คฤหาสน์ 1 ล้านดอลลาร์ กับคนที่เคยบอกว่าวิดีโอ MrBeast "ง่ายเกินไป"

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

วิดีโอนี้ตั้งคำถามว่า ถ้าเอาคนที่เคยพูดต่อสาธารณะว่าชาเลนจ์ของ MrBeast (จิมมี่) ง่ายเกินไป และอ้างว่าถ้าได้ลงแข่งจะชนะแน่ มาให้เจอชาเลนจ์จริง พวกเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน ผู้เข้าแข่งขัน 15 คนต้องอาศัยในคฤหาสน์หลังเดียวกัน คนที่ออกจากบ้านเป็นคนสุดท้ายจะได้บ้านหลังนั้นไป ระหว่างทาง จิมมี่นำชาเลนจ์จากวิดีโอเก่าของเขามาให้ทำซ้ำทีละอย่าง เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คนเหล่านี้เคยพูดไว้เป็นจริงหรือไม่ การแข่งขันกินเวลาทั้งหมด 119 วัน

17 นาทีในการอ่าน

กติกาและรางวัล

เมื่อถอดผ้าปิดตา ผู้เข้าแข่งขันได้รู้กติกา คฤหาสน์มูลค่าหนึ่งล้านดอลลาร์หลังนี้เป็นของคนที่ออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย ใครเหยียบเส้นสีแดงถือว่าออกทันที จิมมี่พาเดินชมบ้านซึ่งมีเจ็ดห้องนอน ห้องเล่นเกมสามห้อง โรงภาพยนตร์ ห้องสมุด และห้องยิม ผู้เข้าแข่งขันหลายคนประกาศว่าจะไม่มีวันออก มีคนพูดติดตลกว่าอยู่ที่นี่แล้วจะให้กลับไปอยู่ห้องเช่าได้อย่างไร คำถามแรกของพวกเขาเป็นเรื่องเวลานอน เวลาตื่น และการแบ่งห้อง จิมมี่ไม่ตอบ สุดท้ายตกลงกันว่าใครถึงห้องไหนก่อนก็ได้ห้องนั้น

จิมมี่เปิดเผยว่าเขาเลือกผู้เข้าแข่งขันทุกคนจากคลิปที่พวกเขาเคยวิจารณ์วิดีโอของเขา ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือเชส ในเช้าวันแรกเชสบอกว่าคิดถึงแม่จริงๆ จิมมี่จึงเปิดคลิปเก่าที่เชสเคยล้อผู้เข้าแข่งขันคนอื่นซึ่งคิดถึงภรรยาและลูก ในคลิปนั้นเชสพูดว่า "บังเอิญว่าผมไม่สนใจหรอก" คลิปของคนอื่นก็มีน้ำเสียงคล้ายกัน เช่น ผู้เข้าแข่งขัน MrBeast สมัยนี้ใจเสาะ หรืออยู่สามปีก็ไม่สน จะตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลย

3:43

สองวันแรก: รีโมตหาย ประตูพัง และซอสเต็มบ้าน

ในคืนแรก ทีวีกลายเป็นของโปรดของทุกคน เชสจึงแอบเอารีโมตไปโยนทิ้งในที่ที่หยิบไม่ได้ จอชให้ความเห็นว่าคนทำฉลาดมาก เพราะเมื่อทีวีดับ หลายคนน่าจะถอดใจ

วันที่สอง เจซขอออกจากการแข่งขันหลังรู้ว่าคนอื่นพร้อมจะอยู่กันเป็นปี ทั้งที่เขาเคยทำคลิปบอกว่าไม่มีอะไรน่าโมโหไปกว่าผู้เข้าแข่งขันที่ออกตั้งแต่วันแรกเพราะคิดถึงหมา จิมมี่ขอให้เขายอมรับก่อนออกว่าชาเลนจ์ไม่ได้ง่าย เจซตอบว่า "ไม่ มันก็ยังง่ายอยู่ดี" แล้วจึงเดินออกไป

ความวุ่นวายเริ่มเมื่อเชสพูดว่าพอถึงวันที่เจ็ดหรือสิบทุกคนจะคลั่ง และเขาอาจเตะประตูพัง เพื่อนถามว่าจะรอถึงวันที่สิบเลยหรือ เชสจึงเตะประตูห้องของอีกคนพังในวันนั้นเลย อีกฝ่ายตอบโต้ด้วยการพังห้องของเชส จนเชสต้องย้ายไปนอนโซฟา จิมมี่บอกว่าทุกอย่างในตัวเขาอยากเข้าไปห้าม แต่ในเมื่อคนเหล่านี้บอกว่าวิดีโอของเขาง่ายเกินไป เขาจึงปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อ

