กิน 4.3 ล้านแคลอรี่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเงิน 1 ล้านดอลลาร์: 200 กว่าวันของสี่คนแปลกหน้าที่กลายเป็นครอบครัว

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้ตั้งโจทย์ว่า ถ้าผู้เข้าแข่งขันสี่คนจะได้ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตก็ต่อเมื่อกินอาหารทุกอย่างในร้านจนหมด พวกเขาจะทำได้หรือไม่ และต้องใช้เวลานานเท่าไร มิสเตอร์บีสต์ (จิมมี่) บอกว่าตัวเองเหมาซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งร้าน และอาหารในร้านมีพลังงานรวม 4.3 ล้านแคลอรี่ ซึ่งเขาบรรยายว่ามากพอจะเลี้ยงคนได้ทั้งเมือง ตลอดคลิป จิมมี่ไม่ได้นำเสนอแค่การแข่งกิน แต่ยังเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าแข่งขัน ครอบครัวของพวกเขา และการนำอาหารบางส่วนไปแจกให้คนยากไร้ ในตอนท้ายเขาเรียกโครงการนี้ว่าเป็น "การทดสอบทางสังคม"

19 นาทีในการอ่าน

ที่มา: จากเกม "ใครออกจากร้านคนสุดท้าย" สู่เงินรางวัลสี่เท่า

คลิปนี้เป็นภาคต่อ ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คือ ฮวน แจ็คสัน เรย์ฮาน และเอลดิน (เรย์ฮานกับเอลดินเป็นพี่น้องกัน) เคยอยู่ในคลิปก่อนหน้าที่ใช้ชื่อเกมว่า "ใครออกจากร้านคนสุดท้าย" ในคลิปนั้น คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเดินเข้าร้านโดยไม่ทันตั้งตัว และถูกชวนให้แข่งชิงเงิน 250,000 ดอลลาร์ ทั้งสี่เริ่มต้นในฐานะคู่แข่งกัน แต่พอถึงวันที่ 67 ก็ยังไม่มีใครยอมแพ้

จิมมี่จึงเสนอให้ทั้งสี่สู้ต่อไปด้วยกัน และเพิ่มเงินรางวัลเป็นสี่เท่า คือ 1 ล้านดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขข้อเดียว คือเขาจะเติมของให้เต็มร้าน แล้วทั้งสี่ต้องกินทุกอย่างให้หมด ระหว่างที่ทีมงานเติมของ ผู้เข้าแข่งขันต้องรออยู่ในร้านอีก 22 วัน จำนวนวันที่ขึ้นบนจอจึงนับใหม่ตั้งแต่เริ่มภารกิจนี้ แต่เวลาที่พวกเขาอยู่ในร้านจริงมากกว่านั้นมาก ช่วงต้นของคลิปตรงกับวันที่ราว 90 กว่าของการอยู่ในร้าน และเมื่อจบ ทั้งสี่อยู่ในร้านมาแล้วกว่า 200 วัน

กติกา: ทุกแคลอรี่ที่เสีย เงินรางวัลก็หายไปเท่ากัน

จิมมี่อธิบายว่า ถ้าสี่คนนี้กินวันละ 2,000 แคลอรี่ จะต้องใช้เวลาเป็นปีกว่าจะกินอาหารในร้านหมด ส่วนกติกาที่กดดันที่สุดคือ อาหารทุกแคลอรี่ที่เน่าเสียหรือถูกทิ้ง จะถูกหักออกจากเงินรางวัล 1 ดอลลาร์ต่อ 1 แคลอรี่ ถ้าอาหารเสียไปเกือบหนึ่งในสี่ของร้าน เงินรางวัลจะหายไปทั้งหมด นอกจากนี้ห้ามเหยียบหรือข้ามเส้นสีแดงเด็ดขาด

เพื่อกันไม่ให้ใครแอบทิ้งอาหาร ทีมงานมีคนเฝ้ามอนิเตอร์ทุกส่วนของร้านตลอดเวลา แต่ผู้บรรยายเสริมว่าผู้เข้าแข่งขันเองก็จริงจังกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่วันแรกมีบลูเบอร์รี่ราว 80 แคลอรี่ร่วงลงพื้น จิมมี่แซวว่าเท่ากับ 80 ดอลลาร์และบอกให้ทิ้งไป แต่ผู้เข้าแข่งขันตอบว่าไม่เป็นไร ตกพื้นแค่สองสามนาทีก็ยังกินได้

2:54

สัปดาห์แรก: เก็บของสดให้รอด และหาจังหวะการทำงานร่วมกัน

ทั้งสี่เริ่มจากสำรวจและนับของทั้งร้าน เช่น ขนมปัง 105 ก้อน แพร์ 34 กระป๋อง ทูน่า 271 กระป๋อง และซัลซ่า 22 กระป๋อง แล้วตกลงกันว่าต้องจัดการผักผลไม้ก่อน เพราะเป็นของที่จะเสียเร็วที่สุด พวกเขาย้ายผักผลไม้ทั้งหมดออกจากแผงไปใส่ตู้แช่ มื้อแรกเป็นสเต๊กใส่ชีสกับพริกหวานปริมาณมาก แต่จิมมี่เตือนว่าถึงตอนนั้นพวกเขาเพิ่งกินไป 10,000 แคลอรี่จาก 4.3 ล้าน

