กิน 4.3 ล้านแคลอรี่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเงิน 1 ล้านดอลลาร์: 200 กว่าวันของสี่คนแปลกหน้าที่กลายเป็นครอบครัว
MrBeast ミスタービーストคลิปนี้ตั้งโจทย์ว่า ถ้าผู้เข้าแข่งขันสี่คนจะได้ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต่อเมื่อกินอาหารทุกอย่างในร้านจนหมด พวกเขาจะทำได้หรือไม่ และต้องใช้เวลานานเท่าไร มิสเตอร์บีสต์ (จิมมี่) บอกว่าตัวเองเหมาซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งร้าน และอาหารในร้านมีพลังงานรวม 4.3 ล้านแคลอรี่ ซึ่งเขาบรรยายว่ามากพอจะเลี้ยงคนได้ทั้งเมือง ตลอดคลิป จิมมี่ไม่ได้นำเสนอแค่การแข่งกิน แต่ยังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าแข่งขัน ครอบครัวของพวกเขา และการนำอาหารบางส่วนไปแจกให้คนยากไร้ ในตอนท้ายเขาเรียกโครงการนี้ว่าเป็น "การทดสอบทางสังคม"
ที่มา: จากเกม "ใครออกจากร้านคนสุดท้าย" สู่เงินรางวัลสี่เท่า
คลิปนี้เป็นภาคต่อ ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คือ ฮวน แจ็คสัน เรย์ฮาน และเอลดิน (เรย์ฮานกับเอลดินเป็นพี่น้องกัน) เคยอยู่ในคลิปก่อนหน้าที่ใช้ชื่อเกมว่า "ใครออกจากร้านคนสุดท้าย" ในคลิปนั้น คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเดินเข้าร้านโดยไม่ทันตั้งตัว และถูกชวนให้แข่งชิงเงิน 250,000 ดอลลาร์ ทั้งสี่เริ่มต้นในฐานะคู่แข่งกัน แต่พอถึงวันที่ 67 ก็ยังไม่มีใครยอมแพ้
จิมมี่จึงเสนอให้ทั้งสี่สู้ต่อไปด้วยกัน และเพิ่มเงินรางวัลเป็นสี่เท่า คือ 1 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขข้อเดียว คือเขาจะเติมของให้เต็มร้าน แล้วทั้งสี่ต้องกินทุกอย่างให้หมด ระหว่างที่ทีมงานเติมของ ผู้เข้าแข่งขันต้องรออยู่ในร้านอีก 22 วัน จำนวนวันที่ขึ้นบนจอจึงนับใหม่ตั้งแต่เริ่มภารกิจนี้ แต่เวลาที่พวกเขาอยู่ในร้านจริงมากกว่านั้นมาก ช่วงต้นของคลิปตรงกับวันที่ราว 90 กว่าของการอยู่ในร้าน และเมื่อจบ ทั้งสี่อยู่ในร้านมาแล้วกว่า 200 วัน
กติกา: ทุกแคลอรี่ที่เสีย เงินรางวัลก็หายไปเท่ากัน
จิมมี่อธิบายว่า ถ้าสี่คนนี้กินวันละ 2,000 แคลอรี่ จะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะกินอาหารในร้านหมด ส่วนกติกาที่กดดันที่สุดคือ อาหารทุกแคลอรี่ที่เน่าเสียหรือถูกทิ้ง จะถูกหักออกจากเงินรางวัล 1 ดอลลาร์ต่อ 1 แคลอรี่ ถ้าอาหารเสียไปเกือบหนึ่งในสี่ของร้าน เงินรางวัลจะหายไปทั้งหมด นอกจากนี้ห้ามเหยียบหรือข้ามเส้นสีแดงเด็ดขาด
เพื่อกันไม่ให้ใครแอบทิ้งอาหาร ทีมงานมีคนเฝ้ามอนิเตอร์ทุกส่วนของร้านตลอดเวลา แต่ผู้บรรยายเสริมว่าผู้เข้าแข่งขันเองก็จริงจังกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่วันแรกมีบลูเบอร์รี่ราว 80 แคลอรี่ร่วงลงพื้น จิมมี่แซวว่าเท่ากับ 80 ดอลลาร์และบอกให้ทิ้งไป แต่ผู้เข้าแข่งขันตอบว่าไม่เป็นไร ตกพื้นแค่สองสามนาทีก็ยังกินได้
สัปดาห์แรก: เก็บของสดให้รอด และหาจังหวะการทำงานร่วมกัน
ทั้งสี่เริ่มจากสำรวจและนับของทั้งร้าน เช่น ขนมปัง 105 ก้อน แพร์ 34 กระป๋อง ทูน่า 271 กระป๋อง และซัลซ่า 22 กระป๋อง แล้วตกลงกันว่าต้องจัดการผักผลไม้ก่อน เพราะเป็นของที่จะเสียเร็วที่สุด พวกเขาย้ายผักผลไม้ทั้งหมดออกจากแผงไปใส่ตู้แช่ มื้อแรกเป็นสเต๊กใส่ชีสกับพริกหวานปริมาณมาก แต่จิมมี่เตือนว่าถึงตอนนั้นพวกเขาเพิ่งกินไป 10,000 แคลอรี่จาก 4.3 ล้าน
วันที่สอง แผนชัดขึ้น คือแช่แข็งผักและคั้นผลไม้เป็นน้ำ แจ็คสันคั้นน้ำส้ม เรย์ฮานกับฮวนแช่แข็งดอกกะหล่ำ และพวกเขาย้ายขนมปังเกือบทั้งหมดเข้าตู้แช่ เพราะขนมปังมีแคลอรี่สูงและเสียไม่ได้ ถึงวันที่สาม ผักผลไม้กับขนมปังอยู่ในตู้แช่หมดแล้ว แต่เมื่อจิมมี่ถามว่ากินไปเกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือยัง คำตอบคือยัง
ในวันที่สี่ พวกเขาเลือกจัดการอาหารที่ไม่ชอบก่อน เพื่อเก็บแรงจูงใจไว้ใช้ทีหลัง (มีคนบ่นว่าไม่อยากกินหัวหอมเลย) ผลรวมที่นับได้ตอนนั้นคือกินไปแล้ว 65,941 แคลอรี่ พวกเขาวางกลยุทธ์ว่าต้องออกกำลังกายเผาผลาญให้มากที่สุดเพื่อจะกินได้อีก จิมมี่ต้องการให้พวกเขาแข็งแรงกว่าเดิม จึงเปลี่ยนสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพในร้านเป็นของที่ดีกว่า เช่น เอาซีเรียลฟรุตลูปออกแล้วใส่ซีเรียลโปรตีนแทน และจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาฝึกพวกเขาทุกวัน
บทบาทที่ต่างกัน และอาการหมดไฟของเอลดิน
พอถึงวันที่ห้าหกแต่ละคนมีกิจวัตรของตัวเอง ฮวนเริ่มทุกวันด้วยการทักทายแฟนๆ ที่มามุงดูหน้าร้าน แจ็คสันเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำปั่น ส่วนเรย์ฮานรับหน้าที่ทำให้อาหารทั้งหมดอร่อย โดยเล่าว่าเขาอ่านตำราทำอาหารตอนกลางคืน
ผู้บรรยายบอกว่าทั้งกลุ่มทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ไหลลื่น ยกเว้นคนเดียว เอลดินบอกว่ารู้สึกเศร้า อยู่ในร้านมานานมาก และการต้องสู้กับ 4.3 ล้านแคลอรี่ทำให้เขาแอบอยากกลับไปแข่งแบบ "ใครออกคนสุดท้าย" เหมือนเดิม ผู้บรรยายเล่าว่าความหดหู่ทำให้เขาเอาแต่นอน ไม่ออกกำลังกาย และหลายครั้งไม่ยอมกินด้วย ในวันที่แปด จิมมี่เข้าไปในร้านเพื่อออกกำลังกายกับทั้งกลุ่มและพยายามกระตุ้นเขา หลังจากนั้นมีคนในทีมพูดว่ารู้สึกแข็งแรงขึ้นและมีความสุขกับชีวิต แม้จะอยากออกไป แต่ยิ่งกินเร็วก็ยิ่งได้ออกเร็ว ครบหนึ่งสัปดาห์ ยังไม่มีอาหารเสียแม้แต่แคลอรี่เดียว จิมมี่ยอมรับว่าพวกเขาทำได้ดีกว่าที่คิดไว้
ความช่วยเหลือจากภายนอกที่ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง
วันที่ 10 จิมมี่กับเพื่อนสวมผ้าปิดตาเข้าไปเข็นรถในร้าน ให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้วตะโกนบอกทางภายในหนึ่งนาที ของทุกอย่างที่อยู่ในรถเข็นจะมีนักเพาะกาย 10 คนมาช่วยกิน จิมมี่บอกว่าถ้าสั่งได้ดีอาจได้ของถึงแสนแคลอรี่ แต่ในทางปฏิบัติ คนที่ปิดตาเดินชนผนัง สับสนว่าขวาของใคร และหยิบของได้น้อย ผู้บรรยายสรุปว่านักเพาะกายไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่หวังไว้
ถึงตอนนั้นผ่านไป 10 วัน พวกเขากินไปสองแสนกว่าแคลอรี่ ส่วนใหญ่มาจากผักผลไม้ที่ใกล้หมดแล้ว แต่ยังไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของแคลอรี่ทั้งหมดในร้าน และหลายล็อกยังเต็มอยู่
วันที่ 100 ในร้าน: เงินให้ครอบครัว และความผูกพันที่ก่อตัว
วันที่ 11 ของภารกิจตรงกับวันที่ 100 ของการอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต และยังเป็นวันเกิดของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งด้วย จิมมี่นำรถเข็นใส่เงิน 40,000 ดอลลาร์เข้ามา และมอบให้ครอบครัวละ 10,000 ดอลลาร์ เพราะพวกเขาต้องห่างจากครอบครัวมา 100 วัน ผู้เข้าแข่งขันฝากข้อความถึงคนรับเงิน มีคนบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดภรรยาและชื่นชมว่าเธอเป็นทั้งภรรยาและแม่ที่ดีที่สุด อีกคนบอกให้พ่อแม่ไปเที่ยวกัน
ผู้บรรยายบอกว่าการแยกจากครอบครัวมาอยู่รวมกันนานๆ ทำให้ทั้งสี่กลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน มีการทำป้ายวันแม่ให้คนในครอบครัวของกันและกัน และเอลดินเปิด "ร้านตัดผม" หลังร้าน โดยมีฮวนเป็นลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นของเอลดินยังตามหลังคนอื่น เขาบอกว่าถ้าเดินตอนนี้คงอ้วกแน่
ภารกิจเผาผลาญแคลอรี่เพื่อคนยากไร้ และความเสียหายครั้งแรก
ในวันที่ 20 จิมมี่ประกาศว่าใน 10 วันต่อจากนั้น ทุกแคลอรี่ที่ผู้เข้าแข่งขันเผาผลาญได้ตามที่ฟิทบิทวัด จะถูกนำออกจากร้านไปทำอาหารแจกคนยากไร้ จิมมี่กำชับเทรนเนอร์ชื่อจอห์นให้ดูแลไม่ให้พวกเขาหักโหม และบอกให้ผู้เข้าแข่งขันเชื่อฟังถ้าเทรนเนอร์สั่งให้พัก
ผู้บรรยายเล่าว่าทุกคนตื่นหกโมงเช้ามาออกกำลังหลายชั่วโมง ยกเว้นเอลดินที่ตื่นราวเก้าโมงครึ่งถึงสิบโมง เขาพยายามออกกำลังแต่ไม่ไหว และยอมรับว่ารู้สึกแพ้เพราะทุกคนเผาผลาญได้มากกว่า จอห์นอธิบายว่าคนอื่นออกกำลังมากกว่าเขาวันละสองชั่วโมง ช่วงหนึ่งเขาตามหลังเพื่อนราว 5,000 แคลอรี่ ขณะที่คนอื่นเผาผลาญได้วันละมากกว่า 4,000 แคลอรี่ ผู้บรรยายชี้ว่าคนที่นำอยู่กลับเป็นฮวน ซึ่งอายุมากที่สุด มีคนแซวว่าเขากระโดดมาห้าชั่วโมงแล้ว
ระหว่างนั้นทุกคนยืนยันกับจิมมี่ว่ายังไม่มีอาหารเสียเลย แต่จิมมี่บอกว่าผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านอาหารไม่ได้บอกเขาแบบนั้น ควินน์ ผู้เชี่ยวชาญที่จิมมี่จ้างมา อธิบายว่าผักบางส่วนอยู่ในตู้แช่นานเกินไปและไม่ปลอดภัยที่จะกินแล้ว ผู้เข้าแข่งขันบางคนแย้งว่ายังดูดีอยู่ แต่กะหล่ำดาวบางส่วนดำแล้ว จิมมี่บอกว่าเขาปล่อยให้ใครป่วยไม่ได้ อาหารในรถเข็นรวม 6,614 แคลอรี่ จึงถูกหักเงินรางวัล 6,614 ดอลลาร์ มีเสียงตำหนิกันว่า "นึกว่านายดูเรื่องวันหมดอายุ" แต่ก็มีคนห้ามไว้ว่าเป็นทีมเดียวกัน ไม่ควรโทษกัน มีคนบอกว่าเรื่องนี้ทำให้ขวัญเสียจริงๆ เพราะพยายามรักษาเงินไว้แต่ก็ยังเสียไป
อลิสัน การแจกอาหาร และเรื่องเล่าของผู้อพยพ
เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ วันที่ 26 จิมมี่พาอลิสันเข้ามา อลิสันเป็นผู้เข้าแข่งขันจากอีกคลิปหนึ่งที่ต้องถูกล่ามโซ่ติดกับคนแปลกหน้าเปลี่ยนคนทุกห้าวัน และรอบนี้ต้องล่ามกับฮวน อลิสันช่วยกินได้มาก ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าเธอกินพอๆ กับพวกเขา แต่ก็มีคนยอมรับว่ายังเศร้าที่เสียเงินไปหกพันดอลลาร์ และจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก
วันที่ 30 ผลการเผาผลาญ 10 วันออกมา 201,768 แคลอรี่ ทั้งกลุ่มจึงทำอาหารปริมาณนั้นด้วยการจี่ ทอด ต้ม และแอร์ฟราย ระหว่างทำอาหาร เรย์ฮานเล่าว่าเขากับเอลดินน้องชายมาจากยุโรปในฐานะผู้อพยพ ตอนนั้นไม่ได้มีอาหารกินทันทีและไม่ค่อยมีเงิน การได้ตอบแทนชุมชนที่ให้อะไรพวกเขามามากจึงเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก จิมมี่สรุปว่ามีคนกว่า 300 คนได้กินอาหารจากการบริจาคสองแสนแคลอรี่ครั้งนี้ หลังจากนั้นอลิสันต้องออกจากร้านไปล่ามโซ่กับคนแปลกหน้าคนใหม่ และร้านก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
ความเหนื่อยล้า ความขัดแย้ง และความพยายามหาความสงบ
