ความรู้หรือทรัพยากร: เมื่อ MrBeast ปล่อยคน 100 คนไว้กลางป่าเพื่อชิงเงิน 250,000 ดอลลาร์

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้ตั้งคำถามว่า ในการเอาตัวรอดกลางป่า อะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างความรู้และประสบการณ์ กับอุปกรณ์และทรัพยากร MrBeast แบ่งผู้เข้าแข่งขัน 100 คนเป็นสองทีม ทีมละ 50 คน ทีมเสื้อสีน้ำเงินเป็นนักเอาตัวรอดตัวจริง ส่วนทีมสีแดงเป็นมือใหม่ที่เขาบอกว่า "อาจไม่รอดในป่า" เมื่อความช่วยเหลือมาถึง ทีมที่เหลือคนมากกว่าจะได้เงิน 250,000 ดอลลาร์ไปแบ่งกัน การแข่งขันกินเวลา 20 วัน และตลอดทางคลิปแสดงให้เห็นว่าคำตอบซับซ้อนกว่าการแข่งกันระหว่างสกิลกับของ

15 นาทีในการอ่าน

จุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน

ตอนเปิดตัวทีมน้ำเงิน MrBeast ถามว่าเคยอยู่ในป่านานที่สุดกี่วัน สมาชิกคนหนึ่งตอบว่าสามเดือน และอยู่เพื่อความสนุก ส่วนทีมแดง เขาถามว่ามีกี่คนที่เคยตั้งแคมป์ และกี่คนที่คิดว่าจะอยู่ในป่าได้หนึ่งเดือน ปฏิกิริยาของทีมแดงทำให้เขาแซวว่า "ฝั่งนั้นเละแล้วล่ะ"

MrBeast คิดว่าทีมน้ำเงินน่าจะได้เปรียบ จึงบอกกติกาชาเลนจ์ให้ทีมแดงรู้ล่วงหน้า และพาไปซื้อของเอาตัวรอด ทีมแดงซื้อเชือก ผ้าใบ น้ำแพ็ค 24 ขวด และคนหนึ่งตรงไปหยิบไฟแช็กเป็นอย่างแรก ส่วนทีมน้ำเงินรู้แค่ว่าจะได้มาแข่งในคลิปของ MrBeast จึงต้องเดาเอง สมาชิกคนหนึ่งเตรียมของมาสำหรับทุกสภาพอากาศ อีกคนนึกว่าจะถูกพาไปอลาสก้า

วิธีสร้างที่พักของสองทีมต่างกันตั้งแต่วันแรก ทีมน้ำเงินสร้างที่พักง่ายๆ จากวัสดุธรรมชาติ และเน้นชั้นฉนวนที่ดี คนที่นำการสร้างบอกว่าฝึกสกิลนี้มาประมาณสิบปี แต่ต้องใช้คนราวสิบคนช่วยเก็บวัสดุ ฝั่งทีมแดงได้เต็นท์เด็กมาหลังหนึ่ง สมาชิกคนหนึ่งบอกว่าโชคดีที่ตัวเองสูงแค่ประมาณ 165 ถึงอย่างนั้นทีมแดงก็มั่นใจว่าจะชนะ และบอกว่า "ถึงเขาจะเป็นโปร เราก็โปรในแบบเรา" คนหนึ่งจุดไฟติดแล้วบอกว่าแค่ทำตามที่เห็นในหนัง

คืนแรก: ทรัพยากรชนะความรู้

คืนแรกทำให้เห็นชัดว่าของที่ทีมแดงมีช่วยให้พวกเขาสบายกว่ามาก ทีมน้ำเงินแทบนอนไม่ได้เพราะอุณหภูมิลดลงแรง สมาชิกบ่นว่าเหนื่อย ขาดน้ำ พื้นเย็น ทุกอย่างเปียก

ทางออกจากเกมมีทางเดียว คือจุดแฟลร์แล้วรอคนมารับ คนแรกออกในวันที่สอง และคนที่ตามมาเป็นชายอายุ 66 ปีที่ผ่าตัดเปลี่ยนเข่ามาแล้วและบอกว่าไม่ไหวจริงๆ MrBeast บอกว่าน่าตกใจที่สองคนแรกที่ออกเป็นทีมโปรฝั่งน้ำเงิน ในเวลาเดียวกันทีมแดงตื่นมาเจอแดดสวย และพูดว่าดีเหมือนกันที่ได้พักจากโลกข้างนอก