วันที่สอง แผนชัดขึ้น คือแช่แข็งผักและคั้นผลไม้เป็นน้ำ แจ็คสันคั้นน้ำส้ม เรย์ฮานกับฮวนแช่แข็งดอกกะหล่ำ และพวกเขาย้ายขนมปังเกือบทั้งหมดเข้าตู้แช่ เพราะขนมปังมีแคลอรี่สูงและเสียไม่ได้ ถึงวันที่สาม ผักผลไม้กับขนมปังอยู่ในตู้แช่หมดแล้ว แต่เมื่อจิมมี่ถามว่ากินไปเกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือยัง คำตอบคือยัง

ในวันที่สี่ พวกเขาเลือกจัดการอาหารที่ไม่ชอบก่อน เพื่อเก็บแรงจูงใจไว้ใช้ทีหลัง (มีคนบ่นว่าไม่อยากกินหัวหอมเลย) ผลรวมที่นับได้ตอนนั้นคือกินไปแล้ว 65,941 แคลอรี่ พวกเขาวางกลยุทธ์ว่าต้องออกกำลังกายเผาผลาญให้มากที่สุดเพื่อจะกินได้อีก จิมมี่ต้องการให้พวกเขาแข็งแรงกว่าเดิม จึงเปลี่ยนสินค้าที่ไม่ดีต่อสุขภาพในร้านเป็นของที่ดีกว่า เช่น เอาซีเรียลฟรุตลูปออกแล้วใส่ซีเรียลโปรตีนแทน และจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาฝึกพวกเขาทุกวัน

บทบาทที่ต่างกัน และอาการหมดไฟของเอลดิน

พอถึงวันที่ห้าหกแต่ละคนมีกิจวัตรของตัวเอง ฮวนเริ่มทุกวันด้วยการทักทายแฟนๆ ที่มามุงดูหน้าร้าน แจ็คสันเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำปั่น ส่วนเรย์ฮานรับหน้าที่ทำให้อาหารทั้งหมดอร่อย โดยเล่าว่าเขาอ่านตำราทำอาหารตอนกลางคืน

ผู้บรรยายบอกว่าทั้งกลุ่มทำงานเหมือนเครื่องจักรที่ไหลลื่น ยกเว้นคนเดียว เอลดินบอกว่ารู้สึกเศร้า อยู่ในร้านมานานมาก และการต้องสู้กับ 4.3 ล้านแคลอรี่ทำให้เขาแอบอยากกลับไปแข่งแบบ "ใครออกคนสุดท้าย" เหมือนเดิม ผู้บรรยายเล่าว่าความหดหู่ทำให้เขาเอาแต่นอน ไม่ออกกำลังกาย และหลายครั้งไม่ยอมกินด้วย ในวันที่แปด จิมมี่เข้าไปในร้านเพื่อออกกำลังกายกับทั้งกลุ่มและพยายามกระตุ้นเขา หลังจากนั้นมีคนในทีมพูดว่ารู้สึกแข็งแรงขึ้นและมีความสุขกับชีวิต แม้จะอยากออกไป แต่ยิ่งกินเร็วก็ยิ่งได้ออกเร็ว ครบหนึ่งสัปดาห์ ยังไม่มีอาหารเสียแม้แต่แคลอรี่เดียว จิมมี่ยอมรับว่าพวกเขาทำได้ดีกว่าที่คิดไว้

ความช่วยเหลือจากภายนอกที่ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง

วันที่ 10 จิมมี่กับเพื่อนสวมผ้าปิดตาเข้าไปเข็นรถในร้าน ให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้วตะโกนบอกทางภายในหนึ่งนาที ของทุกอย่างที่อยู่ในรถเข็นจะมีนักเพาะกาย 10 คนมาช่วยกิน จิมมี่บอกว่าถ้าสั่งได้ดีอาจได้ของถึงแสนแคลอรี่ แต่ในทางปฏิบัติ คนที่ปิดตาเดินชนผนัง สับสนว่าขวาของใคร และหยิบของได้น้อย ผู้บรรยายสรุปว่านักเพาะกายไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่หวังไว้

ถึงตอนนั้นผ่านไป 10 วัน พวกเขากินไปสองแสนกว่าแคลอรี่ ส่วนใหญ่มาจากผักผลไม้ที่ใกล้หมดแล้ว แต่ยังไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ของแคลอรี่ทั้งหมดในร้าน และหลายล็อกยังเต็มอยู่