วันที่ 32 มีช่วงที่ลูกชายของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งขอให้พ่อข้ามเส้นสีแดงมาหา พ่อทำได้แค่บอกว่าเดี๋ยวพ่อก็กลับ และเล่าว่าพอเดินผ่านล็อกสินค้าก็รู้ว่าการได้กลับบ้านยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่เขาชักช้าไม่ได้ เพราะต้องให้ลูกเห็นว่าเขาไม่ยอมแพ้
เรย์ฮานทำอาหารมื้อแล้วมื้อเล่า ทั้งกลุ่มกินวันละสี่มื้อกับน้ำปั่นสี่แก้ว จนมีคนบอกว่าอิ่มจนเหมือนคนท้อง เพื่อนในทีมเล่าว่าเรย์ฮานอยากกลับบ้านมากและกดดันทุกคนมาหลายวัน ผู้บรรยายบอกว่าเรย์ฮานกับทีมมองความคืบหน้าต่างกันสุดขั้ว เรย์ฮานคิดว่ากินวันละ 37,000 แคลอรี่ ใกล้แตะ 40,000 แล้ว และตู้เย็นตู้แช่เริ่มโล่ง แต่คนอื่นมองว่ายังเต็มอยู่และต้องอยู่อีกยาว ความหมกมุ่นของเรย์ฮานทำให้ทีมเกินจะทนไหว จนเกิดปากเสียงกับเอลดินเรื่องมันฝรั่งทอดที่เอลดินไม่ยอมกิน เรย์ฮานพูดว่าถ้าอาหารพวกนั้นหายไป ก็คือหายไปพร้อมเงินรางวัล
ผู้บรรยายบอกว่าเรย์ฮานต้องการอะไรมาช่วยให้ใจสงบ ในวันที่ 36–37 เขาจึงใช้เมล็ดพืชในร้านทำที่ให้อาหารนก เพราะทุกเช้าเขาชอบออกไปนั่งฟังเสียงนกที่ประตูขนของ ซึ่งเขาบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนไปสปา พวกเขาเฝ้ารอเกือบทั้งวัน แต่สุดท้ายไม่มีนกมาเลยสักตัว
จดหมายของฮวน: บทเรียนที่ไม่เกี่ยวกับการกิน
วันที่ 38 ฮวนเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เรย์ฮาน ฮวนเล่าว่าวันหนึ่งที่แคชเชียร์ เรย์ฮานถามเขาว่าอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ไหม ซึ่งเขาตอบว่าไม่ได้ทั้งสองอย่าง เรย์ฮานจึงหยิบปากกามาให้เขาลองเขียนคำสั้นๆ และให้กำลังใจว่าสะกดผิดก็ไม่ต้องโมโห จากที่เขียนเป็นประโยคไม่ได้ ตอนนี้ฮวนเขียนจดหมายขอบคุณยาวๆ ได้แล้ว เรย์ฮานบอกว่าการได้จดหมายนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และจะเก็บไว้ตลอดชีวิต
ผู้บรรยายตีความว่าช่วงนั้นเรย์ฮานโฟกัสแต่ตัวเองกับครอบครัว แต่จดหมายง่ายๆ ของฮวนช่วยเตือนให้เขากลับมาช่วยเหลือคนอื่น และบางครั้งคนแปลกหน้าก็อาจกลายเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ช่วงเดียวกันจิมมี่เล่าว่าหลังคลิปแรก ผู้ชมถามว่าจะช่วยให้ทั้งสี่ได้เงินเพิ่มได้อย่างไร ทีมงานจึงทำเสื้อสกรีนหน้าผู้เข้าแข่งขัน และแบ่งรายได้ครึ่งหนึ่งจากเสื้อแต่ละตัวให้คนที่อยู่บนเสื้อ
สนามฟุตบอลจิ๋วและนักฟุตบอลที่มาช่วยกิน
วันที่ 40 จิมมี่นำหญ้ามาปูเป็นสนามอเมริกันฟุตบอลขนาดเล็ก ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้รถเข็นรับลูกที่ขว้างมา เริ่มจากเส้นสิบหลา ทุกสิบหลาที่รับได้ จำนวนนักฟุตบอลที่จะมาช่วยกินในร้าน 24 ชั่วโมงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดถึงสิบคน นักฟุตบอลคนหนึ่งบอกว่าเขากินได้วันละสองหมื่นแคลอรี่ จิมมี่จึงประเมินว่าถ้าได้ครบสิบคน พวกเขาอาจได้กลับบ้านเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์
ฮวนบอกว่าไม่เคยเล่นอเมริกันฟุตบอลตอนเด็กเลย แต่ทีมได้นักฟุตบอลเพิ่มทีละคน มีรอบที่เอลดินรับพลาด ต่อมาควอเตอร์แบ็กทีม ECU ชื่อมิทช์มาขว้างให้ และในรอบที่ไกลที่สุดก็รับได้ ทีมได้นักฟุตบอลมาเจ็ดคน พวกเขาเลือกคนที่ตัวใหญ่และหิวที่สุดในทีม แต่ผู้บรรยายเล่าว่าการกินหลายพันแคลอรี่ให้เร็วที่สุดทำให้นักฟุตบอลง่วงมาก และเมื่อครบ 24 ชั่วโมง โค้ชก็ต้องมาตามตัวกลับ
หลังจากนั้นจิมมี่ต้องพาฮวนออกทางหลังร้านไปถ่ายเกมล่ามโซ่คนแปลกหน้าให้จบ ทีมได้แต่นั่งดูเขาแข่ง (จิมมี่ไม่บอกผล) เมื่อฮวนกลับมา คนในทีมบอกว่าเหมือนได้พลังงานบวกก้อนใหญ่ และพวกเขากลับไปเร่งกินได้เหมือนเดิม จนซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มดูโล่ง
ครอบครัวมาเยี่ยม 24 ชั่วโมง และอาการบาดเจ็บของฮวน
วันที่ 50 ครอบครัวของทั้งสี่มาอยู่ในร้าน 24 ชั่วโมงหลังจากไม่ได้เจอกันหลายเดือน และต้องช่วยกินด้วย คือกินอาหารทุกชั่วโมงและดื่มน้ำปั่นชั่วโมงละแก้ว ภรรยาของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งทำอาหารที่เขาบอกว่าอาจอร่อยที่สุดในรอบสี่เดือน ผู้บรรยายระบุว่าถึงตอนนั้นครอบครัวช่วยลดปริมาณอาหารได้มากกว่ากลุ่มไหนๆ และสรุปว่าคนที่รักเราจริงจะพร้อมช่วยเราเสมอ หลังครอบครัวกลับไป ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งเล่าว่าฝันเห็นครอบครัวบ่อย ยังได้ยินเสียงลูกเรียก "พ่อ" และบอกว่าเขาเข้ามาที่นี่ 140 วันแล้ว และจะไม่ออกจนกว่าจะทำให้ครอบครัวภูมิใจและเอาเงินล้านกลับบ้านได้
ทั้งกลุ่มออกกำลังหนักขึ้นตามแผน "เบิร์นเยอะเพื่อกินเยอะ" แต่ผู้บรรยายเตือนว่ามีคนหนึ่งที่อาจทุ่มเทมากเกินไป ฮวนเจ็บข้อเท้า เท้าบวม เพื่อนบอกให้ประคบน้ำแข็งและพักแต่เขาไม่ฟัง อาการจึงแย่ลง จนมีคนบรรยายว่าเท้าบวมเป็นสับปะรด เทรนเนอร์ห้ามเขาวิ่งบนลู่ เขาต้องใช้ไม้ค้ำแต่ก็ยังเดินไปมาไม่หยุด เพื่อนๆ จึงเข็นเขาไปมาในรถเข็นสินค้าและเล่นเกมไฟแดงไฟเขียวกัน แจ็คสันบอกว่าคนที่เจอในนี้กลายเป็นเพื่อนแท้ เขาได้ "ลุงฮวน" มาหนึ่งคน และได้เรย์ฮานกับเอลดินเป็นพี่น้อง
ช่วงเดียวกัน ประตูขนของที่เป็นมุมโปรดของพวกเขาถูกล็อกโดยไม่รู้สาเหตุ และการตัดขาดจากโลกภายนอกเริ่มส่งผล ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าอยากได้แสงแดด จิมมี่จึงเปิดเผยว่าเขาย้ายเส้นสีแดงออกไปข้างนอก และจัดลานนอกชานพร้อมเตาย่างให้ ทั้งกลุ่มให้คะแนน 20 เต็ม 20 แต่จิมมี่ทิ้งท้ายว่าวันที่ 60 อาจเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดเท่าที่เคยทำมา
วันต่อมาเพื่อนๆ ทำ "ปฏิบัติการรักษาฮวน" โดยให้เขานั่งฝึกภาษาอังกฤษ ซึ่งพวกเขาบอกว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ฮวนยอมนั่งเฉยๆ ทำน้ำปั่นให้ และทำสระน้ำให้แช่เท้า ฮวนกลับมาเดินได้ตามปกติ และบอกว่าไม่ว่าจะเจออะไรก็จะลอง เพราะไม่อยากยอมแพ้
ลู่วิ่งทองคำ: 160 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมง
วันที่ 60 จิมมี่เผยโฉม "ลู่วิ่งทองคำ" ตอนนั้นในร้านเหลืออาหาร 2.4 ล้านแคลอรี่ เมื่อเริ่มนับถอยหลัง 24 ชั่วโมง ตัวเลขนี้จะลดลงเรื่อยๆ ถ้าทีมวิ่งครบ 160 กิโลเมตรภายในเวลา แคลอรี่ที่เหลือบนเครื่องวัด ณ ตอนนั้นจะถูกนำออกไปแจกคนยากไร้ ยิ่งวิ่งเร็ว ตัวเลขที่เหลือก็ยิ่งมาก แต่ถ้าวิ่งไม่ถึง 160 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมง จะไม่มีการนำอาหารออกไปเลยสักแคลอรี่
ฮวนเริ่มก่อนด้วยความเร็วระดับเจ็ด ทีมตกลงกันว่าจะผลัดกันวิ่งคนละกิโลครึ่ง ส่วนคนที่พักก็มีจุดเติมพลังที่มีน้ำและขนม จอห์นประเมินว่าวิ่งสักสองกิโลก็พอได้ แต่ระยะนี้เท่ากับมาราธอนสี่รอบ พวกเขาต้องหมดแรงแน่ และน่าจะเริ่มเห็นความเร็วลดลงเมื่อถึง "สองโลครึ่ง" ผู้บรรยายบอกว่าผลออกมาเกือบตรงกับที่จอห์นคาดไว้ ราวครึ่งทาง ความเหนื่อยล้าเริ่มมีผลและความเร็วลดลง ฮวนเจ็บเข่า และบอกว่าไม่เคยวิ่งมากขนาดนี้ในชีวิต เพราะเพิ่งวิ่งได้หนึ่งกิโลแรกไม่กี่วันก่อน มีคนเป็นตะคริว ผู้บรรยายเตือนว่าถ้ารักษาความเร็วไม่ได้ ตัวเลขอาจลดถึงศูนย์ และพวกเขาจะวิ่งแทบตายโดยไม่ได้อะไรเลย ในช่วงนี้คลิปตัดสลับกับเสียงครอบครัวที่ให้กำลังใจ เช่น ลูกที่บอกว่าภูมิใจในตัวพ่อ และผู้เข้าแข่งขันที่บอกว่ากำลังเข้าใกล้การได้กลับไปหาเคซีย์ คนรัก
ในกิโลสุดท้ายมีหมอนวดมาช่วย และทีมก็ทำสำเร็จ จิมมี่บอกว่าก่อนหน้านี้เคยให้ทีมที่แข็งแรงด้านกีฬากว่าลองทดสอบ ได้ตัวเลขราว 350,000 แคลอรี่ แต่ทีมนี้ผ่านไปได้ด้วยตัวเลขราว 600,000 แคลอรี่ อาหารหกแสนแคลอรี่จึงถูกนำออกไปแจก ผู้เข้าแข่งขันประเมินว่าปริมาณนี้ถ้ากินเองคงใช้อย่างน้อยสองเดือน และดีใจที่ทั้งคนอื่นได้กินและตัวเองก็ได้เข้าใกล้เส้นชัยเร็วขึ้น
แขกรับเชิญ วันชาติที่พลาดไป และธรรมเนียมฟุตบอลของฮวน
วันที่ 64 จิมกับโมนิก้า เพื่อนของจิมมี่จากอีกคลิปที่แข่งชิงรถแลมบอร์กินี ขับรถเข้ามาในร้าน และออกไปไม่ได้จนกว่าจะกินอย่างน้อย 10,000 แคลอรี่ ระหว่างที่คนอื่นทำอาหารและน้ำปั่นราว 5,000 แคลอรี่ให้สองคนนี้ เอลดินก็ขับแลมโบซิ่งในร้าน หลังจากกินครบ จิมกับโมนิก้าก็กลับออกไป ผู้บรรยายบอกว่าเรื่องนี้ย้ำเตือนทั้งสี่ว่าชีวิตนอกร้านยังคงดำเนินไป
สำหรับฮวน เรื่องนี้หนักเป็นพิเศษ เขาเล่าว่าในประเทศที่เขาเกิด พวกเขาจะเตะฟุตบอลกันทุกวันที่ 4 กรกฎาคม และเมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เขาพลาด หลังจากทำมา 25 ปี ผู้บรรยายเล่าว่าหลังแข่งมากว่า 150 วัน ฮวนเริ่มรู้ตัวว่าพลาดอะไรไปมากแค่ไหน เขาแยกตัวไปอยู่คนเดียวสองสามวันและไม่กินอะไรเลย วันที่ 70 จิมมี่จึงพาทีมฟุตบอลของฮวนมาหาเขา เพื่อนและครอบครัวของฮวนอยู่กินตลอดทั้งเย็น ช่วยกินไปได้ 55,000 แคลอรี่ ฮวนขอบคุณที่จิมมี่ให้เพื่อนจากประเทศที่เขาเกิดได้มาที่นี่ แต่ผู้บรรยายเตือนว่าหนทางยังอีกยาว
ช่วงวันที่ 71–77 พวกเขาเริ่มต้องกินของที่ไม่อยากกินจริงๆ เช่น น้ำหัวหอมที่มีคนบรรยายว่ากลิ่นเหมือนห้องล็อกเกอร์ยิม และน้ำปั่นผงโปรตีนฟักทองผสมเค้กข้าวกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ซึ่งจิมมี่มาชิมและแบ่งให้ทีมตากล้องด้วย ผลคือรสชาติไม่แย่อย่างที่คิด
แข่งกินถั่วกับโจอี้ เชสนัท เพื่อชิงรถ
ระหว่างคุยเรื่องรถในฝัน แจ็คสันบอกว่าอยากได้รถกระบะไว้ทำงาน อีกคนอยากได้รถสปอร์ต ส่วนเรย์ฮานอยากมีลูกอีกจึงอยากได้รถเอสยูวี วันที่ 80 จิมมี่นำรถเหล่านั้นเข้ามาในร้าน แต่ถ้าอยากได้ ต้องสู้กับโจอี้ เชสนัท ที่จิมมี่แนะนำว่าเป็นนักแข่งกินอันดับหนึ่ง
กติกาคือฝั่งผู้เข้าแข่งขันห้าคน (รวมจิมมี่) ต้องกินถั่ว 8 ปอนด์ แข่งกับโจอี้คนเดียวที่ต้องกิน 16 ปอนด์ ถ้าโจอี้กินหมดก่อนขณะที่ฝั่งนี้ยังเหลือแม้แต่เม็ดเดียว ฝั่งนี้แพ้ จิมมี่บอกว่าสถิติโลกคือถั่ว 7.25 กิโลกรัม ระหว่างแข่งจิมมี่กินช้าจนเพื่อนต้องเข้ามาช่วย สุดท้ายฝั่งผู้เข้าแข่งขันชนะ ผู้บรรยายบอกว่าโจอี้ไม่ได้เสียใจกับการแพ้ครั้งนี้ เพราะเขาเพิ่งทำสถิติโลกได้อีกครั้ง ทั้งสี่ได้รถใหม่คนละคัน และถึงตอนนั้นอาหารในร้านเหลือไม่ถึงหนึ่งล้านแคลอรี่อย่างเป็นทางการ หรือเท่ากับกินไปแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์ ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าภรรยาอยากได้รถอยู่พอดี