เชสยอมรับกับกล้องว่านี่อาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของเขา แต่ยังเห็นว่าการเป็นตัวของตัวเองสำคัญกว่า ระหว่างที่เชสระบายอารมณ์อยู่ในห้องยิม คเวลีแอบเข้าไปทำลายห้องใหม่ของเขา เชสไม่รู้ว่าใครทำ จึงระบายใส่ทั้งบ้านด้วยการเทซอสแรนช์ลงบนพรมและห้องของคนอื่น ต่อมามีคนเอาซอสบาร์บีคิวทาบันได และเตียงของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งถูกโยนออกจากระเบียง จิมมี่เข้ามาดูความเสียหายแล้วบอกว่านี่อาจเป็นกลุ่มที่เสียสติที่สุดเท่าที่ทีมเคยเจอ

การเก็บกวาดและการเอารีโมตคืน

เควินบอกว่าเขาไม่ชอบอยู่ในบ้านสกปรก จึงลงมือทำความสะอาด คนอื่นมาช่วยด้วย จิมมี่มองว่าการช่วยกันครั้งนี้ทำให้ทุกคนสนิทกันขึ้น และเขาคิดว่าการเห็นคนอื่นทำความสะอาดทำให้เชสอยากไถ่โทษ เชสจึงประกาศว่าจะสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเอารีโมตเครื่องสุดท้ายกลับคืน กลุ่มผู้ชายช่วยกันจนคีบรีโมตกลับมาได้ และนั่งดูทีวีด้วยกันอีกหลายชั่วโมง

8:50

วันที่ห้า: คนที่เกลียดจิมมี่ที่สุดสามคนออกพร้อมกัน

แม้มีทีวีแล้ว บางคนก็เริ่มรู้สึกว่าการอยู่ในวิดีโอนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด รูเบนบอกว่าคิดถึงครอบครัวมาก เช้าวันที่ห้า คาร์เตอร์ขอออกเพราะคิดถึงแมว จิมมี่เปิดคลิปที่คาร์เตอร์เคยล้อผู้เข้าแข่งขันที่ยอมทิ้งเงินล้านเพื่อกลับไปให้อาหารแมวชื่อคัดเดิลส์ คาร์เตอร์ทำทีว่าจะอยู่ต่อ แล้วบอกว่าล้อเล่นและขึ้นรถไป

ไม่นานก็มีอีกคนขอออก ตามมาด้วยเชสที่บอกว่าอยากกลับไปหาแม่ จิมมี่เปิดคลิปที่เชสเคยท้าว่าถ้าให้อยู่บนเรือร้อยวันก็จะอยู่ 200 วัน แล้วเตือนว่านี่เพิ่งวันที่ห้า เชสยอมรับว่าไม่คิดว่าชาเลนจ์จะยากขนาดนี้ แต่เมื่อถูกถามว่าอยากขอโทษผู้เข้าแข่งขันที่เคยล้อไหม เขาตอบว่า "ไม่" จิมมี่สรุปว่าเพิ่งวันที่ห้า คนที่เกลียดเขาที่สุดสามคนก็ยอมแพ้ไปแล้ว

การทำลายบ้านไม่ได้จบไปพร้อมกับเชส

จิมมี่บอกว่าน่าแปลกที่การออกไปของเชสไม่ได้เปลี่ยนอะไร ไม่กี่วันต่อมามีคนเอาหนังสือไปวางเต็มสนามบาสเกตบอล ห้องครัวเลอะจนต้องใช้เวลาเก็บกวาดหลายชั่วโมง มีคนพังอุปกรณ์ในห้องยิมด้วยเหตุผลว่ามีคนชอบห้องยิมมากเกินไป ถ้าอยากให้พวกเขาออก ต้องเอามันออกไป วันที่เจ็ดหน้าต่างถูกทุบ วันที่แปดไรอันบอกว่าทนต่อไม่ไหว เควินบ่นว่าคนที่ทำอยู่กำลังลดมูลค่าบ้านที่ทุกคนแข่งกันชิง วันที่เก้าจาเพธพูดว่าขอถอนคำพูด บ้านนี้ไม่ได้ง่ายเลย