วันที่ 100 ในร้าน: เงินให้ครอบครัว และความผูกพันที่ก่อตัว

วันที่ 11 ของภารกิจตรงกับวันที่ 100 ของการอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต และยังเป็นวันเกิดของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งด้วย จิมมี่นำรถเข็นใส่เงิน 40,000 ดอลลาร์เข้ามา และมอบให้ครอบครัวละ 10,000 ดอลลาร์ เพราะพวกเขาต้องห่างจากครอบครัวมา 100 วัน ผู้เข้าแข่งขันฝากข้อความถึงคนรับเงิน มีคนบอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดภรรยาและชื่นชมว่าเธอเป็นทั้งภรรยาและแม่ที่ดีที่สุด อีกคนบอกให้พ่อแม่ไปเที่ยวกัน

ผู้บรรยายบอกว่าการแยกจากครอบครัวมาอยู่รวมกันนานๆ ทำให้ทั้งสี่กลายเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน มีการทำป้ายวันแม่ให้คนในครอบครัวของกันและกัน และเอลดินเปิด "ร้านตัดผม" หลังร้าน โดยมีฮวนเป็นลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นของเอลดินยังตามหลังคนอื่น เขาบอกว่าถ้าเดินตอนนี้คงอ้วกแน่

12:02

ภารกิจเผาผลาญแคลอรี่เพื่อคนยากไร้ และความเสียหายครั้งแรก

ในวันที่ 20 จิมมี่ประกาศว่าใน 10 วันต่อจากนั้น ทุกแคลอรี่ที่ผู้เข้าแข่งขันเผาผลาญได้ตามที่ฟิทบิทวัด จะถูกนำออกจากร้านไปทำอาหารแจกคนยากไร้ จิมมี่กำชับเทรนเนอร์ชื่อจอห์นให้ดูแลไม่ให้พวกเขาหักโหม และบอกให้ผู้เข้าแข่งขันเชื่อฟังถ้าเทรนเนอร์สั่งให้พัก

ผู้บรรยายเล่าว่าทุกคนตื่นหกโมงเช้ามาออกกำลังหลายชั่วโมง ยกเว้นเอลดินที่ตื่นราวเก้าโมงครึ่งถึงสิบโมง เขาพยายามออกกำลังแต่ไม่ไหว และยอมรับว่ารู้สึกแพ้เพราะทุกคนเผาผลาญได้มากกว่า จอห์นอธิบายว่าคนอื่นออกกำลังมากกว่าเขาวันละสองชั่วโมง ช่วงหนึ่งเขาตามหลังเพื่อนราว 5,000 แคลอรี่ ขณะที่คนอื่นเผาผลาญได้วันละมากกว่า 4,000 แคลอรี่ ผู้บรรยายชี้ว่าคนที่นำอยู่กลับเป็นฮวน ซึ่งอายุมากที่สุด มีคนแซวว่าเขากระโดดมาห้าชั่วโมงแล้ว

ระหว่างนั้นทุกคนยืนยันกับจิมมี่ว่ายังไม่มีอาหารเสียเลย แต่จิมมี่บอกว่าผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยด้านอาหารไม่ได้บอกเขาแบบนั้น ควินน์ ผู้เชี่ยวชาญที่จิมมี่จ้างมา อธิบายว่าผักบางส่วนอยู่ในตู้แช่นานเกินไปและไม่ปลอดภัยที่จะกินแล้ว ผู้เข้าแข่งขันบางคนแย้งว่ายังดูดีอยู่ แต่กะหล่ำดาวบางส่วนดำแล้ว จิมมี่บอกว่าเขาปล่อยให้ใครป่วยไม่ได้ อาหารในรถเข็นรวม 6,614 แคลอรี่ จึงถูกหักเงินรางวัล 6,614 ดอลลาร์ มีเสียงตำหนิกันว่า "นึกว่านายดูเรื่องวันหมดอายุ" แต่ก็มีคนห้ามไว้ว่าเป็นทีมเดียวกัน ไม่ควรโทษกัน มีคนบอกว่าเรื่องนี้ทำให้ขวัญเสียจริงๆ เพราะพยายามรักษาเงินไว้แต่ก็ยังเสียไป

อลิสัน การแจกอาหาร และเรื่องเล่าของผู้อพยพ

เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ วันที่ 26 จิมมี่พาอลิสันเข้ามา อลิสันเป็นผู้เข้าแข่งขันจากอีกคลิปหนึ่งที่ต้องถูกล่ามโซ่ติดกับคนแปลกหน้าเปลี่ยนคนทุกห้าวัน และรอบนี้ต้องล่ามกับฮวน อลิสันช่วยกินได้มาก ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าเธอกินพอๆ กับพวกเขา แต่ก็มีคนยอมรับว่ายังเศร้าที่เสียเงินไปหกพันดอลลาร์ และจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก

วันที่ 30 ผลการเผาผลาญ 10 วันออกมา 201,768 แคลอรี่ ทั้งกลุ่มจึงทำอาหารปริมาณนั้นด้วยการจี่ ทอด ต้ม และแอร์ฟราย ระหว่างทำอาหาร เรย์ฮานเล่าว่าเขากับเอลดินน้องชายมาจากยุโรปในฐานะผู้อพยพ ตอนนั้นไม่ได้มีอาหารกินทันทีและไม่ค่อยมีเงิน การได้ตอบแทนชุมชนที่ให้อะไรพวกเขามามากจึงเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก จิมมี่สรุปว่ามีคนกว่า 300 คนได้กินอาหารจากการบริจาคสองแสนแคลอรี่ครั้งนี้ หลังจากนั้นอลิสันต้องออกจากร้านไปล่ามโซ่กับคนแปลกหน้าคนใหม่ และร้านก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