ที่พักของทีมโปรเริ่มได้ผล

ทีมน้ำเงินรู้ว่าต้องรีบแก้ที่พัก ไม่อย่างนั้นคนจะออกเพิ่ม คนที่สอนอธิบายว่าที่พักแบบนี้ไม่ใช่แค่เอาไม้มากองกัน ต้องโปะใบไม้ให้หนาประมาณหนึ่งฟุต เวลาฝนตกใบไม้จะกันน้ำให้คนข้างในแห้ง ทีมแดงก็เริ่มทำหลังคาเพื่อกันฝนและกันอาหารให้แห้ง แต่ยอมรับว่าเป็นวิธีเดียวที่นึกออก เมื่อ MrBeast เห็นที่พักของทีมน้ำเงิน คนจากทีมแดงถึงกับบอกว่าจะเอาไปเป็นตัวอย่างในรอบหน้า

ผู้บรรยายเปรียบเทียบว่าทีมโปรใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด ขณะที่ทีมมือใหม่ใช้ของไม่คิด และยังฝืนทำงานจนหมดแรง ซึ่งเขามองว่าแบบนี้อยู่ไม่รอดแน่ วันที่สาม ทีมน้ำเงินบอกว่านอนหลับสบายเพราะที่พักอุ่น และพูดว่า "ทีมแดงอาจมีเต็นท์ มีถุงนอน แต่เรามีนี่" สมาชิกคนหนึ่งบอกว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยแต่ก็สนุกมาก

ความหิวและคลังอาหารส่วนกลาง

ปัญหาใหญ่ของทีมแดงคือความหิว พวกเขากินขนมที่ซื้อมาหมดภายในสองวันแรก คนหนึ่งบอกว่าขนมอยู่ได้แค่ 45 นาที วันที่สี่ทีมแดงวิทยุแจ้งว่าอาหารหมดแล้ว

ฝั่งทีมน้ำเงิน เซธเปิด "คลาสหาอาหาร" ผู้บรรยายบอกว่าด้วยความรู้ของเซธ ป่ากลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต เจออะไรก็เด็ดกินได้ระหว่างทาง เซธยังทำกับดักปลาจากไม้ไปวางในแม่น้ำใกล้ๆ ทีมแดงลองใช้อุปกรณ์ตกปลา แต่ได้แค่ขยะ

MrBeast เตรียมแผนไว้แล้ว เขาซ่อนอาหารอย่างบีทรูทและแอปเปิลไว้ทั่วป่า ในปริมาณขั้นต่ำที่พอให้รอดถ้าบริหารดีๆ ทั้งสองทีมจึงตั้งคลังอาหารส่วนกลางเพื่อแบ่งกัน ทีมแดงคนหนึ่งบอกว่าน่าจะรอดไปอีกสักพัก ขอแค่ทำงานเป็นทีมและไม่หักหลังกันเอง

ทีมน้ำเงินเริ่มแตกจากข้างใน

ความขัดแย้งกลับปะทุในทีมโปร จูเลียวางแผนซ่อนอาหารบางส่วน เพราะไม่อยากให้คนอีกกลุ่มในทีมคุมของ เธอบอกว่าคนกลุ่มนั้นจะกินแบบไม่คิด แล้วสุดท้ายจะไม่เหลืออะไรให้คน "ที่พร้อมจะอดเป็นอาทิตย์" ทีมโปรยังใช้ของทำอาหารมื้อใหญ่ และมีการเถียงกันว่าไม่ใช่ทุกคนจะพอใจได้