วันที่สิบ จิมมี่ได้ยินว่ามีคนจะออกถ้าได้กินชิค-ฟิล-เอ เขาจึงเสนอนักเก็ตชุด 30 ชิ้น รูเบนรับข้อเสนอ จิมมี่ให้ความเห็นว่ารูเบนทิ้งบ้านหนึ่งล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับอาหารราคาราวสิบดอลลาร์ แล้วเปิดคลิปที่รูเบนเคยล้อผู้เข้าแข่งขันซึ่งบ่นคิดถึงครอบครัวหลังผ่านไป 30 วัน ทั้งที่ตัวรูเบนเองเริ่มสะเทือนใจเรื่องครอบครัวตั้งแต่วันที่สี่

12:24

ชาเลนจ์แรก: ใส่กุญแจมือติดกันโดยไม่รู้ว่านานแค่ไหน

จิมมี่นำชาเลนจ์จากวิดีโอ "ล่ามโซ่ติดกับแฟนเก่า" มาใช้ ทุกคนต้องจับคู่และใส่กุญแจมือติดกันเป็นเวลาที่ไม่บอกล่วงหน้า อาจเป็นหนึ่งวันหรือหนึ่งปี ใครถอดกุญแจมือจะถูกคัดออก คำถามแรกคือจะเข้าห้องน้ำอย่างไร ผู้เข้าแข่งขันแก้ปัญหาด้วยการเจาะช่องที่ประตูห้องน้ำ มาร์กบอกว่ากุญแจมือทำให้ทุกเรื่องง่ายๆ กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

เพียงวันเดียว บางคนก็ทนไม่ไหว วันที่ 12 อเล็กเก็บของและบอกต่อหน้ากล้องว่าชาเลนจ์ของจิมมี่ยาก จิมมี่ตั้งใจจะเปิดคลิปเก่าของอเล็ก แต่ในคลิปนั้นอเล็กกลับบอกว่าไม่โทษจิมมี่ที่ไม่ได้ชวนมาแข่ง และถ้าถูกชวนก็จะรีบตอบตกลง เมื่อคู่ของอเล็กออกไป อีกคนกลายเป็นคน "ใส่กุญแจมือกับอากาศ" จึงมีผู้เข้าแข่งขันอีกคนอาสามาจับคู่แทน

ช่วงนี้ความสัมพันธ์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ไรอันกับคเวลีสนิทกันมาก คเวลีเล่าว่าพ่อถูกไล่ออกจากงานเมื่อปีที่แล้ว พ่ออายุมากแล้ว ถ้าชนะเขาจะให้เงินส่วนใหญ่แก่พ่อแม่และให้พ่อเกษียณ และหวังว่าจะช่วยฟื้นความสัมพันธ์กับพ่อ หลังได้ฟังเรื่องนี้ ไรอันตั้งเป้าว่าจะช่วยให้คเวลีชนะ

ในทางกลับกัน แอรอนเข้ากับแอชเชอร์ไม่ได้ แอรอนพยายามชวนแอชเชอร์คุยเรื่องครอบครัวและน้องชาย แอชเชอร์ตอบว่าไม่ได้แคร์น้องจริงๆ แอรอนมองว่าแอชเชอร์ไม่แสดงความผูกพันกับใครเลยแม้แต่ครอบครัวของตัวเอง แต่ยอมรับว่าเขาฉลาดมาก ความมั่นใจของแอชเชอร์ เช่น การพูดว่า "นี่บ้านของผม" เริ่มทำให้คนอื่นหงุดหงิด และมีคนในบ้านพูดว่าอยากกำจัดแอชเชอร์

16:06

ทีวีถูกทำลาย และคนที่เคยเรียกคนอื่นว่าโง่

เควิน มาร์ก และอูธีสังเกตว่าหลังได้รีโมตคืน คนอื่นใช้เวลาส่วนใหญ่ดูทีวี อูธีจึงวางแผนว่าถ้าไม่มีทีวี คนจะเบื่อแล้วออกไปต่อกันเหมือนโดมิโน วันที่ 21 ทีวีทั้งสองเครื่องถูกทำลาย

คืนวันที่ 22 จิมมี่เข้ามาพร้อมไอแพดเพื่อแจ้งว่ามีคนเปิดประตูเดินออกไปเองแล้ว เหลือผู้เข้าแข่งขันเจ็ดคน วันถัดมามาร์กขอออก เขาเล่าว่าการอยู่ห่างจากทุกอย่างทำให้รู้ว่าชีวิตข้างนอกยังดำเนินต่อไป และซื้อเวลากลับคืนไม่ได้ จิมมี่เปิดคลิปที่มาร์กเคยล้อผู้เข้าแข่งขันซึ่งคิดถึงภรรยาและพิธีจบการศึกษาของลูก แล้วเรียกคนนั้นว่าโง่ มาร์กยอมรับว่าเคยทำแบบนั้นจริง