ความเหนื่อยล้า ความขัดแย้ง และความพยายามหาความสงบ

วันที่ 32 มีช่วงที่ลูกชายของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งขอให้พ่อข้ามเส้นสีแดงมาหา พ่อทำได้แค่บอกว่าเดี๋ยวพ่อก็กลับ และเล่าว่าพอเดินผ่านล็อกสินค้าก็รู้ว่าการได้กลับบ้านยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่เขาชักช้าไม่ได้ เพราะต้องให้ลูกเห็นว่าเขาไม่ยอมแพ้

เรย์ฮานทำอาหารมื้อแล้วมื้อเล่า ทั้งกลุ่มกินวันละสี่มื้อกับน้ำปั่นสี่แก้ว จนมีคนบอกว่าอิ่มจนเหมือนคนท้อง เพื่อนในทีมเล่าว่าเรย์ฮานอยากกลับบ้านมากและกดดันทุกคนมาหลายวัน ผู้บรรยายบอกว่าเรย์ฮานกับทีมมองความคืบหน้าต่างกันสุดขั้ว เรย์ฮานคิดว่ากินวันละ 37,000 แคลอรี่ ใกล้แตะ 40,000 แล้ว และตู้เย็นตู้แช่เริ่มโล่ง แต่คนอื่นมองว่ายังเต็มอยู่และต้องอยู่อีกยาว ความหมกมุ่นของเรย์ฮานทำให้ทีมเกินจะทนไหว จนเกิดปากเสียงกับเอลดินเรื่องมันฝรั่งทอดที่เอลดินไม่ยอมกิน เรย์ฮานพูดว่าถ้าอาหารพวกนั้นหายไป ก็คือหายไปพร้อมเงินรางวัล

ผู้บรรยายบอกว่าเรย์ฮานต้องการอะไรมาช่วยให้ใจสงบ ในวันที่ 36–37 เขาจึงใช้เมล็ดพืชในร้านทำที่ให้อาหารนก เพราะทุกเช้าเขาชอบออกไปนั่งฟังเสียงนกที่ประตูขนของ ซึ่งเขาบอกว่าให้ความรู้สึกเหมือนไปสปา พวกเขาเฝ้ารอเกือบทั้งวัน แต่สุดท้ายไม่มีนกมาเลยสักตัว

21:23

จดหมายของฮวน: บทเรียนที่ไม่เกี่ยวกับการกิน

วันที่ 38 ฮวนเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เรย์ฮาน ฮวนเล่าว่าวันหนึ่งที่แคชเชียร์ เรย์ฮานถามเขาว่าอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ไหม ซึ่งเขาตอบว่าไม่ได้ทั้งสองอย่าง เรย์ฮานจึงหยิบปากกามาให้เขาลองเขียนคำสั้นๆ และให้กำลังใจว่าสะกดผิดก็ไม่ต้องโมโห จากที่เขียนเป็นประโยคไม่ได้ ตอนนี้ฮวนเขียนจดหมายขอบคุณยาวๆ ได้แล้ว เรย์ฮานบอกว่าการได้จดหมายนี้เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และจะเก็บไว้ตลอดชีวิต

ผู้บรรยายตีความว่าช่วงนั้นเรย์ฮานโฟกัสแต่ตัวเองกับครอบครัว แต่จดหมายง่ายๆ ของฮวนช่วยเตือนให้เขากลับมาช่วยเหลือคนอื่น และบางครั้งคนแปลกหน้าก็อาจกลายเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ช่วงเดียวกันจิมมี่เล่าว่าหลังคลิปแรก ผู้ชมถามว่าจะช่วยให้ทั้งสี่ได้เงินเพิ่มได้อย่างไร ทีมงานจึงทำเสื้อสกรีนหน้าผู้เข้าแข่งขัน และแบ่งรายได้ครึ่งหนึ่งจากเสื้อแต่ละตัวให้คนที่อยู่บนเสื้อ

23:59

สนามฟุตบอลจิ๋วและนักฟุตบอลที่มาช่วยกิน

วันที่ 40 จิมมี่นำหญ้ามาปูเป็นสนามอเมริกันฟุตบอลขนาดเล็ก ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้รถเข็นรับลูกที่ขว้างมา เริ่มจากเส้นสิบหลา ทุกสิบหลาที่รับได้ จำนวนนักฟุตบอลที่จะมาช่วยกินในร้าน 24 ชั่วโมงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดถึงสิบคน นักฟุตบอลคนหนึ่งบอกว่าเขากินได้วันละสองหมื่นแคลอรี่ จิมมี่จึงประเมินว่าถ้าได้ครบสิบคน พวกเขาอาจได้กลับบ้านเร็วขึ้นหนึ่งสัปดาห์