แรนดี้สงสัยเรื่องอาหาร และพบมันฝรั่งซ่อนอยู่ในเพิงของเพื่อนร่วมทีมที่ออกไปแล้ว เขาบอกว่าคนพวกนั้นไม่ได้ช่วยทีมเลย จึงดีใจที่ออกไป แต่อีกมุมหนึ่งทีมต้องมีคนอยู่ให้มากเพื่อชนะ ตอนนั้นทีมเสียไปห้าคนแล้ว แรนดี้ปลุกใจว่าพรุ่งนี้ห้ามใครออก แต่คนก็ยังออกต่อ สมาชิกคนหนึ่งบอกว่าไม่เคยอยู่ในเกมที่ไว้ใจเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ขนาดนี้

การทะเลาะเรื่องอาหารยังดำเนินต่อ มีคนโต้ว่าไม่มีใครมีสิทธิ์ตัดสินว่าคนอื่นกินอะไร ในเมื่อมี 11 คนก็ควรได้แอปเปิลคนละลูก คนที่ตัดสินใจออกสรุปว่าทีมนี้คือนักเอาตัวรอด 50 คน หรือพูดง่ายๆ คือ "พวกชอบควบคุม" ที่ทุกคนอยากเป็นหัวหน้า ถึงวันที่ห้า ทีมโปรเสียไปแล้วเก้าคน ผู้บรรยายสรุปว่าพวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้

ทีมแดง: แบ่งกันอย่างเป็นระบบ แต่ความหิวยังเล่นงาน

ผู้บรรยายบอกว่ากลยุทธ์ที่ทีมแดงรวมตัวกันและแบ่งทรัพยากรอย่างเป็นระบบช่วยให้พวกเขารอด ทุกคนได้แอปเปิลคนละลูก คนหนึ่งบอกว่าปกติกินไข่หกฟองตอนเช้า ตอนนี้ได้แอปเปิลลูกเดียว แต่ยอมเพื่อเงิน ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่รับได้ หลายคนบ่นว่าพลังงานต่ำ ปวดหัว และเริ่มพูดถึงบุฟเฟต์ Waffle House ความหิวทำให้ทีมแดงเสียหกคนแรก

เมื่อ MrBeast ถามว่าอะไรยากที่สุด ทีมแดงตอบว่าอาหาร แดด แมลง หรือแทบทุกอย่าง คนหนึ่งบอกว่าสร้างที่พักเหมือนคฤหาสน์ อยู่กันสี่คน และนอนดีขึ้นเรื่อยๆ แต่คิดว่าเพราะชินมากกว่า เมื่อถามว่าที่พักเทียบกับทีมโปรเป็นอย่างไร เขาตอบว่าดีกว่า "เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์" และเมื่อถูกถามว่าไม่กลัวน้ำไหลลงมาตอนฝนตกหรือ อีกคนยอมรับว่าตัวเอง "คิดบวกแบบหลอกตัวเองสุดๆ" สมาชิกทีมแดงคนหนึ่งคาดว่าทีมโปรน่าจะกลับบ้านไปเยอะแล้ว เพราะถ้าทุกคนเป็นโปรก็คงเถียงกัน เนื่องจากแต่ละคนคิดว่าวิธีของตัวเองดีที่สุด ผู้บรรยายบอกว่าเธอพูดไม่ผิดเลย

ทีมน้ำเงินตัดสินใจเข้มงวดขึ้น บางวันไม่กินเลยเพราะอาหารไม่พอสำหรับ 50 คน คนหนึ่งบอกว่า "นี่ไม่ใช่ความสบาย นี่คือการเอาตัวรอด" แต่คนยังทยอยออกจากทั้งสองทีม บริตทานี เชฟของทีมแดง ลองทำอาหารเช้า แต่รีวิวออกมาว่าห่วย มีคนบอกว่าคลื่นไส้และอยากกลับบ้าน ทีมน้ำเงินพยายามผ่อนคลายด้วยการตีกลอง แต่ก็ยังทะเลาะกันเรื่องเล็กอย่างการเช็ดโต๊ะก่อนทำอาหาร คนที่เดินหนีออกไปยอมรับว่าการอยู่เป็นทีมยากสำหรับตัวเอง และตัวเองดื้อ สุดท้ายมีคนออกเพิ่ม ส่วนทีมแดงผลไม้หมด ไม่มีอาหารเช้า และเสียไปอีกสองคน MrBeast บอกว่าผู้เข้าแข่งขันไม่รู้ว่าอีกทีมเหลือกี่คน และผู้ชมก็จะไม่รู้จนจบคลิป