หลังจากนั้นมีฉากสนุกๆ ตำรวจไล่จับรถซิลเวอราโดทะเบียน "ฮวน" แล้วตรวจเจอคุกกี้ 15 ชิ้นกับครีม และพาผู้เข้าแข่งขันไป "เรือนจำ" หลังเอลดินออกจากคุก ทั้งกลุ่มรื้อชั้นวางของเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้รถ จนร้านเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ ผู้บรรยายมองว่ารถไม่ได้มีไว้เล่นสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องย้ำว่าทั้งสี่กลายเป็นทีมที่ต้องพึ่งกันมากแค่ไหน แต่ละคนพูดถึงกันว่า ฮวนคอยเก็บกวาดตลอด ถ้าไม่มีเขาที่นี่คงเละ แจ็คเป็นไอดอลที่ยิม และเอลดินทำให้ทุกคนหัวเราะได้เสมอ
วันที่ 100: ผู้เข้าแข่งขันคลิปแรกกลับมาช่วย
วันที่ 100 ของภารกิจ จิมมี่พาผู้เข้าแข่งขันจากคลิปซูเปอร์มาร์เก็ตคลิปแรก ที่เข้ามาเมื่อ 189 วันก่อน กลับมาช่วยกินหนึ่งชั่วโมง ผู้มาเยือนชี้จุดที่เคยอยู่ เช่น "ป้อมฟรีซซี่" ที่ตอนนี้กลายเป็นยิมไปแล้ว มีคนนำหม้อกับกระทะมาให้ฮวน ทั้งสองกลุ่มกินข้าวด้วยกันเหมือนสมัยแข่งคลิปแรก และทักกันว่าทั้งสี่ดูเหมือนเข้าฟิตเนสมา ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าอยู่มาหกเดือนแล้ว เหนื่อยแล้ว และอยากกลับบ้านเร็วที่สุด จิมมี่ย้ำว่าจริงๆ แล้วพวกเขาอยู่ในร้านมา 190 วัน ไม่ใช่ 100 วัน เพราะต้องรอ 22 วันระหว่างเติมของ
ช่วงวันที่ 188–191 คือช่วงเก็บกวาดของที่เหลือ เป็นวันสุดท้ายของเครื่องปั่น ต้องกินไข่แช่แข็งและกุ้งที่เหลือ (มีคนบอกว่าไม่ชอบกุ้งเลย) แล้วก็ถึงมื้อสเต๊ก ซึ่งเมื่อสี่เดือนก่อนพวกเขาเคยพูดกันว่า ถ้าได้กินสเต๊กเมื่อไหร่ก็รู้เลยว่าชนะแน่
การขอแต่งงาน และรางวัลจากข้อมูลสุขภาพ
ระหว่างฉลองการเห็นเส้นชัย แจ็คสันเล่าว่าหลังคิดทบทวนมานาน เขาตัดสินใจจะขอแฟนแต่งงาน แต่ต้องขออนุญาตพ่อแม่ของแฟนก่อน และประหม่ามากจนผัดไปเรื่อยๆ จิมมี่จึงเข้ามากระตุ้นและให้เขาคุยกับพ่อแม่ของแฟน แจ็คสันบอกว่าพวกเขาเลี้ยงลูกสาวมาอย่างดี เธอมีความหมายกับเขามาก และขออนุญาตแต่งงาน ซึ่งได้รับคำตอบว่า "ได้" ทันที จิมมี่ให้คนนำแหวนเข้ามา แจ็คสันเลือกแหวนทรงวงรี เพราะแฟนชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร จิมมี่ยังถามฮวนว่าสวมแหวนอยู่ไหม เมื่อฮวนบอกว่าไม่มี จิมมี่จึงให้เขาเลือกแหวนให้ภรรยาด้วย
จิมมี่ยังประกาศผลรางวัลจากข้อมูลฟิทบิทที่ทั้งสี่สวมมา 110 วันและยินยอมแชร์ข้อมูล รางวัลเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุดเป็นของแจ็คสัน 451,299 แคลอรี่ นอนมากที่สุดเป็นของเอลดิน 1,054 ชั่วโมง 4 นาที ทำอาหารมากที่สุดเป็นของเรย์ฮาน 2,011,555 แคลอรี่ และเดินมากที่สุดเป็นของฮวน 2,735,000 ก้าว จิมมี่ยังมอบสิทธิ์ใช้บริการ Google Health Premium ตลอดชีพพร้อมโค้ชส่วนตัว เพื่อให้นำสิ่งที่ได้ในร้านไปใช้ในชีวิตจริง
มื้อสุดท้าย พิธีปาทิชชู่ และการกลับบ้าน
เมื่ออาหารเหลือไม่ถึง 50,000 แคลอรี่และเหลือเวลาอีกสองวัน จิมมี่สรุปว่าทั้งสี่กินไป 4.3 ล้านแคลอรี่ และเสียเงินไปจากอาหารที่เสียเพียง 6,614 ดอลลาร์ เมื่อรู้ว่าเหลืออาหารแค่วันเดียว เรย์ฮานเตรียมมื้อสุดท้ายเป็นขนมปัง โดยบอกว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่แม่เคยทำให้คือการสอนเขาทำขนมปัง เขายังเก็บม้วนทิชชู่ไว้สำหรับวันนี้ ทุกคนปาทิชชู่กันอีกครั้ง ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าครั้งสุดท้ายที่ทำแบบนี้พวกเขานึกว่าจะได้กลับบ้าน ผู้บรรยายอธิบายว่ามองเผินๆ อาจดูเหมือนทำเพราะเบื่อ แต่ที่จริงเป็นการแสดงความเคารพ และรื้อฟื้นความทรงจำว่าพวกเขาเริ่มจากไหนและผ่านอะไรมาบ้าง
ในคืนสุดท้าย ทั้งสี่คุยกันว่าไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ก้าวออกไปจะรู้สึกอย่างไร มีคนบอกว่าถ้าต้องอยู่กับคนอื่นอาจอยู่ไม่ได้ เพราะเข้ามาโดยไม่รู้จักกันเลย แต่ตอนนี้เป็นเพื่อนซี้กันตลอดไป วันรุ่งขึ้นมีแฟนๆ หลายร้อยคนยืนรอกลางสายฝนเพื่อดูมื้อสุดท้าย ตอนนั้นร้านเหลือ 3,882 แคลอรี่ ผู้บรรยายสรุปว่า 202 วันก่อน ชายสี่คนนี้เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหาร และหลังเอาชนะคนกว่า 90 คน มื้อสุดท้ายก็อยู่ตรงหน้า ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่ามองไปที่ลูกๆ แล้วพยายามยัดคำสุดท้ายเข้าไปให้หมด
เมื่อกินคำสุดท้ายหมด จิมมี่ประกาศว่าพวกเขาเพิ่งได้เงินหนึ่งล้านดอลลาร์ ฮวนมอบแหวนให้ภรรยา พร้อมเล่าว่าเคยต้องเอาแหวนของเธอไปคืนเพราะตอนนั้นไม่มีเงิน แต่ตอนนี้เขามีแหวนมาให้แล้ว ส่วนแจ็คสันขอเคซีย์แต่งงาน โดยบอกว่าทั้งคู่โตมาด้วยกันและย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวที่ต้องทำ และเธอก็ตอบตกลง
จิมมี่ปิดคลิปด้วยการเล่าว่า 200 วันก่อน เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เรียกว่าการทดสอบทางสังคมที่บ้าที่สุด เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่ไม่รู้จักกันพยายามอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตให้นานกว่าคนอื่น และทั้งสี่ก็อยู่ต่อ แล้วเลือกที่จะกินเพื่อออกไปด้วยกัน
ผมเพิ่งเหมาซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งร้าน ไม่จ้อจี้ด้วย นี่มันบ้าไปแล้ว ถ้าสี่ผู้เข้าแข่งขันกินทุกอย่างในนี้ได้หมด จะได้เงินหนึ่งล้านดอลลาร์
โอ้พระเจ้า ว้าว หมายถึงทุกอย่างเลยเหรอ ทุกอย่างเลย
คุณสี่คนกำลังทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นั่นคือกินอาหารที่เลี้ยงคนทั้งเมืองได้ แคลอรี่หลายล้านแคลอรี่ โดยห้ามออกไปจากร้าน มันเป็นไปไม่ได้
เลือกล็อกเลย ลุยกันเลย หนุ่มๆ นี่อาจใช้เวลาเป็นปี ไม่รู้สิ มาเริ่มจากตรงนี้กันแล้วกัน ตรงนี้หมดอายุ 2028 เรายังไม่ต้องพะวงกับมันตอนนี้ พวกคุณมีสาหร่ายเพียบเลยตรงนี้
วันที่ 1 ผมไม่เคยกินเลย แต่คราวนี้ต้องกินแล้วล่ะ ใช่ ใช่
มีแผนยังไงกันบ้างหนุ่มๆ ผมไม่รู้เลย ในนี้อาหารเยอะมาก เราต้องสำรวจของให้หมดทั้งร้าน มานับแคลฯ ทั้งหมดที่นี่กันเถอะ
ขนมปัง 105 ก้อน แพร์ 34 กระป๋อง น้ำผัก 96 เพราะมันเป็นล็อกใหม่ ทูน่า 271 กระป๋อง เครื่องปรุง 400 โหล ซัลซ่า 22 กระป๋อง จัดไป เรียบร้อย
เยอะมาก อาหารเยอะมาก เฮ้ยๆ เยอะไปแล้ว เยอะไป ผักผลไม้เป็นอย่างแรกเลยที่จะเสียก่อน ใช่ ไปล็อกผักผลไม้กัน ฮวนมานี่เร็ว มากินกล้วยมา
เชียร์ส เชียร์ส อาหารคำแรก หมดไปแล้วหนึ่งคำ เหลืออีกล้านคำ
ที่คุณเห็นอยู่นี่คืออาหาร 4.3 ล้านแคลอรี่ แปลว่าไร ถ้า 4 คนนี้กินวันละ 2,000 แคลฯ พวกเขาต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะกินทุกอย่างในร้านนี้หมด
คือยังไงผักผลไม้ก็เสียก่อนอยู่แล้วใช่ไหม เราก็น่าจะพุ่งเป้าไปที่พวกนั้นก่อน เราต้องเอาผลไม้และผักทั้งหมดออกจากแผง และไปใส่ตู้แช่ไว้
การปล่อยให้อาหารหมดอายุคือเรื่องที่แย่ที่สุดที่จะทำได้เลย เพราะทุกแคลอรี่ที่เสียไป เงินรางวัลก็จะหายไปเท่านั้นด้วย ฉะนั้น ถ้ามีอาหารในร้านนี้เสียไปเกือบหนึ่งในสี่ล่ะก็ เงินรางวัลทั้งหมดของพวกเขาจะหายไป
แล้วสำหรับเบอร์รี่ โอ้ ไม่นะ มีบลูเบอร์รี่คิดเป็นประมาณ 80 แคลฯ ร่วงอยู่ที่พื้น หรือเท่ากับ 80 ดอลลาร์
หนุ่มๆ เอาพวกมันไปทิ้งเถอะ ไม่ๆ ไม่เป็นไร แค่ลูกละ 20 ดอลลาร์เอง ไม่เป็นไร เรากินได้ครับ ถึงจะตกพื้นอยู่สองสามนาที ก็อร่อยอยู่นะ
เราย้ายผักผลไม้ไปตู้แช่หมดแล้ว เพื่อที่มันจะได้ไม่เสีย มื้อค่ำวันนี้กินอะไรดี
มื้อแรก ผมจะทำสเต๊กใส่ชีส เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมชอบทำ แถมเราจะได้ใช้พริกหวานเยอะๆ ด้วย
มื้อแรกในซูเปอร์มาร์เก็ต เชียร์ส เยี่ยมมาก ในร้านมีอาหารอยู่ 4.3 ล้านแคลอรี่ ถึงตอนนี้พวกคุณเพิ่งกินไป 10,000 แคลฯ เอง อยู่กันเป็นชาติแน่งานนี้
อย่างสุดท้าย ห้ามเหยียบหรือข้ามเส้นสีแดงเด็ดขาด หนึ่ง สอง สาม ทีม โอ้พระเจ้า ดูซิจะเป็นยังไง
โอ้พระเจ้า มีกล้องจับผมอยู่ด้วยอะ ปิดไฟได้แล้ว กู๊ดไนต์ เอลดิน กู๊ดไนต์ จิมมี่ กู๊ดไนต์ เรย์ฮาน กู๊ดไนต์ แจ็คสัน กู๊ดไนต์ ฮวน กู๊ดไนต์ จิมมี่
วันที่ 2 มาเริ่มวันใหม่กันเลย ว้าว เรามีอาหารอยู่เพียบเลย
เป็นไงกันบ้างครับทุกคน วันนี้เป็นวันที่สองในซูเปอร์ฯ แผนของเราคือแช่แข็งพวกผัก และคั้นผลไม้เป็นน้ำ เราจะพยายามกินผักกับผลไม้ให้เร็วที่สุด จะได้ไม่มีอะไรเสีย
ที่นี่ทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเอง เรามีแจ็คสันคั้นน้ำส้มสดๆ แล้วก็มีเรย์ฮานกับฮวนจัดการดอกกะหล่ำกันอยู่ ดอกกะหล่ำแช่แข็งน่ะ
และระหว่างที่พวกเขาพยายามไม่ให้มีอะไรเสีย มาทำให้ล็อกขนมปังดีขึ้นกันเถอะ นี่คือล็อกขนมปังทั้งหมด และเราอยากเอามันไปแช่เกือบทั้งหมด จะได้ไม่มีอะไรเสีย เพราะขนมปังแคลฯ เยอะมาก
เราพยายามทำให้ทุกอย่างคงอยู่ เราพยายามไม่ให้เสียเงินล้านดอลลาร์ไปเลยสักแดง กำลังใจเต็มเปี่ยม เราทุกคนแฮปปี้ ถึงตอนนี้เราจัดการกับแคลอรี่ได้สบายบรื๋อ เราเหนื่อยกันนิดหน่อย แต่ต้องสู้ต่อไป
สุขสันต์วันที่สาม เป็นไงกันบ้างครับ เฮ้ ยอดเลย ยังไม่มีใครออก เป็นสัญญาณที่ดีนะ
ถ้าเราเอาวางไว้ตรงนี้ล่ะ วันที่ 3 ดูซิเวิร์คไหม ใช่ อย่างนั้นแหละ บ้านที่อยู่นอกบ้าน ใช่ไหมล่ะ ดูดีมากเลยนะเนี่ย
แปลกๆ ไหมที่มีแฟนๆ มาจ้องอยู่ตลอดเวลา ไม่ครับ ออกจะช่วยให้ฮึกเหิมด้วยซ้ำ
และนั่นก็เพราะนี่ไม่ใช่คลิปแรกของพวกเขา สี่คนนี้เริ่มต้นจากการเป็นศัตรูกันในคลิปใครออกจากร้านคนสุดท้ายของเรา แต่ในวันที่ 67 ที่ไม่มีพวกเขาคนไหนยอมแพ้ ผมเลยให้โอกาสพวกเขาสู้ต่อไปด้วยกัน และเพิ่มเงินรางวัลสี่เท่าภายใต้เงื่อนไขข้อนึง ผมจะเติมของให้เต็มร้าน และพวกเขาต้องกินทุกอย่างในนี้
พวกคุณดังระดับโลกแล้วตอนนี้ คนมามุงหน้าร้านกันเพื่อดูพวกคุณเลยเนี่ย ใช่ รู้สึกแย่จัง
วันที่สามแล้ว วางแผนไว้ว่าไงบ้างครับ เราหั่นผักผลไม้เยอะเลยครับ ใส่ตู้แช่ไว้หมดแล้ว ขนมปังก็อยู่ในตู้แช่หมดแล้ว
พวกคุณทำได้ดีมากเรื่องเก็บอาหาร ไม่ให้มีอะไรเสีย แต่คิดว่าถึงตอนนี้เรากินไปเกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือยัง ยัง ไม่เชิง ไม่อะ ตายละ