ฮวนบอกว่าไม่เคยเล่นอเมริกันฟุตบอลตอนเด็กเลย แต่ทีมได้นักฟุตบอลเพิ่มทีละคน มีรอบที่เอลดินรับพลาด ต่อมาควอเตอร์แบ็กทีม ECU ชื่อมิทช์มาขว้างให้ และในรอบที่ไกลที่สุดก็รับได้ ทีมได้นักฟุตบอลมาเจ็ดคน พวกเขาเลือกคนที่ตัวใหญ่และหิวที่สุดในทีม แต่ผู้บรรยายเล่าว่าการกินหลายพันแคลอรี่ให้เร็วที่สุดทำให้นักฟุตบอลง่วงมาก และเมื่อครบ 24 ชั่วโมง โค้ชก็ต้องมาตามตัวกลับ

หลังจากนั้นจิมมี่ต้องพาฮวนออกทางหลังร้านไปถ่ายเกมล่ามโซ่คนแปลกหน้าให้จบ ทีมได้แต่นั่งดูเขาแข่ง (จิมมี่ไม่บอกผล) เมื่อฮวนกลับมา คนในทีมบอกว่าเหมือนได้พลังงานบวกก้อนใหญ่ และพวกเขากลับไปเร่งกินได้เหมือนเดิม จนซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มดูโล่ง

30:27

ครอบครัวมาเยี่ยม 24 ชั่วโมง และอาการบาดเจ็บของฮวน

วันที่ 50 ครอบครัวของทั้งสี่มาอยู่ในร้าน 24 ชั่วโมงหลังจากไม่ได้เจอกันหลายเดือน และต้องช่วยกินด้วย คือกินอาหารทุกชั่วโมงและดื่มน้ำปั่นชั่วโมงละแก้ว ภรรยาของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งทำอาหารที่เขาบอกว่าอาจอร่อยที่สุดในรอบสี่เดือน ผู้บรรยายระบุว่าถึงตอนนั้นครอบครัวช่วยลดปริมาณอาหารได้มากกว่ากลุ่มไหนๆ และสรุปว่าคนที่รักเราจริงจะพร้อมช่วยเราเสมอ หลังครอบครัวกลับไป ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งเล่าว่าฝันเห็นครอบครัวบ่อย ยังได้ยินเสียงลูกเรียก "พ่อ" และบอกว่าเขาเข้ามาที่นี่ 140 วันแล้ว และจะไม่ออกจนกว่าจะทำให้ครอบครัวภูมิใจและเอาเงินล้านกลับบ้านได้

ทั้งกลุ่มออกกำลังหนักขึ้นตามแผน "เบิร์นเยอะเพื่อกินเยอะ" แต่ผู้บรรยายเตือนว่ามีคนหนึ่งที่อาจทุ่มเทมากเกินไป ฮวนเจ็บข้อเท้า เท้าบวม เพื่อนบอกให้ประคบน้ำแข็งและพักแต่เขาไม่ฟัง อาการจึงแย่ลง จนมีคนบรรยายว่าเท้าบวมเป็นสับปะรด เทรนเนอร์ห้ามเขาวิ่งบนลู่ เขาต้องใช้ไม้ค้ำแต่ก็ยังเดินไปมาไม่หยุด เพื่อนๆ จึงเข็นเขาไปมาในรถเข็นสินค้าและเล่นเกมไฟแดงไฟเขียวกัน แจ็คสันบอกว่าคนที่เจอในนี้กลายเป็นเพื่อนแท้ เขาได้ "ลุงฮวน" มาหนึ่งคน และได้เรย์ฮานกับเอลดินเป็นพี่น้อง

ช่วงเดียวกัน ประตูขนของที่เป็นมุมโปรดของพวกเขาถูกล็อกโดยไม่รู้สาเหตุ และการตัดขาดจากโลกภายนอกเริ่มส่งผล ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าอยากได้แสงแดด จิมมี่จึงเปิดเผยว่าเขาย้ายเส้นสีแดงออกไปข้างนอก และจัดลานนอกชานพร้อมเตาย่างให้ ทั้งกลุ่มให้คะแนน 20 เต็ม 20 แต่จิมมี่ทิ้งท้ายว่าวันที่ 60 อาจเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดเท่าที่เคยทำมา

วันต่อมาเพื่อนๆ ทำ "ปฏิบัติการรักษาฮวน" โดยให้เขานั่งฝึกภาษาอังกฤษ ซึ่งพวกเขาบอกว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ฮวนยอมนั่งเฉยๆ ทำน้ำปั่นให้ และทำสระน้ำให้แช่เท้า ฮวนกลับมาเดินได้ตามปกติ และบอกว่าไม่ว่าจะเจออะไรก็จะลอง เพราะไม่อยากยอมแพ้