ชาเลนจ์อาหารกระป๋อง 50 กระป๋อง

วันที่เจ็ด MrBeast ขับรถมาโยนถุงให้ทั้งสองทีม ในถุงมีอาหารกระป๋อง 50 กระป๋อง กติกาคือทีมที่คืนกระป๋องที่ยังไม่เปิดได้มากที่สุดภายใน 72 ชั่วโมงจะชนะรางวัล แต่ถ้าเสมอกันจะไม่มีใครได้อะไร

ทีมแดงบางคนอยากกินให้หมด แต่มีคนแย้งว่าอีกทีมจะคิดว่าพวกเขาหิวจัดและต้องเปิดกินแน่ จึงตัดสินใจฝังทั้งถุงและตั้งกฎว่าห้ามใครแตะ ทีมน้ำเงินก็เลือกไม่แตะ โดยให้เหตุผลว่ามีเสบียงพออยู่ 72 ชั่วโมง พวกเขาเอากระป๋องไปซ่อนในป่าโดยให้รู้แค่บางคน ทั้งที่มีคนขอกระป๋องหนึ่งก็ถูกปฏิเสธ สมาชิกคนหนึ่งคาดว่าถ้าคนในทีมรู้ว่าเปิดกระป๋องไม่ได้ จะต้องมีคนออกอีก

วันที่แปด สภาพสองทีมต่างกัน ทีมแดงเจอเตาถ่านเก่าในป่า ผู้บรรยายบอกว่าอาหารเพียงเล็กน้อยกับอากาศที่ดีขึ้นช่วยกำลังใจได้มาก ทีมน้ำเงินเจอผื่นพิษไม้ลาม กับดักยังไม่ได้อะไร คนหนึ่งบอกว่าหิวจนจะกินยาสีฟัน อีกคนเล่าว่าเกือบเหยียบงูตอนลงไปหากุ้ง

พายุที่เปลี่ยนเกม

ปลายวันพายุเข้าแรงมาก ถึงขั้นอาจเป็นทอร์นาโด ผู้เข้าแข่งขันรายงานว่าอุณหภูมิลดลง 15 องศาในสิบนาที ลมแรงจนที่พักเหมือนจะพัง ทีมน้ำเงินเบียดกันในที่พัก และคนหนึ่งมั่นใจว่าทีมแดงรับมือไม่ได้ดีเท่า ฝั่งทีมแดง เต็นท์ปลิวและพัง จนต้องอพยพไปหลบที่เครื่องบินในพื้นที่ถ่ายทำ สมาชิกทีมแดงคนหนึ่งบอกว่าต้องเตือนตัวเองตลอดว่ากำลังอยู่ในคลิป MrBeast ที่แข่งเพื่อเงินก้อนใหญ่ ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้

เช้าวันต่อมาเป็นคืนที่หนาวที่สุด มีน้ำแข็งเกาะใบไม้ ต้นไม้ และเก้าอี้เครื่องบิน กองไฟของทีมแดงถูกน้ำท่วม ผู้บรรยายบอกว่าฝนทำให้ทีมแดงเสียไปอีกหกคน ส่วนทีมน้ำเงินเสียไปอีกสองคน

เมื่อครบกำหนด MrBeast มาเก็บกระป๋อง ทีมน้ำเงินคืนมาครบ 50 กระป๋อง คนถือบอกว่าทำหล่นไปสองกระป๋องแต่ก็ยังครบ 50 ทีมแดงก็คืนมาครบ 50 เท่ากัน จึงไม่มีใครได้รางวัล ทีมน้ำเงินดูรับได้ แต่ทีมแดงเดือดกับผล หลังประกาศผลมีคนยิงแฟลร์ทันทีสามคน รวมแล้วเป็นห้าคน คนหนึ่งบอกว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่บอกว่าต้องกลับแล้ว ฝั่งทีมน้ำเงิน กำลังใจก็ดิ่งลงทันทีเพราะสุดท้ายไม่ได้กินอะไรเลย และคืนนั้นเสียไปสามคน