มีอาหารเพียบเลยตามล็อกพวกนี้ เยอะมากๆ ต้องอยู่นี่กันยาวแน่เลย อย่างที่เห็น ยังมีอาหารแช่แข็งอีกตั้งหลายตู้ มีอาหารเยอะมาก พอมาคิดดูแล้ว มันเยอะมากเลย
วันที่ 4 เพื่อให้มีแรงฮึดกันต่อในแบบทดสอบต่อไป พวกเขาเลือกจัดการอาหารที่ไม่ชอบกันก่อน
ฉันไม่อยากกินหัวหอมเลย ไม่เป็นไรพวก ไม่ต้องเครียด ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้อง ฉันจะเลิกแล้วนะ เพราะ…
อย่าทิ้งลงพื้นนะเพื่อน ห้าดอลลาร์นะเพื่อน
เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ไปแอบทิ้งอะไรโดยที่เราไม่รู้ เรามีคนคอยดูมอนิเตอร์อยู่ตลอดเวลาในทุกส่วนของร้านเลย แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็ซีเรียสกันอยู่แล้ว
บวก 320 บวก 90 220 300… 17,404
เรากินไปแล้ว 65,941 แคลอรี่ เราต้องออกกำลังกายหนักเลย ไม่งั้นแย่แน่ กลยุทธ์เราคือเบิร์นออกไปให้มากที่สุด จะได้กินอีกได้
แต่เพื่อแน่ใจว่าพวกเขาจะแข็งแรงยิ่งกว่าเดิมซะอีก นี่คือซีเรียลโปรตีน นี่คือซีเรียลเฮลตี้ เราเอาฟรุตลูปออกไปหมด แทนที่ด้วยของที่ดีกว่า และเราแทนที่ของที่ไม่เฮลตี้ด้วยของที่เฮลตี้กว่าทั้งร้านเลย
ยังไม่หมดแค่นั้น ผมยังจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาเทรนพวกคุณทุกวันด้วย
ไหนดูซิฮวน ดูหน่อย โอ้ใช่ ใช่ ฮวน คิดว่าครอบครัวคุณจะเป็นไง ถ้าจบคลิปนี้คุณล่ำบึ้ก คงประหลาดใจกันน่าดู เมียคุณคงแบบว่า โอ้มายก้อช ใช่
ออกกำลังกายเรียบร้อย ทุกคนทำได้ อามีโก้
วันที่ 5 ณ จุดนี้ พวกเขามีกิจวัตรกันแล้ว วันที่ 6 ฮวนเริ่มต้นทุกวันด้วยการทักทายแฟนๆ อรุณสวัสดิ์นะเพื่อน
แจ็คสันจะเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหรือน้ำปั่น แจ็คกี้ปั่น แจ็คกี้อย่างปั่น
และเรย์ฮานจะหาวิธีทำให้ทั้ง 4.3 ล้านแคลอรี่อร่อย ผมอ่านตำราทำอาหารตอนกลางคืน ดูว่าทำไรได้บ้าง เข้าใจที่จะสื่อไหม
เชียร์สทุกคน ฮวน ทำไมกินช้าแบบนั้นอะ
ทั้งกลุ่มคือเครื่องจักรที่ไหลลื่น ยกเว้นคนนึง
ตอนนี้เศร้านิดหน่อย เราอยู่ที่นี่มานานมาก และกลายเป็นเราสี่คนไฝว้กับ 4.3 ล้านแคลอรี่ ทำให้ผมแอบอยากกลับแข่งใครออกคนสุดท้ายเหมือนเดิม
มาเร็วพวก รีบจัดการเถอะ มาเร็ว ตื่นเร็วเพื่อน ยังไม่เหนื่อยกันได้ไงเนี่ย ฮวน อยากมาเอนกับผมไหม ไม่
ความหดหู่ทำให้เอลดินเอาแต่นอน ไม่ได้ออกกำลังกาย อรุณสวัสดิ์ เพื่อน และหลายครั้ง เขาไม่ยอมกินด้วยซ้ำ นายหิวไหม
วันที่ 8 เราต้องกินด้วยกันสิ ผมเลยแวะเข้าไปดูหน่อยว่าจะช่วยกระตุ้นเขาได้บ้างไหม
ผมจะออกกำลังกายกับหนุ่มๆ เพราะเราต้องเบิร์นออกถึงจะกินได้ ลุยกันเลย กินให้หมดร้านกันเลย จัดไปครับๆ มาเร็ว พวก มาเร็ว ขุดเขาขึ้นมาๆ มาเถอะน่า
จิมมี่มาออกกำลังกับเรา ผมรู้สึกดีนะ รู้สึกแข็งแรงขึ้น ทั้งทีมสุดยอดมาก ผมมีความสุขกับชีวิต ผมอยากออกไปจากที่นี่ก็จริง แต่ยิ่งเรากินเร็วเท่าไหร่ ก็จะต้องออกไปเร็วเท่านั้น
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว และพวกคุณยังไม่ทิ้งไปเลยแม้แต่แคลฯ เดียว บอกตามตรง พวกเขาทำได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้ เงินรางวัลหนึ่งล้านดอลลาร์นั่นยังเต็มล้านอยู่ ดูกันว่าอาทิตย์ต่อไปจะยังเท่าเดิมไหม โชคดี หนุ่มๆ
(ซูเปอร์มาร์เก็ต แกรนด์โอเพนนิ่ง)
วันที่สิบ จิมมี่ เฮ้ เอามาทำไรครับเนี่ย ดีใจที่คุณถามนะ ผมกับเพื่อนๆ มีผ้าปิดตากันหมด มองไม่เห็นเลย อีกเดี๋ยว ผมกับเพื่อนๆ จะปิดตาเดินในร้าน และพวกคุณมีเวลาหนึ่งนาทีเพื่อบอกให้เราหยิบของใส่รถเข็น อะไรก็ตามที่อยู่ในรถ เราจะช่วยคุณกิน
จิมมี่ ผมอยู่นี่ เห็นผมไหม โอเค ผมคุมอยู่นะ โอ้ไม่ คุณจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น พวกคุณทุกคนจะต้องไปอยู่บนนั้น และถ้าสั่งพวกเราได้เหมาะเจาะ เราก็อาจเอาของใส่ได้ถึงแสนแคลฯ เลย โอ้พระเจ้า
ผู้เข้าแข่งขัน พร้อมไหมครับ ครับผม เราพร้อมแล้ว ไป จิมมี่ เลี้ยวขวา แล้วก็เลี้ยว ตรงไปเลย เดี๋ยวๆ เขาเอารถผมไปแล้ว มองไม่เห็นอะไรเลย เพื่อน เดี๋ยว เขาเอารถผมไปทำไมเนี่ย จิมมี่ ตรงไปเรื่อยๆ เลย กลัวอะ อะไรเนี่ย
ไป ขวาๆ ขวาผมหรือขวาคุณ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้าย นี่ๆ เลี้ยวซ้าย ไป ตรงไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย ทางนี้ คุณอยากให้ผมเอาของออกมาจากในนี้เหรอ ทุกอย่างเลย หยิบให้หมดทุกถุง
โนแลนๆ กลับมาๆ ไม่รู้ต้องไปไหน มองไม่เห็น โนแลน จะไปไหนเนี่ย นี่ดีไหมๆ รีบหยิบของออกจากชั้นได้แล้ว ช่วยด้วย มองไม่เห็นอะไรเลย มองไม่เห็นอะไรเลย ชนแล้ว
โนแลนๆ หยิบพวกนั้นใส่รถเข็นไปเลย ตรงนั้นน่ะ ใส่รถเข็นให้หมดเลย ทั้งกล่องเลยๆ โนแลน ฮะ ทั้งกล่องเลย ทั้งกล่อง โนแลน เอาไปทั้งกล่องสิ เอาไปให้หมดๆ
หมดเวลาๆ ได้เวลาเหรอ สกิลการฟังพวกคุณกากมาก ฮะ นึกว่าพวกเขาจะบอกทางเราเก่งกว่านี้นะเนี่ย
และที่ผมบอกว่าเราจะช่วยกิน เราที่ว่า เชิญเข้ามาได้เลย ผมพานักเพาะกายมา 10 คน เพื่อช่วยกินทุกอย่างในรถเข็น ทุกอย่างในรถเข็นๆ แน่นอน ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เลย
โอ้พระเจ้า ทำไมไม่หยิบให้เยอะกว่านี้เนี่ย พยายามแล้ว ทำอะไรเนี่ย วิ่งชนผนังอยู่อย่าง เมื่อกี้เรากวาดให้หมดทั้งร้านได้เลยนะ ไม่รู้ว่านี่มันช่วยอะไรได้ไหม อาจได้นิดหน่อย แต่ไม่ค่อยดีเลยสำหรับเรา
นักเพาะกายไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเท่าที่หนุ่มๆ หวังไว้เท่าไหร่ และพวกเขาก็ต้องกลับไปอยู่กันตามลำพังเหมือนเดิม และผ่านไป 10 วันในการแข่งขันนี้ พวกเขากินไปสองแสนกว่าแคลฯ ส่วนใหญ่มาจากผักผลไม้ ซึ่งใกล้จะหมดแล้ว แต่พวกเขายังกินไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของแคลอรี่ทั้งหมดในร้านเลย
อย่างที่เห็น ยังเต็มอยู่หลายล็อกเลย ผมไม่อยากอยู่เป็นปีนะ
วันที่ 11 ของการแข่งขัน และนับเป็นวันที่ 100 ของการอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต และเป็นวันเกิดผมด้วย แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะ ขอบคุณครับทุกคน ขอบคุณ
เป็นไงบ้างครับ อะไรกันเนี่ย เพื่อฉลองครบ 100 วันในซูเปอร์ฯ ในรถเข็นนี้มีเงินอยู่สี่หมื่นดอลลาร์ และเพราะพวกคุณต้องห่างจากครอบครัวมา 100 วันแล้ว เลยจะมอบเงินให้ครอบครัวละ 10,000 ดอลลาร์ เพื่อช่วยเหลือขณะที่พวกคุณยังอยู่ในซูเปอร์ฯ นี้
คนในครอบครัวคุณที่จะให้เงินคือใคร เมียผมครับ พรุ่งนี้วันเกิดเมียผม เธอคือสุดยอดภรรยาเลย สุดยอดคุณแม่ด้วย
แม่ พ่อ หวังว่าจะแฮปปี้นะ ผมรู้ว่าให้คนไหนก็เท่ากับให้ทั้งคู่ ไปเที่ยวกันเลยนะ เต็มที่เลย ขอให้สนุก
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับแม่ รักแม่นะ ดีใจที่เป็นลูกแม่
ผมรักเมียผม เพราะเธอช่วยผมเลี้ยงดูลูกๆ เป็นอย่างดี
เอาล่ะ งั้นผมจะไปส่งเงินพวกนั้นให้นะ โชคดีหนุ่มๆ
การแยกจากครอบครัวมาอยู่รวมกันนานๆ ทำให้พวกเขากลายเป็นเหมือนครอบครัวกันเอง
ผมทำป้ายสำหรับวันแม่ แจ๋ว เก่งมาก ขอบคุณ พยายามทำนี่ให้เมียคุณ และพี่สาวกับแม่ใช่ไหม ใช่ และนี่สำหรับคนสเปน
ผมจะจบเกมเอง จัดไป
เพราะอยากกลับบ้าน เรย์ฮานเลยดอดมาเริ่มทำอาหารให้คนทั้งกลุ่ม ได้เวลาทำไก่แล้วฮวน เอลดิน ฉันไม่อยากทำอาหารโดยที่นายไม่มาดูนะ โอ้ พ่อหนุ่มนั่นขี้เซาจริงๆ
และตอนที่น้องชายเขาไม่ได้นอนเยอะเกิน ร้านตัดผมเอลดินหลังซูเปอร์ฯ ครับ ฮวนนั่งอยู่ที่เก้าอี้แล้ว อย่างที่เห็น ผมตัดผมตัวเองด้วย ผมรับบทเป็นช่างตัดผมครับ เชื่อใจนายนะ นายอาจจะทำได้ดีก็ได้ เพื่อน
และเวลาส่วนใหญ่ คนที่เหลือดูจะกระตือรือร้นกว่าเยอะ พวก ฉันจะ… ไม่รู้พวกนายยังเดินกันอยู่ได้ไง นายยังไม่ได้แตะเครื่องพวกนี้เลย ขืนเดินตอนนี้ ฉันอ้วกแน่
หนุ่มๆ หนุ่มๆ เย่ หนุ่มๆ พวกคุณต้องชอบบททดสอบวันที่ 20 กันแน่ๆ ทุกคนสวม Fitbit กันอยู่ใช่ไหม อีกสิบวันต่อจากนี้ ทุกแคลฯ ที่คุณเบิร์นจะถูกนำออกจากร้านและนำไปมอบให้คนยากไร้
เพราะงั้นถ้าในอีกสิบวันพวกคุณเบิร์นได้แสนแคลฯ ในวันที่ 30 เราจะเอาของ 100,000 แคลฯ มาทำอาหารตรงนั้นและนำไปมอบให้คนยากไร้ จัดไป จัดไป และนับถอยหลัง 10 วัน เริ่ม ณ บัดนี้
จอห์น ไปลุยกัน ไปกันเลย จัดไป ลุยกัน เพราะงั้นลุยกันเลย เทรนเนอร์พวกคุณอยู่นี่แล้ว คุณต้องคอยดูอย่าให้พวกเขาหักโหมเกินไปนะ พวกเขาอยากเบิร์นแคลอรี่กันอย่างแรงเลยล่ะ
พวกคุณต้องเซฟตัวเองด้วยนะ และถ้าเขาบอกว่าห้ามออกต่อ ต้องไปพักได้แล้ว ก็ต้องเชื่อฟังนะ โอเค
(วันที่ 20)
ตอนนี้ บนมุมขวาบนของจอ คุณจะเห็นจำนวนแคลอรี่ที่เบิร์นไป พวกเขามีเวลาเบิร์นแคลฯ ให้ได้มากที่สุดถึงวันที่ 30 อย่างปลอดภัยนะ และจำนวนแคลฯ ที่เบิร์นไปก็จะเท่ากับจำนวนอาหารที่เราจะเอาไปแจกให้คนยากไร้
หกโมงเช้าวันต่อมา ทุกคนตื่นมาออกกำลังกายกันหลายชั่วโมง ตื่นเร็วๆ ยกเว้นเอลดิน
อรุณสวัสดิ์ หนุ่มน้อยขี้เซา วันนี้สาย สายมากเลยเพื่อน ตื่นตั้งแต่สิบโมง เก้าโมงครึ่งแล้ว แล้วไม่จ้อจี้นะ ผมยังไม่ได้พักเท้าเลย
(วันที่ 21)
คุณนั่งอยู่นะโบร๋ มาเร็ว มาเบิร์นแคลฯ หน่อย เราตื่นก่อนนานตั้งหลายชั่วโมงและเบิร์นไปแล้ว นายเพิ่งตามมา
และถึงเอลดินจะพยายามออกกำลังกาย… ไม่ไหวแล้ว พอละ แค่นี้เอง ลุยเลย เร็ว ไม่ได้ ฉันต้องคูลดาวน์ก่อน ฉันรู้นายทำได้ ไม่ได้เว้ย เอลดินกำลังไปพัก
ผมเหนื่อยมาก
(วันที่ 22)
ไม่ใช่เล่นๆ เลย ตอนนี้ผมรู้สึกแพ้ เพราะทุกคนเบิร์นแคลฯ ได้มากกว่าผม แต่ให้ตาย ผมก็ทำเต็มที่แล้วเนี่ย
จอห์น ทำไงจะเบิร์นได้อีก ทำไงจะเบิร์นได้อีก พวกเขาออกมากกว่าคุณสองชั่วโมงทุกวัน มันก็เลยเป็นแบบนั้นแหละ ใช่ แค่ต้องตื่นให้เร็วกว่านี้
(วันที่ 23)
น่ะ นอนอีกละ ดูเขาสิ นอนอีกแล้วโบร๋ ให้ตาย เพื่อนผมตามหลังอยู่ 5,000 แคลฯ ได้ ยังกล้าที่จะนอนอีก หุบปากน่าโบร๋ บ้าไปแล้ว
ระหว่างเอลดินทุลักทุเลกับการเบิร์นแคลฯ ตั้งแต่ฉันตื่นมา เขาก็อยู่นี่มาตลอด คนอื่นๆ เบิร์นได้วันละมากกว่า 4,000 แคลฯ และที่น่าจะประหลาดใจ คนที่อายุมากที่สุดอย่างฮวนกำลังนำอยู่
คุณกระโดดมาห้าชั่วโมงได้แล้วมั้งฮวน นั่งพักสักหน่อยไม่ดีเหรอ พักสักแป๊บนึง เดี๋ยวค่อยพัก
เดี๋ยวค่อยพัก
และถึงแม้ว่าเอลดินอาจจะตามหลังอยู่ แต่เขาก็ยังจดจ่อกับเป้าหมาย
ล้านดอลลาร์ยังอยู่ครบล้านดอลลาร์ เรายังไม่ได้ทิ้งอะไรเลย เราไม่ยอมทิ้งอาหารแน่นอน
หนุ่มๆ หนุ่มๆ หนุ่มๆ คิดถึงจังเลย มีอาหารเสียบ้างหรือยัง