34:18

ลู่วิ่งทองคำ: 160 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมง

วันที่ 60 จิมมี่เผยโฉม "ลู่วิ่งทองคำ" ตอนนั้นในร้านเหลืออาหาร 2.4 ล้านแคลอรี่ เมื่อเริ่มนับถอยหลัง 24 ชั่วโมง ตัวเลขนี้จะลดลงเรื่อยๆ ถ้าทีมวิ่งครบ 160 กิโลเมตรภายในเวลา แคลอรี่ที่เหลือบนเครื่องวัด ณ ตอนนั้นจะถูกนำออกไปแจกคนยากไร้ ยิ่งวิ่งเร็ว ตัวเลขที่เหลือก็ยิ่งมาก แต่ถ้าวิ่งไม่ถึง 160 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมง จะไม่มีการนำอาหารออกไปเลยสักแคลอรี่

ฮวนเริ่มก่อนด้วยความเร็วระดับเจ็ด ทีมตกลงกันว่าจะผลัดกันวิ่งคนละกิโลครึ่ง ส่วนคนที่พักก็มีจุดเติมพลังที่มีน้ำและขนม จอห์นประเมินว่าวิ่งสักสองกิโลก็พอได้ แต่ระยะนี้เท่ากับมาราธอนสี่รอบ พวกเขาต้องหมดแรงแน่ และน่าจะเริ่มเห็นความเร็วลดลงเมื่อถึง "สองโลครึ่ง" ผู้บรรยายบอกว่าผลออกมาเกือบตรงกับที่จอห์นคาดไว้ ราวครึ่งทาง ความเหนื่อยล้าเริ่มมีผลและความเร็วลดลง ฮวนเจ็บเข่า และบอกว่าไม่เคยวิ่งมากขนาดนี้ในชีวิต เพราะเพิ่งวิ่งได้หนึ่งกิโลแรกไม่กี่วันก่อน มีคนเป็นตะคริว ผู้บรรยายเตือนว่าถ้ารักษาความเร็วไม่ได้ ตัวเลขอาจลดถึงศูนย์ และพวกเขาจะวิ่งแทบตายโดยไม่ได้อะไรเลย ในช่วงนี้คลิปตัดสลับกับเสียงครอบครัวที่ให้กำลังใจ เช่น ลูกที่บอกว่าภูมิใจในตัวพ่อ และผู้เข้าแข่งขันที่บอกว่ากำลังเข้าใกล้การได้กลับไปหาเคซีย์ คนรัก

ในกิโลสุดท้ายมีหมอนวดมาช่วย และทีมก็ทำสำเร็จ จิมมี่บอกว่าก่อนหน้านี้เคยให้ทีมที่แข็งแรงด้านกีฬากว่าลองทดสอบ ได้ตัวเลขราว 350,000 แคลอรี่ แต่ทีมนี้ผ่านไปได้ด้วยตัวเลขราว 600,000 แคลอรี่ อาหารหกแสนแคลอรี่จึงถูกนำออกไปแจก ผู้เข้าแข่งขันประเมินว่าปริมาณนี้ถ้ากินเองคงใช้อย่างน้อยสองเดือน และดีใจที่ทั้งคนอื่นได้กินและตัวเองก็ได้เข้าใกล้เส้นชัยเร็วขึ้น

39:24

แขกรับเชิญ วันชาติที่พลาดไป และธรรมเนียมฟุตบอลของฮวน

วันที่ 64 จิมกับโมนิก้า เพื่อนของจิมมี่จากอีกคลิปที่แข่งชิงรถแลมบอร์กินี ขับรถเข้ามาในร้าน และออกไปไม่ได้จนกว่าจะกินอย่างน้อย 10,000 แคลอรี่ ระหว่างที่คนอื่นทำอาหารและน้ำปั่นราว 5,000 แคลอรี่ให้สองคนนี้ เอลดินก็ขับแลมโบซิ่งในร้าน หลังจากกินครบ จิมกับโมนิก้าก็กลับออกไป ผู้บรรยายบอกว่าเรื่องนี้ย้ำเตือนทั้งสี่ว่าชีวิตนอกร้านยังคงดำเนินไป

สำหรับฮวน เรื่องนี้หนักเป็นพิเศษ เขาเล่าว่าในประเทศที่เขาเกิด พวกเขาจะเตะฟุตบอลกันทุกวันที่ 4 กรกฎาคม และเมื่อวานเป็นครั้งแรกที่เขาพลาด หลังจากทำมา 25 ปี ผู้บรรยายเล่าว่าหลังแข่งมากว่า 150 วัน ฮวนเริ่มรู้ตัวว่าพลาดอะไรไปมากแค่ไหน เขาแยกตัวไปอยู่คนเดียวสองสามวันและไม่กินอะไรเลย วันที่ 70 จิมมี่จึงพาทีมฟุตบอลของฮวนมาหาเขา เพื่อนและครอบครัวของฮวนอยู่กินตลอดทั้งเย็น ช่วยกินไปได้ 55,000 แคลอรี่ ฮวนขอบคุณที่จิมมี่ให้เพื่อนจากประเทศที่เขาเกิดได้มาที่นี่ แต่ผู้บรรยายเตือนว่าหนทางยังอีกยาว