การจากไปของเซธ และเงินรางวัลที่ต่อหัวสูงขึ้น

ทีมน้ำเงินพูดถึงการอดนอนและความหิวว่าเป็นของจริง เซธพยายามให้กำลังใจ แต่มีคนตอบกลับอย่างหยาบๆ ว่ายอมโดนเตะดีกว่าฟังเรื่องแบบนี้ มีคนบอกว่ามีภรรยากับลูกที่ต้องกลับไปหา สุดท้ายเซธประกาศออกเอง เขาบอกว่าสอนทุกคนสร้างที่พักให้ทนสภาพอากาศ และพยายามปูทางให้ทุกคนรอด เขาเชื่อว่าทีมน้ำเงินจะชนะ แต่ต้องกลับไปดูแลธุรกิจ และไม่มีความสุขที่ต้องออก สมาชิกคนอื่นเรียกเขาว่า "สุดยอดนักเอาตัวรอดจริงๆ"

คนที่ยังอยู่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายผอมลงทุกวัน คนหนึ่งบอกว่าพึ่งข้าวอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเสี่ยงหาอาหารเพิ่ม อีกคนเจ็บสะโพกและป่วย ในอีกด้าน เมื่อมีคนออก ส่วนแบ่งเงินรางวัลของคนที่เหลือก็เพิ่มขึ้น บางคนจึงบอกตรงๆ ว่ายิ่งคนออกยิ่งดี

ทีมแดงเหลือคนน้อยลงและต้องรับภาระมากขึ้น แต่ผู้บรรยายคาดว่าพวกเขาจะลุกขึ้นมาได้ หลังบริตทานีออก สมาชิกอีกคนมาทำหน้าที่เชฟ ให้คนอื่นช่วยหั่นผักและแครอท อาหารออกมาดี และเธอบอกว่าพิสูจน์แล้วว่าตัวเองทำได้มากกว่าที่คิด

พายุลูกที่สองและศึกผ้าใบของทีมน้ำเงิน

พายุใหญ่อีกลูกเข้ามา ทีมแดงเรียกที่พักของตัวเองว่า "Airbnbeast" มีทางเข้าที่กันลมได้ระดับหนึ่ง และเอากิ่งไม้มาเสริมประตู ฝนตกหนักติดต่อกันราวห้าชั่วโมง ทีมน้ำเงินเปียกหมดทั้งรองเท้า ถุงเท้า เสื้อผ้า และที่นอน น้ำเข้าที่พักหลายหลัง

ความขัดแย้งเกิดขึ้นที่ผ้าใบผืนเดียวของทีมน้ำเงิน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าผ้าใบมีไว้กันข้าวกับถั่วให้แห้ง อีกฝ่ายบอกว่ามันควรเป็นที่หลบของทุกคน คนที่ถูกกันไว้ข้างนอกบอกว่ามีผ้าใบผืนเดียวแต่ตัวเองยังเข้าไปยืนหลบไม่ได้ มีคนพยายามไกล่เกลี่ยว่ากำลังจัดของเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้คนเข้าไปหลบ สมาชิกคนหนึ่งบอกว่าทุกคนเริ่มไม่ไหวแล้ว และหวังว่าทีมแดงจะเจอแบบเดียวกัน ขณะนั้นทีมแดงคนหนึ่งเติมน้ำแล้วกลับเข้าเต็นท์อ่านหนังสือ และบอกว่าช่วงนี้ง่ายที่สุดสำหรับพวกเขา เหมือนช่วงพัก

ชาเลนจ์วันที่ 14: ห้ากล่องกับปุ่มเดียว

MrBeast บอกว่าชาเลนจ์วันที่ 14 อาจเป็นตัวตัดสินผู้ชนะ มีกล่องเหมือนกันห้าใบวางหน้าทั้งสองทีม เปิดทีละกล่อง ทีมที่กดปุ่มก่อนจะได้ของในกล่องนั้น และอีกทีมจะไม่ได้อะไร ถ้าทั้งสองทีมผ่านทุกกล่อง สุดท้ายทั้งสองทีมจะได้ของทั้งหมด