ยังเลย ศูนย์ ยัง ทุกอย่างยังดีอยู่ ยังไม่มีอะไรเสียเลย ไม่มีอะไรเสียเลย
ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยอาหารไม่ได้บอกผมแบบนั้น
ล้อเล่นแน่ๆ
ตามผมมาหนุ่มๆ
โอ้ไม่… โอ้พระเจ้า
นี่คือควินน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร ช่วยอธิบายหน่อยครับ
เรามีผักที่อยู่ในตู้แช่มานานเกินไป และไม่ปลอดภัยที่จะทานมันแล้วค่ะ
แปลว่าไม่ควรกินแล้วถูกไหม
กินได้น่า ยังดูดีอยู่
น่าเสียดาย ไม่ควรจะกินแล้วค่ะ
ผมจ้างเธอมาเพื่อสิ่งนี้นะ ผมปล่อยให้ใครป่วยไม่ได้ เพราะงั้น มันดูเหมือนค่อยๆ เหี่ยวลงเรื่อยๆ กะหล่ำดาวนี่ดูดำๆ นะ
ดูปกติจะตาย ไม่รู้สิพวก ดูดีอยู่นะ เพอร์เฟคเหรอ พวก ผมไม่กินมันแน่
เราจะนับแคลฯ ของอาหารที่เสียไปทุกแคลฯ เพื่อดูว่าพวกเขาเสียเงินไปเท่าไหร่
ท่าไม่ดีแล้ว ไม่ดีเลยสักนิด
ในรถเข็นนี้มีอยู่ 6,614 แคลอรี่ ซึ่งแปลว่าผมต้องหัก 6,614 ดอลลาร์ออกจากเงินรางวัล
ให้ตาย
และรวมนั่น เงินรางวัลอัพเดตใหม่แล้วครับ
ไม่สนุกเลย แย่
นึกว่านายดูเรื่องวันหมดอายุ
อย่าโทษกัน เกิดอะไรขึ้น เราทีมเดียวกัน เราไม่โทษกันหรอก
ใจเสียหมดแล้ว มันทำคุณขวัญเสียจริงๆ ที่พยายามรักษาเงินไว้ แต่ก็เสียมันไป เพราะงั้น…
ผมรู้ว่าไม่ใช่ช่วงที่สนุกเท่าไหร่ แต่ผมกำลังจะให้พวกคุณได้เจอคนที่อาจเพิ่มขวัญกำลังใจได้
(วันที่ 26)
หกพันน่ะเหรอ อะไรกันน่ะ ครอบครัวหรือเปล่า หรือมีคนมาช่วยเรา ไม่รู้เลย อาจจะ
ผมพากำลังเสริมมา อลิสัน ที่ถ่ายทำกับเราในคลิปอื่น ซึ่งเธอต้องล่ามโซ่ติดกับคนนู้นคนนี้ทุกๆ ห้าวัน และสำหรับห้าวันนี้ คือฮวน
ฉันกินได้ ฉันจะช่วยพวกคุณเอง วันแรกของฉันจบไปแล้ว ดูสิว่าเจ๋งแค่ไหน อยู่นี่ฉันกินอย่างกับผู้ชาย
ขอบคุณอลิสันมาก เธอกินไปพอๆ กับพวกเราเลย
บอกตามตรง ผมยังเศร้าอยู่ที่เสียไปหกพันดอลลาร์ และเราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด
วันที่ 30 แล้ว เอาเลยครับ บอกเราเลย อยากรู้ครับ บอกมาได้เลย
201,768 แคลอรี่ในสิบวันที่ผ่านมา
สุดยอด สุดยอดๆ
และรวมอลิสันด้วย… และในเมื่อรวมทั้งหมดแล้วเป็นเท่านั้น… ตัดไปที่ครัว
ทำอาหารกันเลย โอ้โฮโฮ จัดไป
เราเริ่มใกล้จะได้ออกไปจากที่นี่เรื่อยๆ แล้ว ชัยชนะนี้ไม่ได้เป็นของเราเท่านั้น แต่เป็นของชุมชนด้วย
มีอยู่ 201,700 แคลอรี่บนโต๊ะนี้ มาช่วยคนยากไร้กันเถอะ
จัดไป เราพร้อมทำอาหารแล้ว เรากำลังจี่ ทอด ต้ม จี่อีก แอร์ฟราย แอร์ฟราย แอร์ฟราย แอร์ฟราย แอร์ฟราย แอร์ฟราย ปิ้ง ปิ้ง ทำอาหารกันมือเป็นระวิงเลย
ผมกับเอลดิน น้องชายผม เรามาจากยุโรปในฐานะผู้อพยพ เราไม่ได้มีอาหารกินทันที เราไม่ค่อยมีเงินกันเท่าไหร่ แต่พอได้มีโอกาสมอบให้ชุมชนที่ให้อะไรมากมายกับเราคืนบ้าง สิ่งที่เราได้ทำที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะงั้นเราต้องแจกอาหารให้คนอื่นไปเรื่อยๆ
และนั่นคืออาหารสองแสนแคลอรี่ ไปกันเลย เอาไปส่งกัน
โอเค นี่ครับ นี่เครื่องดื่ม เฮ้ หยิบฟีสเตเบิลส์กับเนื้อแห้งมาเท่าไหร่ก็ได้ที่ต้องการ
เฮ้ หนุ่มๆ ได้ยินผมไหม
ครับผม วอทซั่บ
อาหารพวกคุณจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
จัดไป เย่
เรามีเส้นขีดอยู่ตรงประตู
เออว่ะ ก็อยากให้ไปด้วยกันอยู่หรอก
พวกคุณทำได้เยี่ยมมาก โอเค เจอกัน เย็นไว้พวก ขอบคุณ
คนกว่า 300 คนเพิ่งได้กินข้าว บริจาคไปสองแสนแคลฯ เราทำได้
แต่การฉลองก็แอบขมขื่น เพราะถึงเวลาที่ต้องล่ามอลิสันกับคนแปลกหน้าคนใหม่ และออกจากร้านแล้ว
มีอะไรจะสั่งเสียไหม
บาย อลิสัน รักนะ ฮวน
ให้ตาย แล้วในนี้ก็เงียบฉี่เลย มันเศร้ามากเลย อลิสัน เราจะคิดถึงคุณ
กลับมาทำกิจวัตรน่าเบื่อของเราเหมือนเดิม เรายังอยู่ที่นี่ เราจะอยู่ที่นี่เพื่อกินทุกอย่างในซูเปอร์ฯ นี้ ไม่ว่านานแค่ไหน
(วันที่ 32)
เพราะงั้น…
พ่อฮะ ช่วยข้ามเส้นสีแดงมาหน่อยได้ไหม
ไม่ลูก ไม่ได้
ทำไมล่ะ
ลูกชายผมถามว่าพ่อข้ามเส้นแดงได้ไหม แล้วผมก็ทำได้แค่นั่งและบอกว่า เพื่อน เดี๋ยวพ่อก็กลับแล้ว และพอผมเดินผ่านล็อกพวกนี้ มันก็ทำให้ผมรู้ว่ายังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่ แต่ผมชักช้าไม่ได้
ได้เวลาทำอาหาร
และเรย์ฮานก็ทำอยู่แบบนั้น มื้อแล้วมื้อเล่า และอีกมื้อ และอีกมื้อ
ต้องให้ลูกเห็นว่าผมไม่ยอมแพ้ เรากินวันละสี่มื้อ น้ำปั่นสี่แก้ว พยายามกินให้หมดจานอยู่เนี่ย แต่ผมอิ่มมาก
โย่ เอลดิน โย่ ทำไรอยู่โบร๋ อิ่ม
เราอิ่มกันหมด เรย์ฮานอยากกลับบ้านจะแย่แล้ว เรย์ฮานเขากดดันทุกคนมาสองสามวันแล้วเนี่ย
กินต่อไปเรื่อยๆ กินๆ แค่นั้น
ทำอาหารเยอะแยะ และเราก็อิ่มสุดๆ กินอาหารเยอะเกินจนเหมือนคนท้องแล้วเนี่ย จะคลอดวันไหนไม่รู้ จิมมี่
และพูดถึงเรื่องความคืบหน้า เรย์ฮานความเห็นไม่ตรงกับทีมของเขาสุดๆ เลย
กิน 37,000 แคลฯ ต่อวัน ถ้าดื่มอีกสักแก้ว ก็ถึง 40,000 แล้ว
ตู้เย็นเริ่มโล่งแล้วนะ
นั่นยังเต็มอยู่เลย
ตู้แช่เริ่มเกลี้ยงแล้วนะ
นั่นยังเต็มอยู่เลย
เดี๋ยวเราก็ได้ออกไปแล้วล่ะ
เราต้องอยู่ในนี้กันอีกยาวแน่
และความหมกมุ่นของเขาก็ทำให้ทีมของเขาเกินจะทนไหว
บอกแล้วไง ไม่กินมันฝรั่งพวกนี้
เอลดิน นายจะร้องงอแง ไม่กินๆ ทุกวันไม่ได้ มีในหม้อแอร์ฟรายอีก
หมอนี่ทอดมันเป็นหมื่นลูกแล้วก็กินไม่หมด
นั่งกินอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะหมด
นายก็พักแล้วมากินบ้างได้แล้วโว้ย
ไม่เกี่ยว นั่นของนาย เอลดิน ฉันไม่สนว่านายจะทำยังไงให้มันหายไป
หายไปพร้อมเงินรางวัลเราน่ะสิ
(วันที่ 36)
ถ้านายจะร้องงอแงไม่ยอมกินนะ เอลดิน ก็วางลงเลย เลิกทำตัวเป็นเด็กซะที
ใส่ตู้เย็นไว้ ใครจะกิน
วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันกินเอง เลิกงอแงสักที พระเจ้า ดูนายสิ
แครนเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่
ความจริงก็คือยังเหลืออีกหลายล้านแคลฯ ที่ต้องกิน พวกเขายังไม่ได้ออกไปง่ายๆ และเรย์ฮานก็ต้องการอะไรมาสงบจิตสงบใจ
และเมื่อคุณมีซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งร้านอยู่ ก็ทำได้ทุกอย่าง
(วันที่ 36)
คิดอะไรออกแล้ว ทำไมเราไม่ทำที่ให้อาหารนก โดยใช้เมล็ดพืชที่เรามีในร้านนี่ล่ะ ฉันออกไปนั่งฟังเสียงนกที่ประตูขนของทุกเช้าเลย ไม่รู้ว่ามันจะเวิร์คไหม
(วันที่ 37)
ถ้าเวิร์ค นกก็จะมีอาหารเพียบเลย มันอาจดูเหมือนผมบ้า แต่ผมว่ามันน่าจะเวิร์คนะ เดี๋ยวเอลดินต้องมา "ทำอะไรอยู่เนี่ย" แน่
จู่ๆ ตื่นมาแล้วก็อยากให้อาหารนกเหรอ
เปล่า ก็ฉันออกไปนั่งตรงนั้นทุกเช้า ฉันชอบฟังเสียงนกน่ะ เหมือนได้ไปสปา ตอนนี้นายก็น่าจะได้ยินอยู่ไกลๆ หวังว่ามันจะเวิร์คนะ
และเราก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันเฝ้ารอ และเฝ้ารอ และเฝ้ารอ จนในที่สุด…
ไม่มีนก ไม่มีนก ไม่มีไรเลย ไม่มีนกเลย
ไม่มี หุบปากเถอะน่า
(วันที่ 38)
เรย์ฮานเป็นคนดี และวันนี้ผมจะทำเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เขา
อะไรเนี่ย
เรย์ฮาน เขาเป็นคนดีมาก วันหนึ่ง เราอยู่กันที่แคชเชียร์ และเขาก็ถามผม และเขาถามว่า อ่านภาษาอังกฤษได้ไหม
คุณอ่านออกไหม ไม่ คุณเขียนได้ไหม ไม่
แป๊บนึงนะ นี่ปากกา
ผมสะกดไม่เป็น ลองดู
แล้วเขาก็เริ่มให้ผมลองเขียนคำสั้นๆ
นี่คือพวกคำที่เราชอบมีปัญหา
ผมรู้ สะกดไม่เป็น ไม่เก่ง เก่งแล้ว ไม่ๆ
เก่งแล้ว ถึงจะสะกดผิดก็ไม่ต้องโมโหไป ผมเขียนประโยคสั้นๆ ได้ ไม่เพอร์เฟค แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ
ใช่ เก่งมาก คุณสอนเก่งมาก เก่งมากเพื่อน คุณอ่านออกแล้ว
ขอบคุณเรย์ฮานที่ช่วยผม… ตอนนี้ผมเขียนได้แล้ว
ตอนแรกเขาเขียนไม่เป็นประโยคเลย ตอนนี้เขาเขียนจดหมายขอบคุณยาวๆ ได้แล้ว การได้จดหมายนี้คือหนึ่งในช่วงที่ดีที่สุด ผมจะเก็บมันไว้ตลอดชีวิตเลย
ขอบคุณมากเลย เรย์ฮาน
สองสามวันมานี้ เรย์ฮานโฟกัสแต่ตัวเองกับครอบครัว แต่จดหมายง่ายๆ ของฮวนช่วยเตือนให้เขาช่วยเหลือคนอื่น บางครั้งคนแปลกหน้าก็อาจกลายเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถึงแม้เราอาจจะไม่รู้ตั้งแต่แรกน่ะนะ
และด้วยจิตวิญญาณเดียวกันที่ผมต้องการทำอะไรที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพื่อผู้เข้าแข่งขัน แต่เพื่อพวกคุณทุกคนที่รับชมเราด้วย
หนุ่มๆ จิมมี่ จิมมี่
หลังจากเราลงคลิปซูเปอร์มาร์เก็ตคลิปแรกไป คุณหลายคนถามว่าจะช่วยพวกเขาได้เงินเพิ่มยังไงบ้าง และเราก็คิดว่า ถ้าเราทำเสื้อสกรีนหน้าพวกเขา และทุกครั้งที่คุณอุดหนุน เราแบ่งรายได้ให้พวกเขาล่ะ
เพื่อน พรรคพวก เพราะงั้นถ้าพวกคุณอยากเห็นเสื้อ หนุ่มๆ ขนเข้ามาเลย
(วันที่ 39) เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน
นี่คือเสื้อแจ็คสัน เสื้อเรย์ฮาน เสื้อเอลดิน แล้วก็เสื้อฮวน
แมจด์ใส่ทีมสีเขียวครับผม ผมมีหน้าอยู่บนเสื้อมิสเตอร์บีสต์เหรอเนี่ย ซื้อเลยครับ จิมมี่ใส่อยู่
ทุกครั้งที่พวกเขาซื้อเสื้อนะฮวน คุณจะได้ส่วนแบ่งครึ่งนึง ผมรักทุกคนเลยนะครับ
เพื่อฉลองเสื้อใหม่ ผมมีเซอร์ไพรส์พิเศษหนึ่งอย่างด้วย
สุดยอด โอ้พระเจ้า ใครอยากได้เสื้อบ้าง
ขอบคุณที่มาอุดหนุนเสื้อยืดกันนะครับ
นี่คือจำนวนปกติของคนที่มาดูพวกเขาที่ซูเปอร์ฯ ทุกวัน พวกเขาคือหนึ่งในสุดยอดผู้เข้าแข่งขันของเราเลย ถ้าอยากซัพพอร์ตพวกเขา เข้าไปที่ MrBeast.Store เลย เสื้อทุกตัวที่คุณซื้อที่มีหน้าพวกเขา รายได้ครึ่งนึงจะเป็นของพวกเขา
กดด่วนเลยครับ ซื้อเลยครับ วู้
แรงไปแฮะ ตัดออก เอาล่ะ นี่สำหรับนาย
(วันที่ 40) เลี้ยวเข้าไป เลี้ยวเข้าไป อะไรเนี่ย ใช่ ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ไม่ต้องห่วง ไปเรื่อยๆ เลย ช่างเถอะ ใช่ ไปต่อเรื่อยๆ อย่างนั้นแหละ
วันที่ 40 แล้ว สุดยอด ระวังนะ มาแล้ว
วันที่ 40 แล้ว ผมเอาหญ้ามาฝาก คิดว่าทำไมครับ เพราะเราไม่เจอหญ้ามาร้อยวันแล้ว จะได้รู้สึกเหมือนออกไปข้างนอกเหรอ ไม่ ไม่มีใครทายได้ใกล้เคียงเลย หนึ่ง สอง สาม ลุยเลย
ในเมื่อเรามีสนามฟุตบอลจิ๋วกันแล้ว ผมจะอธิบายเกมให้ฟัง เริ่มจากเส้นสิบหลา ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไปรอรับลูกบอลในสนาม ถ้าพวกเขาใช้รถเข็นรับบอลได้ 24 ชั่วโมงต่อจากนี้จะมีนักฟุตบอลมาอยู่ช่วยพวกเขา และทุกๆ สิบหลา นักฟุตบอลที่เข้ามาช่วยจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเล่นดีๆ ละก็ พวกคุณอาจได้นักฟุตบอลถึงสิบคนมาช่วยกินของในร้าน 24 ชั่วโมงต่อจากนี้