ช่วงวันที่ 71–77 พวกเขาเริ่มต้องกินของที่ไม่อยากกินจริงๆ เช่น น้ำหัวหอมที่มีคนบรรยายว่ากลิ่นเหมือนห้องล็อกเกอร์ยิม และน้ำปั่นผงโปรตีนฟักทองผสมเค้กข้าวกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ซึ่งจิมมี่มาชิมและแบ่งให้ทีมตากล้องด้วย ผลคือรสชาติไม่แย่อย่างที่คิด

43:25

แข่งกินถั่วกับโจอี้ เชสนัท เพื่อชิงรถ

ระหว่างคุยเรื่องรถในฝัน แจ็คสันบอกว่าอยากได้รถกระบะไว้ทำงาน อีกคนอยากได้รถสปอร์ต ส่วนเรย์ฮานอยากมีลูกอีกจึงอยากได้รถเอสยูวี วันที่ 80 จิมมี่นำรถเหล่านั้นเข้ามาในร้าน แต่ถ้าอยากได้ ต้องสู้กับโจอี้ เชสนัท ที่จิมมี่แนะนำว่าเป็นนักแข่งกินอันดับหนึ่ง

กติกาคือฝั่งผู้เข้าแข่งขันห้าคน (รวมจิมมี่) ต้องกินถั่ว 8 ปอนด์ แข่งกับโจอี้คนเดียวที่ต้องกิน 16 ปอนด์ ถ้าโจอี้กินหมดก่อนขณะที่ฝั่งนี้ยังเหลือแม้แต่เม็ดเดียว ฝั่งนี้แพ้ จิมมี่บอกว่าสถิติโลกคือถั่ว 7.25 กิโลกรัม ระหว่างแข่งจิมมี่กินช้าจนเพื่อนต้องเข้ามาช่วย สุดท้ายฝั่งผู้เข้าแข่งขันชนะ ผู้บรรยายบอกว่าโจอี้ไม่ได้เสียใจกับการแพ้ครั้งนี้ เพราะเขาเพิ่งทำสถิติโลกได้อีกครั้ง ทั้งสี่ได้รถใหม่คนละคัน และถึงตอนนั้นอาหารในร้านเหลือไม่ถึงหนึ่งล้านแคลอรี่อย่างเป็นทางการ หรือเท่ากับกินไปแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์ ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าภรรยาอยากได้รถอยู่พอดี

หลังจากนั้นมีฉากสนุกๆ ตำรวจไล่จับรถซิลเวอราโดทะเบียน "ฮวน" แล้วตรวจเจอคุกกี้ 15 ชิ้นกับครีม และพาผู้เข้าแข่งขันไป "เรือนจำ" หลังเอลดินออกจากคุก ทั้งกลุ่มรื้อชั้นวางของเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้รถ จนร้านเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ ผู้บรรยายมองว่ารถไม่ได้มีไว้เล่นสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องย้ำว่าทั้งสี่กลายเป็นทีมที่ต้องพึ่งกันมากแค่ไหน แต่ละคนพูดถึงกันว่า ฮวนคอยเก็บกวาดตลอด ถ้าไม่มีเขาที่นี่คงเละ แจ็คเป็นไอดอลที่ยิม และเอลดินทำให้ทุกคนหัวเราะได้เสมอ

วันที่ 100: ผู้เข้าแข่งขันคลิปแรกกลับมาช่วย

วันที่ 100 ของภารกิจ จิมมี่พาผู้เข้าแข่งขันจากคลิปซูเปอร์มาร์เก็ตคลิปแรก ที่เข้ามาเมื่อ 189 วันก่อน กลับมาช่วยกินหนึ่งชั่วโมง ผู้มาเยือนชี้จุดที่เคยอยู่ เช่น "ป้อมฟรีซซี่" ที่ตอนนี้กลายเป็นยิมไปแล้ว มีคนนำหม้อกับกระทะมาให้ฮวน ทั้งสองกลุ่มกินข้าวด้วยกันเหมือนสมัยแข่งคลิปแรก และทักกันว่าทั้งสี่ดูเหมือนเข้าฟิตเนสมา ผู้เข้าแข่งขันบอกว่าอยู่มาหกเดือนแล้ว เหนื่อยแล้ว และอยากกลับบ้านเร็วที่สุด จิมมี่ย้ำว่าจริงๆ แล้วพวกเขาอยู่ในร้านมา 190 วัน ไม่ใช่ 100 วัน เพราะต้องรอ 22 วันระหว่างเติมของ

ช่วงวันที่ 188–191 คือช่วงเก็บกวาดของที่เหลือ เป็นวันสุดท้ายของเครื่องปั่น ต้องกินไข่แช่แข็งและกุ้งที่เหลือ (มีคนบอกว่าไม่ชอบกุ้งเลย) แล้วก็ถึงมื้อสเต๊ก ซึ่งเมื่อสี่เดือนก่อนพวกเขาเคยพูดกันว่า ถ้าได้กินสเต๊กเมื่อไหร่ก็รู้เลยว่าชนะแน่