กล่องแรกเป็นอุปกรณ์ตกปลา ทีมแดงบอกว่าในแม่น้ำไม่มีปลา จึงไร้ประโยชน์ ทั้งสองทีมผ่าน กล่องที่สองเป็นหม้อกระทะเหล็ก เชฟทีมแดงบอกว่ามีครบแล้ว ส่วนทีมน้ำเงินคิดว่าถ้าไม่กดเลยอาจได้ครบทั้งห้ากล่อง แต่ก็รู้ว่าอีกทีมจะได้ห้ากล่องเหมือนกัน สุดท้ายผ่าน ทีมน้ำเงินคนหนึ่งบอกภายหลังว่าการผ่านกล่องนี้โง่ แม้ทีมจะไม่ต้องการอะไรเพิ่มแล้วก็ตาม กล่องที่สามเป็นช็อกโกแลตเนยถั่ว Feastables ทำให้ทรมานมาก ทีมแดงต้องห้ามคาลอสกดปุ่ม และทั้งสองทีมผ่านไปอย่างยากลำบาก กล่องที่สี่เป็นอุปกรณ์ก่อสร้าง ทั้งสองทีมบอกว่าสร้างเสร็จแล้วและผ่านง่าย

ก่อนกล่องสุดท้าย MrBeast เตือนให้คิดให้ดี ทีมแดงถกกันว่าอีกทีมจะกดไหม บางคนเชื่อว่าจะกด เพราะไม่มีเหตุผลที่ทีมน้ำเงินจะอยากให้ทีมที่มีของน้อยกว่าได้ทุกอย่าง บางคนบอกว่าต้องดูก่อนว่าในกล่องคืออะไร ทีมน้ำเงินคาดว่าทีมแดงจะกดเพราะไม่อยากให้พวกเขาได้ และบางคนเห็นว่านั่นคือเหตุผลที่ทีมตัวเองควรกดก่อน กล่องสุดท้ายเป็นสเต๊กและ Jack Link's พร้อมเครื่องปรุงสำหรับทั้งทีม ขณะที่เพื่อนร่วมทีมยังพูดว่า "เดี๋ยวๆ" แพทริคจากทีมน้ำเงินกดทันที ทีมแดงไม่ได้อะไรเลย และโทษกันเองว่ามัวแต่คุยและบอกกันไม่ให้กดก่อน

ผู้บรรยายบอกว่าการตัดสินใจไวของแพทริคทำให้ทีมน้ำเงินได้เปรียบ แต่การไม่ฟังทีมก็ทำให้เกิดรอยร้าวทันที มีคนบอกว่าตัวเองเป็นมังสวิรัติ แล้วได้คำตอบกลับว่า "ใครสนล่ะ" ทั้งสองทีมเสียคนเพิ่ม แต่สำหรับทีมน้ำเงินที่เหลือ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ทรัพยากรมากกว่าอีกทีม และเป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ที่ได้กินของดีๆ มีคนบอกว่าดีกว่าวันคริสต์มาสและวันขอบคุณพระเจ้า และรู้สึกมีพลังเพราะได้โปรตีน ฝั่งทีมแดงมีคนเสียดายหม้อ เพราะอาหารตอนนี้มีแต่คราบดำ และโกรธที่ทีมไม่ยอมกดเอากระทะ

เงินกลายเป็นปัญหาใหม่

เมื่อเนื้อหมด ทีมน้ำเงินเจอปัญหาเรื่องเงิน MrBeast บอกว่าเมื่อคนออกมากขึ้น ส่วนแบ่งจาก 250,000 ดอลลาร์ถ้าชนะก็ยิ่งเพิ่ม ผู้ชมไม่รู้ว่าเท่าไรเพราะไม่รู้ว่าเหลือกี่คน แต่เขาบอกว่าถึงหลักพันดอลลาร์แล้ว ผู้บรรยายระบุว่าทรินห์เริ่มวางแผนเพิ่มส่วนแบ่งของตัวเอง เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งบอกว่าทรินห์เริ่มทำให้หงุดหงิด และตอนนี้ความยากไม่ใช่เรื่องเอาตัวรอดแล้ว