ไรอันบอกว่าการถูกล่ามติดกับคเวลีมาเกือบ 20 วันทำให้ทั้งคู่และเพียร์ซแข็งแกร่งขึ้น คเวลีรู้สึกว่าไรอันเป็นเหมือนพี่น้องคนหนึ่งที่บ้าน เมื่อไม่มีทีวี กลุ่มผู้ชายต้องหาวิธีใหม่ฆ่าเวลา จิมมี่บรรยายว่าพวกเขากลายเป็น "มนุษย์ถ้ำ" กันหมด วันที่ 39 บ้านถูกติดเทปไว้ทั่วเพื่อเตรียมชาเลนจ์ถัดไป และวันที่ 40 ทุกคนได้ถอดกุญแจมือ

19:44

ชาเลนจ์บังเกอร์: วิ่งไปสแกนมือก่อนหมดเวลา

ชาเลนจ์ที่สองมาจากวิดีโอบังเกอร์ เมื่อสัญญาณเตือนดัง ทุกคนต้องไปสแกนมือที่เครื่องภายในหนึ่งนาที ไม่ทันถือว่าถูกคัดออก ผู้เข้าแข่งขันบางคนย้ายไปนอนใกล้เครื่องสแกนเพราะไม่กล้าอยู่ชั้นบน ตอนแรกพวกเขาไม่ค่อยจริงจัง และรับมือได้ดีมาก จิมมี่จึงตั้งเวลาให้สัญญาณดังในช่วงที่เขาคิดว่าแย่ที่สุด เช่น เช้าตรู่หรือระหว่างอาบน้ำ แต่ทุกคนก็ยังทัน แอชเชอร์กับคเวลีพูดซ้ำว่าง่ายเกินไปและขอให้จิมมี่ทำให้ยากกว่านี้

วันที่ 50 จิมมี่ลดเวลาลงเหลือ 30 วินาที เวลาที่สั้นลงทำให้แทบไม่มีที่ให้พลาด บางคนย้ายของทั้งหมดไปไว้ในห้องสมุด มีครั้งหนึ่งที่เหลือเวลาเพียง 15 วินาทีแล้วคนหนึ่งยังไปไม่ถึง สุดท้ายก็ไม่มีใครถูกคัดออก จิมมี่สังเกตว่าชาเลนจ์นี้ทำให้คนในบ้านสามัคคีกันมากขึ้น เควินเรียกอูธีว่าพี่น้องร่วมสาบาน แต่แอชเชอร์ยังเข้ากับใครไม่ได้ เขาบอกว่าตัวเองเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะมีชีวิตข้างนอกที่ต้องเสียน้อยที่สุด

22:50

แอชเชอร์ยึดอาหาร และจิมมี่เปลี่ยนแผน

ช่วงวันที่ 60 คนในบ้านพูดกันตรงๆ ว่าแอชเชอร์ต้องออกไป วันที่ 61 แอชเชอร์ตอบโต้ด้วยการเอาอาหารทั้งหมดออกจากตู้เย็น ตู้กับข้าว ช่องแช่แข็ง รวมถึงเครื่องครัว เพื่อไม่ให้ใครหาอะไรกินได้ เกมกลายเป็นแอชเชอร์ปะทะคนทั้งบ้าน

จิมมี่บอกว่าเดิมเขาวางแผนไว้อีกแบบ แต่แอชเชอร์ทำให้วิดีโอออกนอกทาง วันที่ 65 เขาจึงนำชาเลนจ์จากวิดีโอ "ขังสองคนไว้ด้วยกัน 100 วัน" มาใช้ ทุกคนต้องจับคู่และถูกแยกไปอยู่ในห้อง ใครก้าวออกจากพื้นที่ถือว่าตกรอบ ไม่มีใครอยากคู่กับแอชเชอร์ จนจิมมี่สั่งให้เลือกทันที สุดท้ายได้คู่คเวลีกับเพียร์ซ เควินกับอุษมาน และไรอันกับแอชเชอร์ (ซับไตเติลเรียกชื่อผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งสลับกันระหว่าง "อุษมาน" กับ "อูธี") อาหารที่ได้มีเพียงข้าว ข้าวโอ๊ต และเนื้อวัว ในกระเป๋ามีหนังสือติดมาด้วย บางคนจึงบอกว่านี่ง่ายไป ระหว่างนั้นจิมมี่ประกาศว่าจะซ่อมคฤหาสน์ที่ถูกทำลาย โดยมีโลวส์เป็นผู้ช่วยในการรีโนเวต