พวกคุณกินกันได้วันละกี่แคลฯ ครับ เยอะมาก สองหมื่นแคลฯ พี่เบิ้มตรงนั้นบอกว่าเขากินได้สองหมื่นแคลฯ แน่ะ เพราะงั้นถ้าได้ครบสิบคนละก็ คุณอาจได้กลับบ้านเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์เลยก็ได้
ใครจะเล่นก่อนครับ เปิดฉากดีๆ เลยฮวน ไปเลยฮวน เย่
บอกก่อนนะ ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยเล่นบอลเลย กดดันมากเลยนะเนี่ย พร้อมไหม ฮวน จิมมี่ จิมมี่ จิมมี่ ลุยเลย
พวกเขาได้นักฟุตบอลเพิ่มไปหนึ่งแบบกล้วยๆ แต่มาดูซิว่าจะได้เพิ่มอีกสองไหม
จิมมี่ ทางนี้ ลุยเลย จิมมี่ โอ๊ยตาย ลุยเลย จิมมี่ ลุยเลย จิมมี่ โอ้ สุดยอด สุดยอด สุดยอด
เอลดิน รับลูกนี้ได้ ได้หกคนเลยนะ และรอบนี้ ควอร์เตอร์แบ็กทีมอีซียู มิทช์จะเป็นคนปาลูกบอล
มิทช์ มิทช์ มิทช์ มิทช์ มิทช์ มิทช์
ไม่ ไม่นะ เอลดิน ให้ตายสิ อยู่ที่แจ็คสันแล้ว เย่
ตอนนี้คุณได้นักฟุตบอลไปสามคน ถ้าได้รอบนี้เป็นเจ็ด ถ้ารับได้ คุณจะได้ออกจากที่นี่เร็วขึ้นหนึ่งอาทิตย์
มันไกลมากเลยนะมิทช์ ทางนี้ ทางนี้ โอเค มาลุ้นกันๆ
สุดยอด ควอร์เตอร์แบ็กทีมอีซียูช่วยไว้จริงๆ
และเพื่อให้คุ้มที่สุด พวกเขาเลือกนักบอลที่หิวโหยที่สุดและตัวใหญ่ที่สุดในทีมมา และ 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ พวกเขาจัดแคลอรี่มาให้กินมากเท่าที่จะนึกออกเลย
เราจะไปหา Feastables กินกัน
(วันที่ 41) และในขณะที่ 24 ชั่วโมงของพวกเขาเริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง การกินอาหารหลายพันแคลฯ เท่าที่จะเร็วได้ ทำให้พวกเขาง่วงมากๆ
แต่ 24 ชั่วโมงก็คือ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะกิน จะนอน หรือไม่ทั้งคู่
เพราะงั้นเมื่อหมดเวลา ผมจึงส่งโค้ชเข้าไปตามนักบอลกลับออกไป
(วันที่ 42) หายไปไหนกันมา ไปเร็ว งานด่วน งานเร่งเลย เอาล่ะหนุ่มๆ ได้เวลาไปจากที่นี่แล้ว ไปเร็ว
อยู่ก่อนๆ โบร๋อยู่ก่อน บายทุกคน อีกคืนนึงน่าโค้ช แล้วเราเอาไงต่อ ไม่รู้สิ
นอกจากจะผิดหวังที่นักฟุตบอลต้องกลับไปแล้ว สิ่งที่ผมต้องทำต่อ ทำใจรับยากยิ่งกว่า
จะพาเขาไปอีกแล้วเหรอ ไม่จริง คุณจะพรากฮวนไปจากเรา ไม่นะฮวน
ใช่แล้ว ผมต้องพาฮวนออกไปทางหลังร้าน เพื่อถ่ายเกมล่ามโซ่คนแปลกหน้าให้จบ
ฮวนจะไม่อยู่กับเราสองสามวัน แย่เลยทีนี้
เพราะงั้นสองสามวันต่อมา ทีมของฮวนจะได้นั่งดูเขาแข่ง แต่ผมไม่สปอยล์ตอนจบหรอกนะ
ไม่
แต่พอถ่ายจบปุ๊บ หนุ่มๆ ผมพาฮวนมาคืน ขอต้อนรับกลับมา ฮวน เราคิดถึงคุณ
การได้ฮวนคืนเป็นเหมือนพลังงานบวกก้อนใหญ่เลย เอาเลยฮวน เอาเลย แปลกๆ แฮะ
(วันที่ 44) ซึ่งช่วยให้พวกเขากลับไปเร่งกินของในร้านได้ตามเดิม
ซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มดูโล่งๆ แล้วนะเนี่ย เรากลับมาเร่งเครื่องแล้ว ฮวนสุดยอดมาก คุณไม่มีทางไม่ชอบเขา
และในวันที่ 50 ผมอยากให้การรียูเนี่ยนนี้หวานฉ่ำขึ้นอีก พาครอบครัวมาเลย
(ขอบคุณที่สนับสนุนซูเปอร์มาร์เก็ต)
หลังจากไม่ได้เจอกันหลายเดือน ครอบครัวของพวกคุณจะมาอยู่กับพวกเขาในร้าน 24 ชั่วโมง
เคิร์สตี้กำลังวาดรูปให้ผม หวัดดี เธอหัวใจผม ผมอยู่ในคลิปมิสเตอร์บีสต์ เราอยู่ในคลิปมิสเตอร์บีสต์
ซึ่งแปลว่าพวกเขาจะทำมากกว่าแค่แวะมาเยี่ยมเฉยๆ
กินอาหารทุกชั่วโมง ทุกชั่วโมง น้ำปั่นชั่วโมงละแก้ว
ดีจังที่เมียผมอยู่นี่ ฉันกะจะมาช่วยกินนี่แหละ เมียผมทำอาหารอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่เรากินในสี่เดือนเลย
ไม่มีอะไรหยุดครอบครัวพวกเขาให้หยุดกินได้ และก็มีอาหารให้ชิมเยอะแยะไปหมด
ใช่ เธออยากให้แฟนกลับบ้านแล้ว ใช่
(วันที่ 50) ถึงตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ปริมาณฯ ได้มากกว่ากรุ๊ปไหนๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่รักเราจริงจะพร้อมช่วยเราเสมอ
บาย เด็กๆ
และก็ตามนั้น เงียบฉี่อีกแล้ว
อย่างน้อยเราก็มีกันและกันนะโบร๋ ไม่ ฉันรู้
24 ชั่วโมงผ่านไปไวมากเลยเพื่อน
ได้เห็นครอบครัวจุดไฟในตัวพวกเขาแล้ว ตอนนี้พวกเขาผลักดันร่างกายจนถึงขีดสุด เพื่อเคลียร์ร้านนี้ และจะได้กลับบ้าน
ตั้งแต่วันที่ครอบครัวมา ผมฝันเห็นครอบครัวบ่อยเลย ผมยังได้ยินเสียงเรียก พ่อคะ พ่อฮะ แล้วผมยังได้ยินเสียงพวกเขาอยู่ และนั่นเป็นเสียงที่เพราะที่สุดในโลกเลย
140 วันก่อน ผมเข้ามาที่นี่ ผมกะจะไม่ออกจนกว่าจะทำให้ครอบครัวภูมิใจได้ เงินล้านดอลลาร์ ผมจะเอากลับบ้าน
เพื่อให้ได้ออกไปเร็วๆ พวกเขาออกกำลังกันเป็นบ้าเป็นหลัง
ผมกับแจ็คส์เพิ่งลงจากลู่มา ตอนนี้เอลดินกับฮวนอยู่บนลู่วิ่ง เราไม่หยุดกันเลย
แผนก็ง่ายๆ เบิร์นเยอะๆ เพื่อจะกินเข้าไปเยอะๆ
ฉันอิ่มเป็นบ้าเลยเนี่ย
พวกเขาทุ่มเทกันหนักมากเพื่อจะออกไปจากร้านนี้ แต่มีอยู่คนนึงที่อาจทุ่มเทมากเกินไปหน่อย
มาเดินกัน ไม่ ผมเดินไม่ได้ มาน่า แฝด ไม่
ผมต้องพักสักหน่อย ห้ามเดินเยอะ เพราะผมเจ็บข้อเท้านิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ผมจะพยายามกินเพิ่มอีก เพราะเราต้องกลับไปหาครอบครัว
ถึงจะมีอาการบาดเจ็บ ฮวนก็ไม่ยอมให้ข้อเท้ามาถ่วงเขาหรือคนอื่นๆ ให้ช้าลง
เท้าฮวนเจ็บแล้วก็บวมด้วย เราเลยไม่ไปเร่งเขา เราบอกให้เอาน้ำแข็งประคบแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย
ฮวน คุณต้องไปนอน โบร๋ คุณต้องพักเท้านะ ฮวน ไม่
และโชคร้ายสำหรับฮวน นั่นมีแต่ทำให้แย่ลง
วันนี้เราจะทดสอบนิดหน่อย ขำๆ ดูว่าพวกคุณเป็นไงบ้าง
เท้าเขาบวมเป็นสับปะรดเลย ไม่ ดีขึ้นแล้ว ไม่ดีขึ้นเลย เหรอ ขอดูหน่อย จริงเหรอ ใช่ มันอักเสบ
ตอนวิ่งเจ็บไหม ครับ วันนี้เราจะไม่ให้คุณวิ่งบนลู่แล้วกัน เดี๋ยวคุณเจ็บเพิ่ม
ตกใจนิดหน่อยวันนี้ เพราะผมมีนี่ เห็นไหม ผมต้องไปลงน้ำหนักหรือทำอะไรสักสองสามวัน และผมก็ไม่ฟัง
ถึงทุกคนจะบอกให้ฮวนพัก แต่เขาไม่ยอมอยู่นิ่งเลย
ตอนนี้ ฮวนเดินไปเดินมา เราอยากให้เขาหาย ฮวน แต่ลุงเขาไม่ยอมหยุดเลย เลิกเดินไปทั่วสักที
(วันที่ 54)
ลุงเขาควรนอนเฉยๆ ประเด็นก็คือ ผมไม่รู้ว่าเขาชอบไม้ค้ำพวกนี้หรือเปล่า ผมก็เลยอยากจะหาเอารถเข็นมาให้เขา
พุ่งไปยังห้องครัว ห้องครัวเหรอ ใช่ ไฟแดง ไฟเขียว ฮวน ฮวน
ลุยเลย แฝดพี่ ลุยเลย ฝาแฝด
คนที่ผมเจอในนี้กลายเป็นเพื่อนแท้ไปแล้ว ตอนนี้เราสนิทกันมาก รู้ไหม ผมได้ลุงมาคนนึง ลุงฮวน และผมก็มีพี่น้องอีกสองคนคือ เรย์ฮานกับเอลดิน
หนุ่มๆ มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเล่นกับฮวน จนไม่ทันสังเกตว่ามุมโปรดของพวกเขาถูกพรากไปแล้ว
ประตูขนของล็อกอยู่ เราไม่รู้ว่าทำไม ฉันต้องการแสงแดด ได้แดดหน่อยคงดี จริงไหม ได้ออกข้างนอกแป๊บนึงคงแจ๋วเลย
การตัดขาดจากโลกภายนอกสิ้นเชิงเริ่มส่งผลกับหนุ่มๆ ผมเลยคิดว่าถึงเวลาต้องบอกเหตุผลแล้ว
ได้ยินว่าคุณเจ็บเท้า ครับ ไม่เท่าไหร่ แต่ผมเล่น
เห็นฮวนกำลังแย่ ผมเลยจะทำอะไรดีๆ ให้พวกเขาหน่อย
จำได้ไหม ไม่กี่วันก่อน ตอนพวกคุณบอกว่าอยากอาบแดดข้างนอก ออกไปข้างนอก รับแดดตรงๆ น่ะ ไม่จริง ดาเรียส ดึงเลย
ล้อเล่นน่า ไม่จริง ไม่นะๆ แสงแดด
ถ้าเดินมาตรงนี้ คุณจะเห็นว่าเส้นสีแดงถูกย้ายมาตรงนี้แล้ว
โอ้ เตาแบล็กสโตน ว้าว นี่มันบ้าไปแล้ว เชิญนั่งเลยหนุ่มๆ เฮ้ มานั่งเล่นกัน
และขอบอกชัดๆ สุภาพบุรุษทั้งหลาย นี่คือเส้นสีแดงเส้นใหม่ ถ้าคุณแตะมันเหมือนที่ผมเพิ่งทำล่ะก็ ออกเลย
นอกชานนี้ให้กี่คะแนนดีครับ สุดยอดเลย 20 เต็ม 20 เลยเพื่อน
ผมอยากให้พวกคุณชาร์จแบตกันให้เต็มที่ ผ่อนคลาย เพราะหลายอย่างอาจยากขึ้นตั้งแต่วันที่ 60
ทำไม นี่มันเรื่องอะไรกัน เย็นไว้ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก รู้ไหม วันที่ 60 อาจจะยากที่สุดเท่าที่เราทำมาเลย เขาพูดจริงแน่เลย
ใช่ แต่ตอนนี้ สนุกกันก็พอ ผมจะปล่อยให้พวกคุณเต็มที่ ไปนั่งเลย อย่าเครียดนักสิ
ทำไมเราต้องพึ่งขาคุณด้วยนะฮวน อะไรกันเนี่ย ผมจะไปพักสักสี่วัน มาดูกันว่าจะเป็นไง
วันต่อมา หนุ่มๆ เลยรวมตัวกันเพื่อทำปฏิบัติการรักษาฮวน
ไม่ๆ ไม่มีไอ ไม่มีเหรอ ไม่มีไอ เพราะเอ็มไอจะเป็นมาย
ทำอะไรกันอยู่ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขายอมนั่งอยู่เฉยๆ
ระหว่างที่พวกเขาฝึกภาษาอังกฤษกัน ผมว่าจะทำน้ำปั่นให้เขาหน่อย สุดยอด ต้องเติมกำลังจะได้มีแรงเรียน
หนุ่มๆ ยังเตรียมสระว่ายน้ำให้ฮวนด้วย ชิลล์ได้เลยหนุ่มๆ ฟีลเที่ยวทะเล มาแล้วเพื่อน สำหรับการบำบัดด้วยน้ำในแบบของพวกเขา
โอ้ ดีจังแฮะ เท้าผมอยู่ในน้ำ และมันก็เริ่มได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์
ระวังนะฮวน เห็นแก่ข้อเท้าคุณ ห้ามตกขอบสระนะ อย่าทำให้ผมเครียด
ถั่วกระป๋อง หกหมื่นสามแคลฯ ในถั่วกระป๋อง ไม่เลวเลยนะเนี่ย ไม่เลวเลย
ฮวนเดินไปเดินมาเหมือนปกติแล้ว
ผมมีความสุขมาก เท้าผมดีขึ้นเยอะเลย ไม่ว่าอะไรก็มาเลย ผมจะลองทำหมด ผมไม่อยากยอมแพ้
วันนี้วันที่ 60 และฮวนก็หายแล้ว ได้เวลาสำหรับแบบทดสอบ
สุภาพบุรุษ พวกคุณอยากออกไปจากร้านนี้มากแค่ไหน ที่สุดเลย ถอดผ้าปิดตาออกเลยครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักลู่วิ่งทองคำ ยากแฮะ
เอาล่ะ คืออย่างนี้นะ เมื่อคุณพร้อม เครื่องนับถอยหลัง 24 ชั่วโมงจะเริ่ม ตอนนี้เหลืออยู่ 2.4 ล้านแคลอรี่ในร้านแห่งนี้ และเมื่อเริ่มนับถอยหลัง ตัวเลขนั้นจะลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
และเหลือเท่าไหร่ตอนคุณวิ่งถึง 160 กิโล ผมจะเอาอาหารแคลอรี่เท่านั้นออกไปแจกให้กับคนยากไร้ จัดไป
แต่ถ้าวิ่งได้ไม่ถึง 160 กิโลใน 24 ชั่วโมง ผมจะไม่เอาออกไปเลยสักแคลฯ
ใครจะเป็นคนแรกครับ เดี๋ยว ขอรองเท้าหน่อย ดีใจที่คุณขอนะ หนุ่มๆ ขนเข้ามาเลย โอ้แมน โอ้เย่ เรามีรองเท้าแล้ว
นี่ไม่ใช่แค่รองเท้าทั่วไป นี่คือรองเท้าที่ใส่สบายที่สุดในโลกของ Kizik ส่วนตัวแล้ว ผมใส่ Kizik ทุกวันเลย อยากรู้จังว่าพวกคุณคิดยังไง
เบานะเนี่ย ใส่สบายมากเลย หนึ่งในข้อดีของ Kizik ก็คือ สวมเข้าไปได้เลยง่ายๆ
คิดว่าใส่แล้ววิ่งถึง 160 กิโลไหม แน่นอน ไม่ต้องผูกเชือกแล้ว สมัยนี้ใครเขาผูกกัน
รับส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับรุ่นโปรดผมได้ที่ Kizik.com/MrBeast
งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า กลับไปไฟอึมครึม