เรื่องผ้าใบกลับมาอีกครั้ง มีการกล่าวหาว่าคนเอาผ้าใบไปใช้เองอย่างเห็นแก่ตัว มีการโยนกันว่าเป็นซันนี่หรือเปล่า และมีข้อเสนอให้รื้อผ้าใบมาทำที่หลบรวม ซึ่งอีกฝ่ายมองว่าเป็นการรื้อที่พักที่คนอื่นสร้าง สมาชิกคนหนึ่งที่บอกว่างานของตัวเองคือสร้างพลังบวก และจะทำให้เพื่อนหัวเราะหรือทำแบ็คฟลิปเวลาเครียด สุดท้ายก็ออก เพราะรู้สึกว่าทำพอแล้วที่จะชนะ ทีมแดงได้ยินเสียงกรี๊ดและตบมือจากฝั่งน้ำเงิน จึงเดาว่ามีคนยิงแฟลร์และทีมนั้นน่าจะแตกแล้ว

วันที่ 17 ทรินห์ถูกต่อว่าเรื่องกินมื้อกลางวันก่อนคนอื่น และตอบว่า "ฉันหิวก็จะกิน ฉันไม่ต้องตอบใครทั้งนั้น" อีกคนบอกว่าทรินห์คือคนที่ไม่เป็นทีมที่สุด ขณะที่ทีมแดงบอกว่ารักกันจริงๆ และถ้าร่วมมือกันก็ยังชนะได้ ทีมน้ำเงินคนหนึ่งกังวลว่าถ้าแตกกันทีละคนจนเสียคนอย่างแพทริคไปก็จบ มีข้อพิพาทว่าเคยตกลงกันแล้วว่าใครกินข้าวได้ อีกฝ่ายบอกว่าไม่เคยได้ยินและไม่ได้มีส่วนร่วม คนหนึ่งออกไปพร้อมบอกว่าอยากออกไปพร้อมชัยชนะ แต่รู้สึกว่ามันจะเป็นรสขม และขอโทษโจเอล

ทีมแดงก็ไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด

ผู้บรรยายเล่าว่าขณะที่ทีมน้ำเงินแตกกันเละ ทีมแดงกลับรวมใจแน่นขึ้น ไปเล่นน้ำกันชิลๆ และหามุมดีๆ จากเรื่องแย่ แต่คลิปก็แสดงให้เห็นความขัดแย้งรุนแรงในทีมแดงเช่นกัน มีคนถูกต่อว่าว่า "เฟคจัด" และ "แทบไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำอาหารที่ไม่มีรสชาติ" คนที่ถูกว่าบอกว่าคนกลุ่มนั้นนิสัยแย่ เป็นบูลลี่เหมือน "มีนเกิร์ลส์" และขอออกวันนั้น โดยบอกว่าแม้จะไม่ชนะแต่ก็เต็มที่แล้ว อีกคนออกพร้อมเหตุผลว่าถ้าอะไรใช่สำหรับเรา เราจะรู้สึกสงบ แต่ที่นี่ไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว ในช่วงเดียวกันทีมแดงจับปลาตัวใหญ่ได้ ทำความสะอาด และทำอาหารกินกัน

ผู้บรรยายสรุปตรงนี้ว่า การมีทักษะเอาตัวรอดคนเดียวในป่าได้ ไม่ได้แปลว่าจะอยู่รอดเป็นทีมได้ ทีมแดงคนหนึ่งบอกว่ารู้สึกเหมือนติดอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต ถึงจะมีแฟลร์แต่ถ้าใช้ก็แพ้ และไม่ยอมแพ้ ทีมน้ำเงินคนหนึ่งยอมรับว่ายิ่งคนน้อย โอกาสชนะยิ่งลด และคิดว่าจะง่ายขึ้นแต่ไม่เลย ทีมน้ำเงินผ่านไปห้าวันติดโดยไม่มีใครยิงแฟลร์ แต่เอมิเลียออกไป และสมาชิกคนหนึ่งบอกว่าทรินห์เห็นแก่ตัวมาก ถ้าแพ้เพราะขาดคนเดียว เงินของทุกคนก็หายเหมือนกัน คนที่เหลือหวังว่าจะมีชาเลนจ์หรือวันคัดออกเร็วๆ นี้