ไม่กี่วันต่อมาความเบื่อก็มาเยือน ไรอันบอกว่าชาเลนจ์นี้ไม่ได้แย่ แค่ต้องรอและน่าเบื่อมาก ทุกคนฆ่าเวลาด้วยการอ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และเล่นเกม เพียร์ซเรียนจบมัธยมอย่างเป็นทางการระหว่างอยู่ในห้องนี้ และบอกว่าพลาดพิธีจบการศึกษาไปแล้ว คเวลีบ่นเรื่องอาหารเดิมๆ ทุกวัน จิมมี่บอกว่าถ้าพวกเขาไม่เคยพูดว่าวิดีโอของเขาง่ายเกินไป เขาคงเข้าไปช่วยแล้ว เขาเข้าใจอาการเริ่มเสียสติหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เพราะตอนเขาเองถูกขังเดี่ยวเจ็ดวัน เขาก็เริ่มไม่ไหวเหมือนกัน

26:58

ไรอันนับเลขถึงหนึ่งแสน

เพื่อสู้กับความเบื่อ ไรอันตัดสินใจนับเลขถึงหนึ่งแสนเหมือนวิดีโอไวรัลแรกของจิมมี่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของช่อง จิมมี่บอกว่าหลายปีมานี้คนเอาแต่พูดว่าสิ่งที่เขาทำโง่และง่าย และสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้จะพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่

ช่วงแรกไรอันนับสะดุดหลายครั้ง เมื่อจิมมี่แวะมาในตอนที่ไรอันนับถึงราว 29,000 ไรอันยอมรับว่ายากกว่าที่คิดไว้มาก จิมมี่บอกว่าไรอันได้รับความเคารพจากเขาทั้งหมด จะย้อนดูวิดีโอเพื่อตรวจว่าไม่ได้ข้ามตัวเลขไหน และถ้านับครบจะมีของพิเศษให้ ที่ 50,000 ไรอันกินมื้อค่ำเป็นมื้อเช้าเพื่อเติมพลัง เพราะตั้งใจนับให้จบโดยไม่นอนเหมือนที่จิมมี่เคยทำ จิมมี่เล่าจากประสบการณ์ว่าครึ่งหลังยากกว่าครึ่งแรกมาก

วันที่ 79 ไรอันบอกว่าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนหรือเป็นใคร ปากเจ็บไปหมด และเริ่มเห็นตัวเลขลอยอยู่ตรงหน้า ช่วงท้ายคเวลีแอบฟังอยู่ข้างนอกและคอยให้กำลังใจ จนไรอันนับถึง 100,000 สำเร็จ จิมมี่บอกว่าดีที่ในที่สุดมีคนอื่นเข้าใจว่าการนับถึงหนึ่งแสนยากแค่ไหน และสรุปว่าความมุ่งมั่นของคนคนหนึ่งสร้างกำลังใจให้คนรอบข้างได้ แต่แอชเชอร์ยังยืนยันว่าการนับถึงหนึ่งแสนง่ายมาก ไรอันตอบกลับแรงๆ ว่าแอชเชอร์โง่

แอชเชอร์กับการยอมรับเรื่องอีโก้

ความตึงเครียดในห้องของไรอันกับแอชเชอร์ยังมีต่อ ไรอันเล่าว่าแอชเชอร์พูดถึงการแบ่งเงินหนึ่งล้านราวกับชนะไปแล้ว เช่น กันไว้ 15,000 ดอลลาร์ซื้อรถจักรยานยนต์ ไรอันบอกว่าภารกิจเดียวของเขาคือกำจัดแอชเชอร์เพื่อเพิ่มโอกาสให้คเวลี และจะไม่ยอมตกรอบก่อนแอชเชอร์

ผู้เข้าแข่งขันอีกคนมองว่าแอชเชอร์ฉลาด แต่อีโก้น่ากลัวมากและลดทอนความฉลาดนั้น ช่วงวันที่ 87–89 แอชเชอร์เล่าว่าเขาอายุ 18 ปีและเรียนแบบโฮมสคูลมาตลอด บ้านหลังนี้จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่ต่างไปสำหรับเขา และเขาได้เรียนรู้ว่าบรรทัดฐานทางสังคมเป็นอย่างไร เขาเคยมองทุกอย่างเป็นการแข่งขัน แต่คิดว่าอย่างน้อยเขาก็เติบโตทางอารมณ์ได้ จากนั้นเขาขอโทษอย่างเป็นทางการที่เคยเอาอาหารไปโดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคนอื่น และบอกว่าแข่งกันได้โดยไม่ต้องทำตัวแย่ใส่กัน

