห้อง
พัศดีจิม ขังเดี่ยวสองเลยเหรอ?
แต่หนนี้มีจุดต่าง เพราะในห้องของคุณนั้นมีปุ่มอยู่ และถ้าใครคนใดคนหนึ่งกดปุ่มนี้ก่อนหมดเวลา 24 ชั่วโมง คุณต้องออกจากห้องทันที และกลับบ้านไปพร้อมกับเงินรางวัลกองกลางจำนวนทั้งหมด $480,000 เท่ากับขโมยเงินของเพื่อนนักโทษทั้งหมดไป
เล่นไม่ซื่อ
ผมไม่คิดว่าคุณจะขโมยนะ แต่คุณต้องถามตัวเอง เขาจะทำรึเปล่า? เหมือนที่เขาขโมยหนังสือ วิดีโอ
ถ้าคุณคิด คุณควรขโมยเงินตัดหน้าเขามั้ย?
เขางอแงหนักมากเรื่องการขังเดี่ยว เวลาที่ครอบครัวมาเยี่ยม และเขายังบอกว่าเขาไม่ได้จ่ายเงินให้ผมเพื่อกลับเข้าไปในนั้นอีก
ตอนนี้ผมจะจ่ายคุณ $480,000 ให้ออกจากห้องนี้
ผมรู้ มันเป็นข้อเสนอที่ยั่วใจมาก ผมพอเข้าใจ
ผมคิดว่าเขาจะทำ คุณคิดงั้นเหรอ ผมว่าทำแน่ ผมจะกดปุ่มนั่นก่อนเขากด
โอเค อยากได้อะไรมั้ย? อิสรภาพ ได้ แค่กดปุ่มนั้น
เอาล่ะ 24 ชั่วโมงสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องสุดท้าย คุณไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปรึยัง จนกว่าตัวเลขนับถอยหลังจะเป็นศูนย์
ไอ้หยาๆ แย่ที่สุดเลย ผมไม่รู้ว่าการไว้ใจให้โจรอยู่กับปุ่มสีแดงที่สามารถให้เงินเขาได้ $480,000 เป็นความคิดที่ฉลาด
คือคนที่ติดคุกเพราะฉ้อโกง อาจยั่วยวนใจอยู่บ้างนะ กังวลว่าเอียนจะอยู่ไม่ครบกำหนด ผมจะรู้ได้ไงว่าไว้ใจเขาได้เรื่องเงินรางวัล
พวกเขาผ่านอะไรมามากตลอดคลิปนี้ จนรู้สึกเหมือนว่าจะไม่มีวันหักหลังกัน แต่ในฐานะคนที่ถูกขังเดี่ยวมาเป็นเวลานาน การได้อยู่คนเดียวนานๆ อาจทำให้คุณมองอะไรๆ ต่างออกไป ผมคิดว่าจะมีคนกด
เป็นครั้งแรกของผมในห้องขังเดี่ยว ครั้งที่สองของเอียน เขาเป็นคนที่กลัวที่แคบๆ
ผมไม่ชอบอยู่ในพื้นที่แคบๆ อึดอัดแบบนี้ มันไม่เหมาะกับผมเลย
อย่าลืมว่า คุณจะออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ต้องทำก็คือกดปุ่มนั้น
บอกตรงๆ สำหรับผม ผมไม่อยากเห็นตัวนับถอยหลัง เพราะแค่มองผมก็วิตกกังวล ผมเลยจะใช้ถุงขยะใบนึงมาปิดนาฬิกาเอาไว้ ผมไม่อยากจะเห็นมัน
แต่ยิ่งอยู่ในห้องขังเดี่ยวนาน พวกเขาก็ยิ่งคิดหนักว่าจะทำอะไรได้บ้างด้วยเงินอีกครึ่งของคู่หูเขา
ถ้าผมแค่ไปกดปุ่มแดงตรงนั้น ผมก็สามารถชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ผมเป็นหนี้อยู่ครึ่งล้านตอนออกจากคุก ผมแก้ไขทุกอย่างในอดีตได้ด้วยการกดครั้งเดียว
มีตั้งหลายอย่างที่ผมสามารถทำได้ด้วยเงิน 480,000 ดอลลาร์ ค่าเล่าเรียนสำหรับลูกๆ รถคันใหม่ของผมกับภรรยา หรืออาจซื้อบ้านอีกหลัง ทั้งหมดแค่กดปุ่มนี้
ผมควรจะกดปุ่ม เอาเงิน 480,000 ดอลลาร์ไปจ่ายหนี้เก่าทั้งหมด แล้วหักหลังเลนนี่เหรอ? อาจต้องทำ
ยิ่งเอียนคิดเรื่องเงินเท่าไหร่ ยิ่งตระหนักว่าเขาควรได้มากกว่า
พูดตามตรง ผมว่าตัวเองมีช่วงเวลาที่แย่กว่าเลนนี่ใน 100 วันนี้ โดยเฉพาะผมไม่ได้สิทธิ์เข้าเยี่ยมและอดเจอครอบครัว ทำไมผมถึงต้องถูกจับขังเดี่ยวนานกว่าเลนนี่ถึงสองเท่านะ ไม่สมเหตุสมผลเลย
ถ้าเขาไป ก็คงปวดใจมาก ผมก็ทุ่มเทมากพอๆ กับเขา ถ้าเขาทนไม่ได้อีก 24 ชั่วโมง มันก็แสดงให้เห็นว่าวิถีนักโทษก็ยังเหมือนเดิม
ผมโดนป่วนชีวิตมากเกินไปแล้ว ผมไม่ทนแล้ว ราตรีสวัสดิ์
ผมหวังว่าเอียนจะอยู่ข้างนอกตอนเรื่องนี้จบลง
เวลา 100 วัน ตัดสินกันใน 24 ชั่วโมงสุดท้ายนี้
ถ้าอยู่ในห้องขังเดี่ยว กรุณาออกมาตรงกลางด้วย ย้ำอีกครั้งว่า ถ้าอยู่ในห้องขังเดี่ยว กรุณาออกมาที่ตรงกลางด้วย
ขณะนี้มีม่านสีดำปิดกั้นและบังทั้งสองส่วนของคุกอยู่ หากทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนั้น คุณจะได้แบ่งเงินรางวัลเท่าๆ กัน แต่ถ้ามีเพียงคนใดคนหนึ่ง คุณก็ใช้เวลาในคุกไป 100 วันอย่างสูญเปล่า
สาม สอง หนึ่ง เปิดม่านได้
วู้ พวกเขาไม่ได้หักหลังกัน เพื่อนยาก
นั่นคือ 240,000 ดอลลาร์ของคุณ อ้าว มีตกพื้นไปบ้างแล้ว
เพื่อเป็นการฉลอง ครอบครัวของคุณมาด้วย พวกคุณสองคนเป็นอิสระแล้ว!
หวังว่าพวกเขาจะไม่ต้องติดคุกอีก! ถ้าคุณยังไม่ได้เปิดการแจ้งเตือน เราอัปโหลดทุกวันเสาร์เว้นเสาร์
พวกเขามีความสุขกันมาก นี่มันสุดยอดเลย ผมรักวิดีโอนี้
และอย่าลืม เรายังระดมทุนให้ทีมวอเตอร์อยู่ เงินบริจาค $1 โดยเฉลี่ยจะช่วยให้ใครบางคนมีน้ำสะอาดใช้ 1 ปี
วันที่เผยแพร่บทความ