ชาเลนจ์สุดท้าย: ซ่อนปืนแฟลร์ในแคมป์ศัตรู

หลังผ่านไปสามสัปดาห์ MrBeast ให้แต่ละทีมรับแผนที่แคมป์ของอีกทีมและปืนแฟลร์หนึ่งกระบอก ต้องเลือกจุดซ่อนปืนแฟลร์ในแคมป์ของอีกทีม ทีมที่หาเจอก่อนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเกมจบเมื่อไร จะเป็นวันนี้ อีกห้าวัน หรือสิบวันก็ได้ และอีกทีมควบคุมไม่ได้เลย แต่ถ้ายิงแล้วทีมตัวเองมีคนน้อยกว่าก็แพ้อยู่ดี

ทีมน้ำเงินคาดว่าอีกทีมจะเดินเลาะขอบแคมป์ จึงเลือกซ่อนไว้ไกล เพื่อให้ทีมแดงเหนื่อยและเสียพลังเยอะ ตอนเริ่มค้นหา ทีมแดงดูวุ่นวาย MrBeast ถามว่าแผนคืออะไร พวกเขาบอกว่าวางเป็นกริดแล้ว แต่พอถอดผ้าปิดตาก็แยกกันไปคนละทาง บางคนไปลึกสุดของป่า บางคนไปทางท่าเรือ และมีคนแวะไปเอาน้ำ ผู้บรรยายบอกว่าทีมแดงเละ แต่ทุกคนก็มีแผนของตัวเองและตั้งใจเป็นคนหาเจอ คนหนึ่งสังเกตว่าไม่มีตากล้องตามมา จึงสงสัยว่าอาจมาผิดทาง

สุดท้ายมีเสียงแตรดังขึ้น และสมาชิกคนหนึ่งตะโกนเรียกเทย์เลอร์ว่าเจอแล้ว เมื่อถูกถามว่าคิดว่าทีมมือใหม่เหลือกี่คน ทีมที่หาเจอเดาว่าเก้าหรือแปด ฝั่งตรงข้ามหวังว่าอีกทีมจะคิดว่าชนะแล้วรีบยิง ทั้งที่ตัวเองมีคนมากกว่า MrBeast ถามทีมที่ถือแฟลร์ว่ามีโอกาสที่อีกทีมจะมีคนมากกว่าไหม พวกเขาตอบว่าอาจมี แต่ไม่คิดอย่างนั้น เมื่อถามว่าจะรอถึงพรุ่งนี้ไหม พวกเขาปฏิเสธเพราะรอมา 20 วันแล้ว และยิงแฟลร์

ผลลัพธ์หลัง 20 วัน

เมื่อเปิดผล ทีมน้ำเงินเหลือ 11 คน ทีมแดงเหลือเก้าคน ทีมน้ำเงินชนะเงิน 250,000 ดอลลาร์ ได้คนละ 22,000 ดอลลาร์ สมาชิกทีมแดงคนหนึ่งบอกว่าซึ้งใจ แต่อีกฝ่ายคือมือโปร และตัวเองดีใจที่มาได้ไกลขนาดนี้ MrBeast ให้สมาชิกทีมแดงที่เหลือคนละ 4,000 ดอลลาร์ เพื่อไม่ให้กลับไปมือเปล่า

คลิปปิดด้วยข้อสรุปของ MrBeast ว่าไม่ว่าจะมีสกิลหรือทรัพยากรมากแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำงานเป็นทีม ข้อสรุปนี้สอดคล้องกับเส้นทางของการแข่งขัน ทีมแดงได้เปรียบจากอุปกรณ์ในช่วงแรกและจากการแบ่งอาหารอย่างเป็นระบบ ส่วนทีมน้ำเงินได้เปรียบจากความรู้เรื่องที่พักและการหาอาหาร แต่เสียคนไปจำนวนมากเพราะความขัดแย้งภายใน ถึงอย่างนั้น ทีมที่ชนะในท้ายที่สุดก็คือทีมน้ำเงิน ซึ่งผ่านทั้งการทะเลาะ การแย่งผ้าใบ และการตัดสินใจกดปุ่มโดยไม่ฟังเพื่อนร่วมทีมมาได้ โดยมีคนเหลือมากกว่าเพียงสองคน