33:35

ครบสามเดือน: เหรียญเพนนีแสนเหรียญ ประตูที่ยังไม่เปิด และบ้านที่ซ่อมเสร็จ

วันที่ 90 จิมมี่ให้รางวัลไรอันเป็นเหรียญเพนนีหนึ่งแสนเหรียญ ซึ่งชวนให้นึกถึงวิดีโอเก่าที่ใช้เหรียญเพนนี จากนั้นทำท่าจะปล่อยทุกคนออกจากห้องเพราะอยู่ครบสามเดือน แต่หยุดไว้แล้วถามว่าพวกเขาเคยบอกว่าวิดีโอของเขาง่ายเกินไปใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นลองใหม่อีกสองสามสัปดาห์ดีไหม ทุกคนรีบยอมรับว่าวิดีโอของเขาไม่ง่ายเลย

วันที่ 95 จิมมี่กลับมาบอกว่ามีคนถูกคัดออก แล้วสารภาพว่าโกหก เหตุผลจริงคือเขาอยากให้ทุกคนได้เห็นบ้านที่ซ่อมใหม่ทั้งหลัง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสัญญาว่าจะไม่ทำลายบ้านอีก ทุกคนเกี่ยวก้อยสัญญา ในบ้านมีสนามฟุตบอลและ "กำแพงแห่งผู้พ่ายแพ้" ของผู้ที่ตกรอบไปแล้ว จิมมี่ยังเพิ่มรางวัลว่าผู้ชนะจะได้บริการดูแลบ้านโฮมแคร์พลัสจากโลวส์ตลอดชีวิต คืนนั้นเป็นคืนแรกในรอบ 31 วันที่พวกเขาได้นอนนอกห้องแยกตัว

เพราะการแข่งขันลากยาวจนเพียร์ซพลาดพิธีจบการศึกษามัธยม จิมมี่จึงติดต่อครูใหญ่และเตรียมเซอร์ไพรส์ เขานำชุดครุยและหมวกรุ่นปี 2026 มาให้ และให้ครูที่ปรึกษาของโรงเรียนร่วมเป็นสักขีพยานผ่านทีวีขณะมอบประกาศนียบัตร พร้อมยืนยันว่าแม้อยู่ที่นี่สามเดือน เพียร์ซก็ไม่ได้เรียนตก

38:01

โทรศัพท์สุ่ม: รางวัลหรือบทลงโทษ

ชาเลนจ์ถัดมากินเวลา 30 วัน จิมมี่จะโทรเข้าโทรศัพท์เครื่องหนึ่งในเวลาสุ่ม คนที่รับสายต้องรับสิ่งที่เขาเสนอ ซึ่งอาจเป็นของขวัญหรือบทลงโทษก็ได้ สายแรก ไรอันชนะเป่ายิ้งฉุบได้สิทธิ์รับสาย และได้เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์เป็นเงินสดจริง ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกคนที่รับสายต่อมาต้องอยู่ในอ่างอาบน้ำ 24 ชั่วโมง กลยุทธ์ของแต่ละคนจึงต่างกัน บางคนตั้งใจไม่รับสายเด็ดขาด บางคนพร้อมเสี่ยง วันที่ 100 จิมมี่บอกว่าวันนี้คงให้บทลงโทษไม่ได้ และทิ้งพิซซ่ากับคุกกี้ไว้ที่หน้าประตูแทน

ในวันที่ 101 จิมมี่บอกให้คเวลีส่งโทรศัพท์ให้คนที่ไว้ใจน้อยที่สุด คเวลีส่งให้แอชเชอร์ จิมมี่เสนอว่าถ้าแอชเชอร์ยอมอยู่ในห้องแยกตัว 24 ชั่วโมง คเวลีจะได้เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ในนามของแอชเชอร์ จิมมี่ตั้งคำถามว่าผู้เล่นที่เห็นแก่ตัวที่สุดในเกมจะยอมทำเพื่อคนอื่นหรือไม่ แอชเชอร์ยอม และบอกว่าไม่คิดว่าตัวเองจะสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบที่คเวลี ไรอัน และเพียร์ซมี หรือแบบเควินกับอุษมานได้ แต่หวังว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาพัฒนาได้