สุภาพบุรุษท่านไหนจะเริ่มก่อน ผมได้นะ ฮวน ผมไปก่อนไหม ผมก่อนได้ เอาล่ะฮวน กดเริ่มได้เลย
และเริ่มแล้วพวกเรา โอเค อย่างที่เห็น แคลอรี่กำลังลดลงแล้ว และ 160 กิโลของคุณก็กำลังเพิ่มขึ้นตรงนี้ ถ้าวิ่งครบ 160 กิโลได้ตอนนี้ ผมจะเอาทั้ง 2.4 ล้านแคลฯ ออกจากร้านไปเลย
ตอนนี้คุณวิ่งเพซไหนอยู่ โอ้ เขาวิ่งระดับเจ็ดเลย ถ้าวิ่งระดับเจ็ดไปได้ตลอดนี่ เว่อร์เลยนะ ผมว่าไม่ได้หรอก เขาโอเค สบายมากเลย แต่ถ้าฮวนบาดเจ็บหรืออะไรแบบนั้น คู่แข่งหายไปคนนึงนะ
พวก เราต้องเวียนกันวิ่ง อยากลงเมื่อไหร่ก็บอก เราจะโดดขึ้นไปวิ่งต่อ ได้ อย่างนั้นแหละ
และเพื่อไม่ให้มีคนหักโหมเกินไป ผมพาเทรนเนอร์ของพวกเขามา จอห์น
รู้สึกยังไงบ้าง ดีครับ เหรอ คุณวิ่งได้กี่กิโล แปดโลผมก็ไหว แปด ข้อเท้าคุณโอเคนะ ใช่ ห้าก่อนแล้วกัน
พวกคุณได้คำนวณไว้ไหม คุณจะแบ่งกันวิ่งยังไง ไม่ครับ ใช่ ต้องคิดนะ
และระหว่างที่ฮวนกำลังจะวิ่งครบกิโลแรก แผนก็ถูกวางเรียบร้อย
หนึ่งเปอร์เซ็นต์แล้ว เหลืออีกแค่ 99 เอง เอลดินขึ้นไปเลย ขึ้นไปเลย ระวังนะ
ตอนนี้ กลยุทธ์ของเราก็มีแค่สลับกันวิ่งคนละกิโลครึ่ง ระหว่างที่คนอื่นพัก
ต้องลงแล้ว ต้องขึ้นแล้ว ใช่ ลุยเลย
เพื่อรักษากำลังไว้ พวกเขาไม่เพียงแต่จะสลับกันวิ่ง แต่ยังเตรียมจุดเติมพลังที่มีน้ำและขนม และพักผ่อนเต็มที่ระหว่างนั้น
พวกเขาวิ่งกันที่ความเร็วแบบบ้าไปแล้ว คิดว่าพวกเขาจะวิ่งไปได้จนครบไหม
ถ้าสักสองกิโล มันก็พอได้อะนะ แต่นี่เหมือนมาราธอนสี่รอบ พวกเขาต้องหมดแรงแน่ ผมว่าสักสองโลครึ่งก็น่าจะเริ่มเห็นว่าช้าลงแล้ว
และเกือบจะเหมือนที่จอห์นคาดไว้เป๊ะๆ ครึ่งทางแล้ว ความเหนื่อยล้าเริ่มมีผล และระดับก็ช้าลง
ระวังนะ นี่บททดสอบที่ยากสุดในชีวิตเลยไหม ฮวน ไม่เท่าไหร่ แค่ผมเจ็บเข่าน่ะ อ๋อ
ผมไม่เคยวิ่งเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต กิโลแรกเพิ่งทำได้ไม่กี่วันก่อนนี่เอง
แต่การช้าลงมากๆ ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
แต่การช้าลงมากๆ ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะถึงจะเป็นบททดสอบความอึด แต่ก็ยังต้องแข่งกับเวลาด้วย ยิ่งวิ่งไปเยอะ แคลฯ ก็ยิ่งลดเยอะ และร่างกายพวกเขาก็จะพัง
โอ๊ย ตะคริวกิน
แย่จัง ไม่เหนื่อยเลย ไม่เหนื่อยเหรอ ไม่เลย ผมเจ็บหัวเข่าน่ะ และเราก็ยังทำได้ไม่ถึงล้านแคลฯ เลย ท่าไม่ดีแล้วสิ
ถ้าพวกเขารักษาความเร็วไว้ไม่ได้ เครื่องวัดอาจไปถึงศูนย์ และพวกเขาอาจวิ่งกันแทบตายโดยไม่ได้อะไร จะนวดหรือใช้อุปกรณ์อะไรก็ไม่ช่วยให้ข้ามเส้นชัยไปได้ พวกเขาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ และไม่ลืมว่ากำลังทำเพื่ออะไรอยู่
ผมภูมิใจในตัวพ่อมาก ผมรู้ว่าพ่อทำเพื่อพวกเรา
ผมอยากเจอพ่อกับแม่ ถ้าผมวิ่งต่ออีกหน่อย ก็จะได้เจอพวกเขาเร็วขึ้น
ผมเข้าใกล้การได้กลับบ้านไปเจอที่รักผม เคซีย์ อีกก้าวแล้ว
พ่อฮะ ดูสิ มีทาร์ซานด้วย
พ่อสัญญา พ่อจะรีบวิ่งกลับบ้านเลย
และในเมื่อมาถึงกิโลสุดท้ายกันแล้ว เราพาหมอนวดมาให้พวกคุณ
สุดยอดๆ สุดยอด ใช่ คลายเส้นเลยครับ
เอลดิน เตรียมตัวให้พร้อมเลย ไป เปลี่ยนตัว พระเจ้า คุณไปนอนตรงนั้นได้แล้ว ไปนวดได้เลย ครบแล้วคนเก่ง
(วิ่งไปแล้ว 98.99) ลุยเลย กิโลสุดท้าย
(วิ่งไปแล้ว 100)
เราให้ทีมที่แกร่งกีฬากว่านี้ทดสอบ ตัวเลขอยู่ที่สามแสนห้าหมื่น ดูยังไงๆ พวกคุณก็ผ่าน ผ่านฉลุย
เพื่อไม่ให้เสียเวลา หนุ่มๆ รีบรวบรวมอาหารหกแสนแคลฯ ซึ่งไม่ใช่แค่คนยากไร้จะได้กิน แต่พวกเขาจะได้ไม่ต้องกินด้วย
และนี่ก็คืออาหารหกแสนแคลอรี่ครับ ลุยเลย
เป็นชาติแน่กว่าจะกินหมด อย่างน้อยก็สองเดือนอะ
เพื่อน นี่มันสุดยอดมาก คนอื่นมีข้าวกิน และเราก็ใกล้จะกินได้หมดร้านเร็วขึ้นด้วย
ขอบคุณมากเลยค่ะมิสเตอร์บีสต์ เราซาบซึ้งมากเลย ขอบคุณค่ะ
หกแสนแคลอรี่ออกไปจากร้านหมดแล้ว เราใกล้จะได้รถเข็นที่มีเงินอยู่เต็มเข้าไปทุกที
ในเมื่อพวกเขาสามารถแจกอาหารให้คนยากไร้ได้เยอะมาก ผมเลยว่าหาคนมาฝากท้องกับพวกเขาเพิ่มหน่อย
นี่คือเพื่อนๆ ผม จิมกับโมนิก้า พวกเขาแข่งในคลิปที่พวกเขาขับแลมเบอร์กีนีคันนี้ที่พวกเขาได้ไป คลิปจะออกมาปีนี้แหละครับ
ขอต้อนรับสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่อย่าเพิ่งลงจากรถ ขับเข้าไปเลย ใช่ จัดไป
(วันที่ 64) ไม่มีทางน่า เฮ้
โอเค พวกคุณไปกินเลย ให้ผมเข้าไปนั่งในนั้นเร็ว
จิมกับโมนิก้าจะออกจากซูเปอร์ฯ ไม่ได้ จนกว่าพวกเขาจะกินอย่างน้อยหมื่นแคลฯ
พวกเขาช่วยได้ไหม ไม่ คุณสองคนต้องกินหมื่นแคลฯ โมนิก้าดูเศร้าจังแฮะ
ไหนดูสินั่งแลมโบฯ มันรู้สึกยังไง
ผมทำน้ำปั่นให้ตอนนี้ได้นะ ประมาณ 5,000 แคลฯ ใส่ไรบ้าง ใส่หมดอะ
โอ้พระเจ้า ฝันเป็นจริงชัดๆ
ทำอะไรของเขาน่ะ ทำอะไรของเขา เขาทำอะไรอยู่เนี่ย ทำอะไรของเขา
ระหว่างที่เอลดินเพลิดเพลินกับการซิ่งรถ คนที่เหลือก็ทำอาหารที่แสนอร่อยให้จิมกับโมนิก้า
น้ำปั่นซูเปอร์ฯ แก้วแรก อร่อยไหมครับ อร่อยครับ ใช่ และอีกมื้อ
จิมกับโมนิก้าไม่เคยกินอาหารในซูเปอร์ฯ มาก่อน และอีกมื้อ และอีกมื้อ
โอ้พระเจ้า พวก ผมอิ่มมากเลย ได้เวลากินเพิ่มแล้ว บางทีพวกเราอาจทำพาสต้า สปาเก็ตตี้อะไรแบบนั้น
คุณต้องช่วยเรานะ เพื่อน มาเร็ว เพื่อน ให้ตายเถอะโบร๋
ไม่อยากจะเชื่อเลย ที่พวกเขาทำมีแค่กิน ออกกำลังกาย แล้วก็ถ่ายหนัก แค่นั้น พวกเขาทำแค่นี้เลย
หลังซัดไปหมื่นแคลอรี่ จิมกับโมนิก้าก็กลับได้ ซึ่งย้ำเตือนหนุ่มๆ ว่าชีวิตนอกร้านยังคงดำเนินไป โดยเฉพาะฮวนที่ต้องการระบายความอัดอั้นในใจ
ในประเทศที่ผมเกิด เราจะเตะบอลกันในวันที่ 4 กรกฎาคมของทุกปี และผมก็คิดว่า… เมื่อวานเป็นครั้งแรกที่ผมพลาดมัน
คุณทำมานานแค่ไหนเหรอ กี่ปีแล้ว ยี่สิบห้าปี คุณทำมายี่สิบห้าปี แต่ตอนนี้อดอะเหรอ
มันยากมาก ยากมากสำหรับผม แต่ตอนนี้ผมพลาดมันแล้วเพื่อน
ฮวนแยกตัวออกไปอยู่คนเดียวสองสามวัน ไม่กินอะไรเลยสักแคลฯ เดียว เพราะหลังจากแข่งมามากกว่า 150 วัน ฮวนก็เริ่มรู้ตัวว่าพลาดอะไรไปเยอะแค่ไหน
ฮวน อยากออกไปข้างนอกไหม
(วันที่ 69) ผมอยากกลับบ้าน
แต่ผมจะทำให้ฮวนไม่พลาดธรรมเนียมบ้านเขา พาพวกเขามาเลย
(วันที่ 70) ฮวน พวก นี่เพื่อนผมนี่
ผมพาทีมฟุตบอลของฮวนมาหาเขา
และแน่นอน ผมปล่อยให้พวกเขาอยู่กินนู่นกินนี่ตลอดทั้งเย็น ซึ่งเพื่อนๆ และครอบครัวของฮวนช่วยกินไปได้ห้าหมื่นห้าพันแคลฯ
พวกเขาต้องกินให้หมด วันนี้เราจะช่วย
มิสเตอร์บีสต์ เขาให้เพื่อนๆ ผมได้มาที่นี่ จากประเทศที่ผมเกิด ผมขอขอบคุณสำหรับช่วงเวลานี้ ผมดีใจ ดีใจมากเลย
แต่เพื่อนๆ ฮวนมาช่วยก็แล้ว หนทางก็ยังอีกยาวไกล
ยังเหลืออาหารอีกเพียบเลย เยอะก็เยอะ ผมก็ต้องกินนั่นแหละ
(วันที่ 71) เราแจกถั่วไปตั้งเยอะแล้ว ยังเหลือเยอะอยู่เลย เราเริ่มกินของที่เราไม่อยากกินเลยจริงๆ เพราะมันแหวะ
เรากำลังจะลองกินน้ำหัวหอม กลิ่นเหม็นห้องล็อกเกอร์ยิม ม.ปลายเลย ฮวน คิดว่าเป็นความคิดที่ดีไหม เดี๋ยวก็รู้ เอาล่ะ หนุ่มๆ
จิมมี่ หนุ่มๆ แป๊บนึงนะ ผมมาขอชิมน้ำปั่นระดับโลกน่ะ
เราใส่ผงโปรตีนฟักทอง เค้กข้าว แล้วก็น้ำเชื่อมเมเปิ้ลสำหรับห้าที่
จิมมี่แบบ ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย โอ้ใช่ ของออร์แกนิก ดีต่อสุขภาพ
ช็อกโกแลตแท่งจะทำให้มันอร่อยไหม โอ้ใช่ ลองดูก็ไม่เสียหายหรอก
(วันที่ 77) เราจะแบ่งให้ทีมตากล้องด้วย เอาไปเลย เชียร์ส ทุกคนต้องร่วมชะตากรรม เชียร์ส
ใช่ ไม่แย่เท่าไหร่ ไม่แย่เนอะ ที่จริง รสชาติของฟักทองทำให้มันอร่อยเลยล่ะ
ผมคิดถึงรถแลมโบฯ มากเลย ดูรอยล้อที่ผมปาดไว้สิ โคตรจะเท่
ทุกคนชอบรถแบบไหนกันเหรอ รถสปอร์ตคงเจ๋งไปเลย ผมอยากได้รถกระบะไว้ทำงาน เหรอ ผมว่าผมอยากได้รถสปอร์ต เรย์ฮานล่ะ
ฉันอยากมีลูกอีก เพราะงั้นฉันต้องใช้เอสยูวี หาลิมูซีนให้เรย์ฮานมะ จะได้ลูกเยอะตามใจ
(วันที่ 79) เอาล่ะ สุภาพบุรุษทั้งหลาย ผมแอบได้ยินพวกคุณพูดถึงรถกัน หนุ่มๆ ขับเข้ามาเลย
(วันที่ 80) แจ็คสัน นี่ใช่รถที่คุณพูดถึงหรือเปล่า ใช่เลยพวก ใช่เลย โอ้พระเจ้า
เรย์ฮาน ชอบพ่อหนุ่มแบดบอยคันนี้ไหม พาลูกขึ้นรถให้หมด อย่างเจ๋ง
ผมชอบ ใช่ มันเหมาะกับคุณนะ
ถ้าอยากได้รถ พวกคุณต้องสู้กับนักแข่งกินเบอร์หนึ่งที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของจักรวาล โจอี้ เชสต์นัต
เย่ ว่าไงนะ โอ้ไม่ จิมมี่ เราจะไปแข่งกับเขาได้ไง
ผมจะจอยทีมพวกคุณ เราห้าคนกับถั่วแปดปอนด์ แข่งกับโจอี้กับถั่ว 16 ปอนด์ ถ้าฝั่งนี้ยังเหลือถั่วอยู่แม้แต่เม็ดเดียว ตอนเขากินหมด เราก็แพ้ และจะบอกให้ ถั่ว 7.25 กิโลคือสถิติโลก
นับถึงสามนะ หนุ่มๆ ซูเปอร์ฯ หนึ่ง สอง สาม หนุ่มๆ ซูเปอร์ฯ โอเค
วิเศษมาก ซดเลย ว้าว ซดไม่ยั้งเลย
โอเค โจอี้กินหมดไปชามนึงแล้ว หมดไปชามแล้ว หมดไปชามแล้ว จิมมี่ ต้องเร็วกว่านั้นนะเพื่อน
แจ็คสันเขมือบเร็วมาก
ใครอยากให้ช่วยบ้าง ใครอยากให้ช่วย จิมมี่ มานี่มา ระวัง จิมมี่ ผมช่วยเองโบร๋ ชามแรกยังไม่หมดเลยผม
ซดน้ำเลย ฮวนไปแล้ว ฮวนไม่ยอม จัดไปๆ เก่งมากพวก โจอี้ คุณทำได้ไงเนี่ย
จิมมี่ หยุด จิมมี่ๆ แจ็คสัน แจ็คสัน แจ็คสันช่วยหน่อย แจ็คสัน ช่วยหน่อย
จิมมี่ เร็วเข้า
เรียบร้อย หมดแล้วไหม ผมว่าพวกเขากินหมดแล้วนะ เราทำได้
การแพ้ครั้งนี้ไม่ทำให้โจอี้ใจเสียแน่นอน เพราะเขาแข่งอีกระดับนึงเลย โจอี้เพิ่งทำสถิติโลกได้อีกครั้ง และพวกคุณได้รถใหม่กันคนละคัน
พวกเขาเหลือไม่ถึงหนึ่งล้านแคลอรี่อย่างเป็นทางการแล้ว พวกเขาใกล้ได้ออกจากซูเปอร์ฯ แล้ว
พวกเขาใกล้ได้ออกจากซูเปอร์ฯ แล้ว ซึ่งแปลว่าพวกเขากินไป 75 เปอร์เซ็นต์ของแคลอรี่ทั้งหมดในร้านแล้ว
ผมดีใจมากเลย อย่าว่าแต่มาอยู่ในซูเปอร์ฯ เลย ได้รถจากซูเปอร์ฯ ยิ่งแล้วใหญ่ มันสุดยอดมาก เมียผมอยากได้รถอยู่พอดี แล้วก็ปึ้ง
รู้นะว่าหนุ่มๆ น่าจะชอบรถคันใหม่กัน แต่ไม่คิดว่าจะชอบกันขนาดนี้
ไปยิมกันเถอะพวกเรา ไปกันหนุ่มๆ ไปกัน กลับไปไถนา มาแล้ว
(วันที่ 83)
เรามีรหัส 1015 อยู่ตอนนี้ กำลังไล่ตามอยู่ ซิลเวอราโด้สีน้ำเงิน ทะเบียน ฮ-ว-น กรุณาลงมาจากรถด้วยครับ ดูซิมีอะไรบ้าง คุกกี้ 15 ชิ้นกับครีมฟีสเตเบิลส์ เราจะพาหนุ่มๆ พวกนี้ไปเรือนจำเขต
โอ้ เราโดนจับได้ไงเนี่ยโบร๋ ก็นายกินเยอะจัดไง เป็นการฝ่าฝืนโจ่งแจ้งอย่างแรง โอ้พระเจ้า พวกเขากำลังหนี พวกเขากำลังหนี
และหลังจากเอลดินออกมาจากคุก หนุ่มๆ ก็หาวิธีเพิ่มพื้นที่ให้รถของพวกเขา