การขอแต่งงาน และรางวัลจากข้อมูลสุขภาพ

ระหว่างฉลองการเห็นเส้นชัย แจ็คสันเล่าว่าหลังคิดทบทวนมานาน เขาตัดสินใจจะขอแฟนแต่งงาน แต่ต้องขออนุญาตพ่อแม่ของแฟนก่อน และประหม่ามากจนผัดไปเรื่อยๆ จิมมี่จึงเข้ามากระตุ้นและให้เขาคุยกับพ่อแม่ของแฟน แจ็คสันบอกว่าพวกเขาเลี้ยงลูกสาวมาอย่างดี เธอมีความหมายกับเขามาก และขออนุญาตแต่งงาน ซึ่งได้รับคำตอบว่า "ได้" ทันที จิมมี่ให้คนนำแหวนเข้ามา แจ็คสันเลือกแหวนทรงวงรี เพราะแฟนชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร จิมมี่ยังถามฮวนว่าสวมแหวนอยู่ไหม เมื่อฮวนบอกว่าไม่มี จิมมี่จึงให้เขาเลือกแหวนให้ภรรยาด้วย

จิมมี่ยังประกาศผลรางวัลจากข้อมูลฟิทบิทที่ทั้งสี่สวมมา 110 วันและยินยอมแชร์ข้อมูล รางวัลเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุดเป็นของแจ็คสัน 451,299 แคลอรี่ นอนมากที่สุดเป็นของเอลดิน 1,054 ชั่วโมง 4 นาที ทำอาหารมากที่สุดเป็นของเรย์ฮาน 2,011,555 แคลอรี่ และเดินมากที่สุดเป็นของฮวน 2,735,000 ก้าว จิมมี่ยังมอบสิทธิ์ใช้บริการ Google Health Premium ตลอดชีพพร้อมโค้ชส่วนตัว เพื่อให้นำสิ่งที่ได้ในร้านไปใช้ในชีวิตจริง

มื้อสุดท้าย พิธีปาทิชชู่ และการกลับบ้าน

เมื่ออาหารเหลือไม่ถึง 50,000 แคลอรี่และเหลือเวลาอีกสองวัน จิมมี่สรุปว่าทั้งสี่กินไป 4.3 ล้านแคลอรี่ และเสียเงินไปจากอาหารที่เสียเพียง 6,614 ดอลลาร์ เมื่อรู้ว่าเหลืออาหารแค่วันเดียว เรย์ฮานเตรียมมื้อสุดท้ายเป็นขนมปัง โดยบอกว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่แม่เคยทำให้คือการสอนเขาทำขนมปัง เขายังเก็บม้วนทิชชู่ไว้สำหรับวันนี้ ทุกคนปาทิชชู่กันอีกครั้ง ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่าครั้งสุดท้ายที่ทำแบบนี้พวกเขานึกว่าจะได้กลับบ้าน ผู้บรรยายอธิบายว่ามองเผินๆ อาจดูเหมือนทำเพราะเบื่อ แต่ที่จริงเป็นการแสดงความเคารพ และรื้อฟื้นความทรงจำว่าพวกเขาเริ่มจากไหนและผ่านอะไรมาบ้าง

ในคืนสุดท้าย ทั้งสี่คุยกันว่าไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ก้าวออกไปจะรู้สึกอย่างไร มีคนบอกว่าถ้าต้องอยู่กับคนอื่นอาจอยู่ไม่ได้ เพราะเข้ามาโดยไม่รู้จักกันเลย แต่ตอนนี้เป็นเพื่อนซี้กันตลอดไป วันรุ่งขึ้นมีแฟนๆ หลายร้อยคนยืนรอกลางสายฝนเพื่อดูมื้อสุดท้าย ตอนนั้นร้านเหลือ 3,882 แคลอรี่ ผู้บรรยายสรุปว่า 202 วันก่อน ชายสี่คนนี้เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหาร และหลังเอาชนะคนกว่า 90 คน มื้อสุดท้ายก็อยู่ตรงหน้า ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบอกว่ามองไปที่ลูกๆ แล้วพยายามยัดคำสุดท้ายเข้าไปให้หมด

เมื่อกินคำสุดท้ายหมด จิมมี่ประกาศว่าพวกเขาเพิ่งได้เงินหนึ่งล้านดอลลาร์ ฮวนมอบแหวนให้ภรรยา พร้อมเล่าว่าเคยต้องเอาแหวนของเธอไปคืนเพราะตอนนั้นไม่มีเงิน แต่ตอนนี้เขามีแหวนมาให้แล้ว ส่วนแจ็คสันขอเคซีย์แต่งงาน โดยบอกว่าทั้งคู่โตมาด้วยกันและย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวที่ต้องทำ และเธอก็ตอบตกลง

จิมมี่ปิดคลิปด้วยการเล่าว่า 200 วันก่อน เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เรียกว่าการทดสอบทางสังคมที่บ้าที่สุด เพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่ไม่รู้จักกันพยายามอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตให้นานกว่าคนอื่น และทั้งสี่ก็อยู่ต่อ แล้วเลือกที่จะกินเพื่อออกไปด้วยกัน