วันที่ 102 คเวลีได้รับทางเลือกว่าจะปล่อยให้แอชเชอร์อยู่ต่อชั่วโมงสุดท้ายแล้วรับหนึ่งหมื่น หรือสลับเข้าไปแทนและเริ่มจับเวลาใหม่ 24 ชั่วโมง ซึ่งถ้าทำครบ ทั้งคู่จะได้คนละหมื่น คเวลีเลือกสลับที่ จิมมี่บอกว่าเขาคิดว่าชาเลนจ์นี้จะทำให้คนแตกแยก แต่มันกลับทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้น วันที่ 103 คเวลีออกจากห้องและทั้งคู่ได้รางวัล

สายที่หนักที่สุดเกิดในวันที่ 104 ผู้รับสายได้คุยกับ KSI ก่อนจิมมี่จะประกาศว่าจะเปิดเพลงของ KSI วนซ้ำผ่านลำโพงทั้งบ้าน 24 ชั่วโมง ผ่านไปเพียง 18 นาทีก็มีคนบ่นว่าหูจะเลือดออก บางคนพูดว่ายอมสละคฤหาสน์เพื่อไม่ต้องฟังเพลงนี้ จิมมี่บอกว่าการพยายามนอนท่ามกลางเสียงเพลงคือฝันร้ายของจริง ส่วนวันที่ 106 จิมมี่แอบเข้ามาจัดร้านโอลด์ เนวี่จำลองในบ้าน แล้วโทรเสนอเงินห้าหมื่นดอลลาร์ แต่ไม่มีใครรับสาย ทีมจึงเก็บทุกอย่างกลับที่เดิมโดยที่ผู้เข้าแข่งขันไม่รู้ว่าเคยมีโอกาสนี้

แรงจูงใจของคนที่ยังเหลือ

ช่วงวันที่ 107–115 วิดีโอให้ผู้เข้าแข่งขันเล่าเหตุผลที่ยังอยู่ คนหนึ่งเล่าว่าเคยย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ถูกไล่ออกจากบ้าน และเคยเป็นคนไร้บ้าน แต่ยังมีแรงผลักดันจะทำตามความฝัน อีกคนบอกว่าต้องใช้ปีสุดท้ายของมัธยมอยู่ที่นี่ และเข้ามาโดยเตรียมใจไว้แล้ว เพราะจิมมี่บอกว่าวิดีโออาจยาวถึงสองหรือสี่ปี อีกคนเล่าว่าครอบครัวมีปัญหาการเงินมากและฝากความหวังไว้กับเขา จิมมี่ชี้ว่าทุกคนเข้ามาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่ไรอัน คเวลี อุษมาน เพียร์ซ เควิน และแอชเชอร์คือคนที่พิสูจน์ว่าพร้อมทำตามที่พูด

48:03

ชาเลนจ์สุดท้าย: วางมือบนคฤหาสน์ และจิมมี่ลงแข่งเอง

วันที่ 116 จิมมี่ประกาศชาเลนจ์ที่เขาบอกว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของช่อง ใครเอามือออกจากคฤหาสน์เป็นคนสุดท้ายจะได้คฤหาสน์ไป มือต้องแตะกำแพง พื้น หรือเคาน์เตอร์ตลอด และมีกล้องจับมือแต่ละคน เงื่อนไขพิเศษคือจิมมี่วางเงินสดหกแสนดอลลาร์ไว้ตรงหน้า ถ้าผู้เข้าแข่งขันอย่างน้อยสามคนยอมให้เขาลงแข่ง ใครยอมแพ้ก่อนจิมมี่จะได้หนึ่งแสนดอลลาร์ แต่ทันทีที่จิมมี่ยอมแพ้ เงินที่เหลือจะหายไปทั้งหมด และถ้าจิมมี่ชนะ เขาจะได้คฤหาสน์ไป ทุกคนตกลง บางคนบอกว่าจะเป็นเกียรติมากถ้าได้ชนะเขา