เราตัดสินใจย้ายทุกอย่างตรงนั้นมาตรงนี้ จัดไปครับ พร้อมนะ ลุยกันเลย
(วันที่ 85)
(วันที่ 87)
(วันที่ 88)
ชั้นวางของหายไปแล้ว กลายเป็นร้านใหม่ แหล่มเลย
(วันที่ 90)
การได้รถไปไม่ใช่แค่เอาไว้เล่นหนุกๆ แต่ยังเป็นเครื่องที่ย้ำว่าหนุ่มๆ ซูเปอร์ฯ ทั้งสี่ได้กลายเป็นทีมที่สุดยอดแค่ไหน และต้องพึ่งกันและกันแค่ไหน
ถ้าไม่มีฮวน ไม่รู้สิ เหมือนฮวนเขาเก็บกวาดตลอดเวลา พร้อมอยู่ตลอด ถ้าไม่มีเขา ที่นี่คงเละเทะ
แจ็ค เขาคือไอดอลของพวกเราที่ยิม เขายกเวทได้ฉลุยตลอด เอลดิน ขอบคุณที่ทำให้หัวเราะได้ตลอด ทุกคนที่นี่มีหน้าที่ของตัวเอง และมันสุดยอดมาก
และนั่นก็เปิดโอกาสให้ผมได้เตือนความจำว่ามันเริ่มยังไง
หนุ่มๆ วันที่ 100 แล้ว วันที่ 100 สุดยอดๆ คิดว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นครับ หวังว่าจะเป็นวิธีกำจัดแคลอรี่ เข้ามาได้เลย
เหล่าผู้เข้าแข่งขันจากคลิปซูเปอร์ฯ คลิปแรก 189 วันก่อน คนที่ไม่รู้จักกันเลยเดินเข้ามาในร้านนี้ และเข้าร่วมการแข่งชิงเงิน 250,000 ดอลลาร์โดยไม่ทันตั้งตัว และมันก็กลายเป็นคลิปที่วุ่นวายที่สุดที่เราเคยถ่ายมาอย่างรวดเร็ว
เฮ้ทุกคน กันเนอร์อยากเอาอะไรมาให้ฮวนล่ะ โอ้ จัดไป โอเค แกะเลยครับ ฮวน โอเค
ทำไมถึงซื้อให้เขาใหม่ล่ะครับ อย่าทำอย่างนั้นสิเพื่อน ผมว่าเขาต้องใช้หม้อกับกระทะ
และผมพาผู้เข้าแข่งขันจากคลิปแรกเหล่านี้มา เพราะนับจากนี้จะเริ่มนับถอยหลังหนึ่งชั่วโมง พวกเขาช่วยพวกคุณกินได้หนึ่งชั่วโมงเต็ม หนุ่มๆ จ่ายงานให้เลย
ถ้าพวกคุณอยากทำกับข้าวอยู่ตรงนี้ก็เอาเลยนะ ส่วนอีกครึ่งนึงเราจะไปตรงนั้น เราจะหาของในร้านมาทำเป็นโต๊ะยักษ์กัน
นี่คือป้อมฟรีซซิ่งในคลิปแรก ป้อมฟรีซซี่ เป็นยิมไปแล้ว ถ้ามีตอนเราอยู่ก็ดีสิ
เซเวียน ตรงนี้คือล็อกที่คุณเคยอยู่ในคลิปเดิม ใช่ ดูไม่ค่อยเหมือนล็อกแล้ว ใช่ คิดถึงมันไหมครับ คิดถึงการทรมานพวกเขา ทำไมยังไม่ตื่นขึ้นมาดมกุหลาบอีก
เฮ้ ทุกคน ได้เวลากินข้าวแล้ว
ผมคิดถึงทุกคนมากเลย เราพูดถึงพวกคุณบ่อยๆ และผมซาบซึ้งมากที่มาช่วย เพราะเราอยากกลับบ้านเร็วที่สุด เราอยู่มาหกเดือนแล้ว เราเหนื่อยแล้ว นี่ทำให้นึกถึงตอนเราแข่งกันคลิปแรก
(วันที่ 100)
กินด้วยกัน… เขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย เรากินข้าวด้วยกันทุกวัน ใช่ จัดไปอีกรอบ เพราะเราต้องให้พวกคุณช่วย
โย่ เราดูเปลี่ยนไปไหม ใช่ ดูดีขึ้นนะ ทุกคนดูเหมือนเข้าฟิตเนสมาเลย ใช่ ในที่สุดก็ล่ำบึ้ก
ฮวน รู้สึกยังไงที่เห็นพวกเขาที่นี่ มาช่วยคุณน่ะ ผมดีใจมากที่ได้เห็นหน้าทุกคน และได้อยู่ในซูเปอร์ฯ ด้วยกันอีก ใช่ กินกันเถอะ ลุยเลย
พวกคุณทุกคนมาที่นี่เพื่อซื้อของ และคุณสี่คนไม่ได้กลับออกไปอีกเลย เติมของในร้าน และทุกคำที่พวกคุณกินเข้าไปจะช่วยให้พวกเขาได้ออกไปเร็วขึ้น แด่หนุ่มๆ ซูเปอร์ฯ
และนั่นแหละครับทุกคน หมดเวลาแล้ว บายทุกคน
ได้เห็นทุกคนที่เข้ามาพร้อมหนุ่มๆ ก็ทำให้ผมนึกไปว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในร้านมาแค่ 100 วัน จริงๆ 190 วันแล้ว เพราะระหว่างที่เราเติมของในร้าน พวกเขาต้องรออยู่เป็นเวลา 22 วัน และนั่นทำให้พวกเขารู้ว่าต้องรีบออกไปแล้ว
ตัดต่อครับ วางไว้บนแจ็คสันได้ไหม เราเหลือแคลอรี่เท่านี้ ออกไปจากตรงนี้
(วันที่ 188)
วันสุดท้ายของเครื่องปั่นแล้ว ไม่มีแล้ว หมดแล้ว หมดแล้ว
(วันที่ 189)
ไข่แช่แข็ง พวกคุณต้องไม่ชอบแน่ แต่เราต้องกินมัน พอมาถึงวันที่ศูนย์ ผมก็พร้อมกลับบ้านแล้ว
กุ้งเหลือแค่นี้แล้ว ผมรู้ว่ามีคนมีความสุขมากๆ เลยตอนนี้ ใช่ไหมล่ะ ผมไม่ชอบกุ้งเลย ใกล้จบแล้ว นี่มันใกล้จะจบแล้ว
จิมมี่ แล้วเจอกันนะพี่ชาย สี่เดือนก่อน เราเคยพูดว่าถ้าได้กินสเต๊กเมื่อไหร่ ก็รู้เลยว่าชนะแน่ และตอนนี้
(วันที่ 191)
เราจะกินสเต๊กแล้ว นี่คือมื้อค่ำของวันนี้
และระหว่างที่หนุ่มๆ ฉลองการเห็นเส้นชัย แจ็คสันก็คิดถึงจุดเริ่มต้นครั้งใหม่
หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน ระหว่างอยู่นี่มาสักพัก ผมก็… ผมว่าผมตัดสินใจแล้ว
(วันที่ 192)
ผมว่าผมอยากขอแฟนแต่งงาน ผมว่าเธอคือคนที่ใช่
และเขาก็ตื่นเต้นที่จะบอกแผนนี้กับทุกคน ผมจะขอแฟนแต่งงาน ยินดีด้วยนะ ยกเว้นคนที่สำคัญอยู่สองคน
ผมต้องขออนุญาตพ่อแม่แฟนก่อน โคตรประหม่าเลย
และเพราะเขาประหม่าสุดๆ ก็เลยผัดไปเรื่อยๆ ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะว่าไง
หนุ่มๆ จิมมี่ จิมโบ้ ผมว่าจะไปกระตุ้นเขาหน่อย
ไง เป็นไงกันบ้างครับ ผมจะให้พวกคุณคุยกับแจ็คสันนะ เขามีบางอย่างอยากถามพวกคุณ หวัดดีครับ ไง
(วันที่ 196)
ผมมีคำถามที่สำคัญมากๆ อยากถาม ผมประหม่านิดหน่อย แต่คุณเลี้ยงดูลูกสาวแสนสวยมาอย่างดี เธอมีความหมายกับผมมากจริงๆ และผมอยากรู้ว่า ผมจะขอลูกสาวคุณ ผมจะขอพวกคุณ ผมขออนุญาตแต่งงานกับลูกสาวพวกคุณได้ไหม
ตายแล้ว ได้จ้ะ เยี่ยม แหล่มเลย เร็วนะเนี่ย จัดไป
ไหนๆ เขาก็ไฟเขียวแล้ว ขนแหวนเข้ามา เธอชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร ค่ะ ผมว่ารูปวงรีนี่ใช่เลย การตัดสินใจครั้งใหญ่ วงนี้แหละครับ โอเค
ฮวน คุณสวมแหวนอยู่ใช่ไหม เปล่าครับ ไม่มีแหวน อยากซื้อแหวนให้เมียคุณสักวงด้วยไหม ยกมาให้ถึงที่แล้ว ครับ ได้เหรอ ได้สิ เลือกแหวนกัน
ช่วยดูเฉยๆ เห็นไหม คุณชอบหรือเปล่า ดูใกล้ๆ ผมว่ามัน… สวยนะ ผมชอบ ใช่ โอเค
ขอบคุณมากเลยครับจิมมี่ ผมชอบมาก เธอต้องชอบมันมากแน่ ผมรู้เลยว่าวงนี้ใช่ เหมือนที่รู้ว่าเธอใช่ ขอบคุณครับ จิมมี่
เพราะหนุ่มๆ เข้าใกล้เส้นชัยมากๆ แล้ว จึงควรฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา
110 วันที่ผ่านมา พวกคุณสวม Google Fitbit ที่ลิงก์กับแอป Google Health และพวกเขาตกลงแชร์ข้อมูลให้เรา เราจะได้รู้กันว่าพวกคุณสุดยอดด้านไหนกันบ้าง
เริ่มจากคนที่เบิร์นแคลอรี่ได้มากที่สุด รัวกลองหน่อย ไม่เหมือนรัวกลอง แต่ก็เอาเถอะ ผู้ชนะก็คือ แจ็คสัน เย่ สุดยอด เบิร์นไป 451,299 แคลอรี่ ขอบคุณครับ ขอบคุณ
รางวัลต่อไป Fitbit Air ไม่เพียงแต่วัดแคลอรี่ที่คุณเบิร์นตอนออกกำลังเท่านั้น แต่ยังวัดค่าการฟื้นตัวด้วย รางวัลต่อไปของเราจึงเป็น "คนที่นอนเยอะที่สุด" เอลดิน สุดยอด นอนไป 1,054 ชั่วโมงกับอีก 4 นาที โอ้พระเจ้า
สำหรับรางวัลต่อไป เรามี "ทำอาหารไปหลายแคลฯ ที่สุด" และด้วยแอป Google Health คุณสามารถถ่ายรูปอาหารหรือสแกนอะไรก็ได้ และมันจะบอกคุณค่าทางโภชนาการของสิ่งที่คุณกินอยู่
เรย์ฮาน สุดยอด ขอบคุณ จิมมี่ ทำอาหารไป 2,011,555 แคลอรี่
ทำอาหารไป 2,011,555 แคลอรี่
ถ้วยสุดท้ายสำหรับ "คนที่เดินเยอะที่สุด" ผู้ชนะก็คือฮวน ฮวน 2,735,000 ก้าว
ฮวน ยินดีด้วยนะครับ ขอบคุณ ยินดีด้วยครับ ขอบคุณมากเลยครับ
และผมอยากบอกอีกด้วยว่า พวกคุณทุกคนได้ใช้กูเกิลเฮลธ์พรีเมียมไปเลยตลอดชีพ พร้อมโค้ชส่วนตัวด้วย เพราะงั้นทุกอย่างที่คุณได้รับในร้านนี้ คุณสามารถเอาออกไปใช้ในชีวิตจริงได้
จะใส่ตลอดชีวิตเลย
เวลาสำคัญอีกแล้ว เหลือไม่ถึง 50,000 เหลืออีกสองวัน พวกเขากินไป 4.3 ล้านแคลอรี่ และเสียไปแค่ 6,614 ดอลลาร์เท่านั้น
เมื่อรู้ว่าเหลืออาหารที่กินวันเดียวหมด เรย์ฮานจึงเตรียมไว้แล้วว่ามื้อสุดท้ายจะเป็นอะไร
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่แม่ผมเคยทำ คือสอนผมทำขนมปัง นี่ต้องเป็นมื้อสุดท้ายที่พิเศษสุดๆ เลย
และเขายังมีเซอร์ไพรส์อีกหนึ่งอย่าง
ฉันเก็บไว้เพื่อวันนี้แหละ อะไรอะ ทุกคนพร้อมปาทิชชู่หรือยัง จัดไป โยนมาให้ม้วนนึง ฉันเก็บพวกนี้เอาไว้ จัดไป
(วันที่ 199)
ครั้งสุดท้ายที่ทำแบบนี้ เรานึกว่าจะได้กลับบ้าน
ผมรู้ว่ามองเผินๆ อาจดูเหมือนทำเพราะเบื่อ หรือเป็นการกระทำสิ้นคิด แต่นี่คือการแสดงความเคารพ พวกเขากำลังรื้อฟื้นความทรงจำว่าพวกเขาเริ่มจากไหน และผ่านอะไรมาบ้าง
หนุ่มๆ พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้ว สุดยอด เย่
คืนสุดท้ายในซูเปอร์มาร์เก็ต เราจะกลับบ้านแล้ว
หลังจาก 200 กว่าวัน นี่คือวันสุดท้ายของพวกเขาในร้านนี้ และเรื่องราวของพวกเขาก็ไปไกลกว่าผนังร้านจะกั้นไว้ เพราะแฟนๆ หลายร้อยคนมายืนรอท่ามกลางสายฝน เพื่อดูพวกเขากินอาหารมื้อสุดท้าย
ให้ตาย เอาล่ะหนุ่มๆ ขอผมดูแคลอรี่ที่เหลือในร้านหน่อย จัดไป เหลืออีกกี่แคลอรี่ 3,882
หลังจากนี้… เราจะกลับบ้านกัน จบแล้ว
ทุกคนที่พวกเขารัก และคนอีกครึ่งเมืองเป็นพยาน 202 วันก่อน ชายสี่คนนี้เข้ามาในซูเปอร์ฯ เพื่อซื้ออาหาร และตอนนี้ หลังเอาชนะคนกว่า 90 คน อาหารมื้อสุดท้ายอยู่ตรงหน้าเราแล้ว
กินๆ กินๆ กินๆ แด่มื้อสุดท้าย เชียร์ส เชียร์ส นี่เป็นมากกว่าการกินอาหารนะ
ผมสั่นไปหมดจริงๆ ตื่นเต้นที่ออกไป วันสำคัญ ผมมองไปที่ลูกๆ และพยายามยัดมันเข้าไปให้หมดอยู่
และมาถึงคำสุดท้าย กินหมดก็จบแล้ว กลับบ้านกัน กินเลย
สุดยอด กลับกันได้เลยครับ แน่ใจนะว่าพร้อมแล้ว สาม สอง หนึ่ง
200 วันก่อน ผมตัดสินใจทดสอบสังคมแบบที่บ้าที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่ไม่รู้จักกันเลยพยายามจะอยู่ในซูเปอร์ฯ ให้นานกว่าคนอื่น และพวกเขาทั้งสี่คนก็อยู่ และเลือกกินเพื่อจะออกไป และสุดท้าย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
เอาจริงนะ ไม่รู้ทำไมผมต้องมาเล่าเรื่องนี้เหมือนกัน
(วันที่ 179)
ฉันคงคิดถึงพวกนาย คืนสุดท้ายแล้วโบร๋
มันต้องบ้ามากแน่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพรุ่งนี้จะรู้สึกยังไง ก้าวออกไป เราอยู่ในนี้มานานมาก และตอนนี้จะกลับออกไปใช้ชีวิตแล้วน่ะ
ที่เราอยู่ด้วยกันทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีคนอื่นแล้ว ถ้าอยู่กับคนอื่น ฉันอาจอยู่ไม่ได้นะ จริงๆ และพอนึกว่าเราเข้ามาแบบไม่รู้จักกันเลย แล้วดูเราตอนนี้สิ เพื่อนซี้เลย เพื่อนกันตลอดไป
ใช่ พวกคุณเพิ่งได้ไปหนึ่งล้านดอลลาร์
โอ้ ผมพูดไม่ออก อะไรกันเนี่ย ไปเลยเบเบ้
พ่อคะ เรากลับบ้านได้ยัง ว่าไง ได้
จำได้ไหมที่ผมต้องเอาแหวนคุณไปคืน ตอนนั้นเราไม่มีเงิน แต่ตอนนี้ ผมมีแหวนมาให้คุณ
ผมรักคุณ ฉันก็รักคุณ คุณสวยมาก
เราโตมาด้วยกัน ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้ว เหลืออีกอย่างเดียวที่ต้องทำ
ตกลงเร็ว ตกลงแล้ว เย่
เป็นวิธีปิดจบที่เว่อร์มาก บ้าไปแล้ว ขอบคุณที่รับชม
(ขอบคุณที่รับชม)
วันที่เผยแพร่บทความ · อัปเดต