เงินหนึ่งแสนเป็นแรงดึงดูดที่ชัดเจน ผู้เข้าแข่งขันที่เคยไร้บ้านบอกว่าครอบครัวเคยเสียทุกอย่างและต้องนอนในรถ การทิ้งรางวัลหนึ่งล้านจึงดูบ้าเกินไปสำหรับเขา ส่วนคเวลี ไรอัน และเพียร์ซคุยกันว่าไม่แน่ใจว่าจิมมี่จะอยู่ได้ถึง 24 ชั่วโมงหรือไม่ และไม่มีใครอยากเสี่ยง คเวลีบอกว่าตั้งแต่ถูกล่ามโซ่ติดกับไรอัน 31 วัน เขาพูดชัดมาตลอดว่าถ้าไรอันออกเขาก็ออก จิมมี่เตือนว่ายิ่งคนอื่นออกมาก โอกาสชนะคฤหาสน์ยิ่งสูง แต่คเวลีตอบว่าเขามาไกลแล้ว และคนเหล่านี้กลายเป็นครอบครัวของเขา ทั้งสามจึงเอามือออกทีละคน รับเงินคนละหนึ่งแสน แล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกัน

ผู้ที่เหลืออยู่คือแอชเชอร์ อูธี เควิน และจิมมี่ ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าอธิบายให้คนอื่นเข้าใจยากว่าชาเลนจ์นี้ยากแค่ไหน แค่เผลอเสียสมาธินิดเดียวก็อาจเสียคฤหาสน์ การกิน การล้างมือ และการเข้าห้องน้ำล้วนยากขึ้น แต่ที่ยากที่สุดคือการนอน จิมมี่ขอเข้านอนเป็นคนแรก เพราะคนอื่นมีแรงจูงใจช่วยให้มือของเขาอยู่บนบ้าน ถ้ามือของเขาหลุด อย่างน้อยสองคนจะกลับบ้านมือเปล่า มีคนถึงขั้นนั่งทับมือจิมมี่ไว้ เพราะอยากให้ทุกคนได้อะไรติดมือกลับไป

วันที่ 117 เควินเอามือออกเป็นคนถัดไป และได้เงินหนึ่งแสน เขาบอกว่าไม่เสียใจ แม้ไม่ได้คฤหาสน์แต่ดีใจที่ได้รู้จักทุกคน จิมมี่จึงประกาศว่าจะออกไปพร้อมเควินด้วย ทำให้เหลือเพียงแอชเชอร์กับอูธีที่แข่งกันชิงคฤหาสน์ และไม่มีเงินหนึ่งแสนให้ใครอีก แอชเชอร์บ่นว่าจิมมี่อยู่ไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ

54:07

ศึกสุดท้ายระหว่างแอชเชอร์กับอูธี

ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองแต่เพื่อพ่อ แอชเชอร์ตอบว่าเป็นเหตุผลที่น่ายกย่อง แต่เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะเห็นใจใคร แอชเชอร์ฝืนตื่นเพื่อไม่ให้ตกรอบ ขณะที่อูธีหาวิธีนอนได้หลายชั่วโมงโดยไม่เอามือออก เมื่อจิมมี่กลับมา แอชเชอร์ตื่นมาแล้วกว่า 32 ชั่วโมง บอกว่าจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ยังไม่เห็นภาพหลอน และปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้มั่นใจเกินไป อีกฝ่ายประเมินว่าถ้าทำงานแบบปกติ คงต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีกว่าจะซื้อบ้านหลังนี้ได้ และการชนะจะเปลี่ยนชีวิตทั้งเขาและครอบครัว

จิมมี่บรรยายว่าสี่เดือนก่อนมี 15 คนเดินเข้ามาในบ้าน และทุกคนสาบานว่าจะเป็นคนสุดท้าย แต่มีเพียงแอชเชอร์กับอูธีที่รักษาคำพูดนั้นไว้ได้ จากนั้นจิมมี่เรียกอูธีออกไปคุย แล้วถามแอชเชอร์ว่ารู้ไหมว่ากำลังจะเปิดวิดีโออะไร จิมมี่เล่าว่าเขาแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป แอชเชอร์เอามือออกทันที และผลไม่ได้สูสีกันเลย

ผู้ชนะหลัง 119 วัน

จิมมี่ประกาศว่าแอชเชอร์ถูกคัดออก และอูธีเป็นเจ้าของคฤหาสน์อย่างเป็นทางการ หลังอยู่ในบ้านมา 119 วัน อูธีขอบคุณจิมมี่ ก้าวออกจากบ้าน และรับโฉนดที่มีชื่อของเขาพร้อมลายเซ็นของจิมมี่ จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่เคยพูดว่าวิดีโอของ MrBeast ง่ายเกินไป หลายคนต้องยอมรับระหว่างทางว่ามันไม่ง่าย บางคนไม่ยอมรับแม้ตอนเดินออกไป และคนสุดท้ายที่เหลืออยู่คืออูธี