แอชลีย์กับแฟนเก่าหกคนบนเกาะ 30 วัน: ใครจะได้ไปต่อ และคนสุดท้ายจะแบ่งหรือขโมยเงินรางวัล

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

ชาเลนจ์นี้ไม่ได้วัดว่าใครอดทนต่อความลำบากได้นานที่สุด แต่วัดว่าใครเอาชนะใจและได้ความไว้ใจจากผู้หญิงคนหนึ่งได้มากที่สุด แอชลีย์ถูกพาขึ้นเกาะเขตร้อนพร้อมแฟนเก่าหกคน เมื่อถอดผ้าปิดตาออกเธอก็ได้รับแจ้งกติกา ทุก ๆ ห้าวันเธอจะส่งผู้ชายกลับบ้านหนึ่งคน ส่วนคนที่เหลือเป็นคนสุดท้ายจะต้องเลือกว่าจะแบ่งเงินรางวัล 250,000 ดอลลาร์กับเธอ หรือขโมยไปทั้งหมด

14 นาทีในการอ่าน

พิธีกรเน้นว่าเกาะนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ จะอยู่ไปตลอดก็ได้ โจทย์จริงของเกมจึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ ตลอด 30 วัน ตัวแอชลีย์แทบไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเธอไม่อยากทำ

วันแรก: ผู้ชายแข่งกันเอาใจ แต่ละคนถือกลยุทธ์ต่างกัน

แอชลีย์แนะนำตัวว่ามาจากฟอร์ตลอเดอร์เดล รัฐฟลอริดา เธอบอกว่าแค่อยากรู้ว่าความสัมพันธ์เหล่านี้จะไปถึงไหน และอยากสนุกกับการอยู่บนเกาะ เธอยอมรับว่าความสัมพันธ์กับแต่ละคนไม่เหมือนกัน กับมิตเชลล์เธอเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง กับบางคนเธอแค่อ่อยบ้าง และกับบางคนเป็นเพื่อนกันเฉย ๆ

ผู้ชายรีบกางเปลให้เธอนอน พยายามเป็นคนแรกที่ได้ทำอะไรให้ แต่เป้าหมายในใจแต่ละคนไม่เหมือนกัน แกรี่พูดตรง ๆ ว่าต่อให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เขาก็มาเพื่อชนะ และเรื่องนี้เป็นธุรกิจล้วน ๆ อีกคนบอกว่าจะเป็นคนดี นุ่มนวล เป็นเพื่อนแท้ที่เธอไว้ใจพอจะแบ่งเงินให้ แล้วก็แซวต่อว่าหรืออาจไม่ต้องแบ่งก็ได้

เจคเลือกทางตรงข้าม คือเล่นตัวให้เข้าถึงยาก เมื่อแอชลีย์ถามว่าเขารักเธอจริงไหม เขาตอบว่าเธอแก่เกินไปสำหรับเขา ผู้บรรยายสรุปว่ากลยุทธ์นี้ดูไม่ใช่แผนที่ดีเลย เย็นวันแรกแอชลีย์ยอมรับว่าชอบมิตเชลล์โดยไม่รู้เหตุผล แต่ยังมีตัวแปรอีกหลายอย่าง

ของขวัญจากธรรมชาติและคำถามเรื่องความไว้ใจ

วันที่สาม แอชลีย์ยังปรับตัวอยู่แต่บอกว่าสนุก แฟนเก่ารู้ดีว่าการดูแลเธอเหมือนเจ้าหญิงคือทางรอด ทั้งยกน้ำเย็นมาให้ บอกว่าถ้ามีหมีโผล่มาต้องข้ามศพเขาไปก่อน หรือบอกว่าอยู่บนเกาะแบบนี้ไม่ต้องแต่งหน้าเพราะผิวเธอสวยอยู่แล้ว แดนนี่กับมิตเชลล์ถูกมองว่าเป็นราชาประจำแคมป์ แดนนี่ทำต่างหูจากเปลือกหอยให้แอชลีย์ และพูดกับกล้องตรง ๆ ว่าทำไปเพื่อเพิ่มโอกาสชนะเงินรางวัล

เมื่อวันคัดออกครั้งแรกใกล้เข้ามา แอชลีย์เริ่มจริงจังขึ้น เธอถามผู้ชายว่าถ้าต้องเลือกคนอยู่ถึงตอนท้ายจะเลือกใคร แล้วบอกกับกล้องว่าเธอแอบคิดว่ามิตเชลล์จะขโมยเงิน และเธอพยายามไม่เล่นเกมด้วยความรู้สึก ฝั่งมิตเชลล์บอกตรง ๆ ว่ารู้ว่าเธอไม่ไว้ใจเขาและเขาไม่แคร์ เขาอยากมีโอกาสคว้าเงินทั้ง 250,000 ดอลลาร์ และถ้าไปถึงจุดนั้นได้ก็อาจเอาเงินไปเลย

การคัดออกวันที่ห้า: เจคออกเป็นคนแรก

พิธีให้แอชลีย์ยืนหลังค้อน ส่วนผู้ชายแต่ละคนยืนหลังหัวใจของตัวเอง ทุก ๆ ห้าวันเธอจะทุบหัวใจทิ้งทีละดวงและส่งคนนั้นกลับบ้านมือเปล่า แอชลีย์ถามก่อนว่าเก็บทุกคนไว้ไม่ได้เหรอ จากนั้นยอมรับว่าจีบมิตเชลล์มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย และถ้าต้องเลือกคนที่ไม่ไว้ใจก็คงเป็นเจค เจคตอบรับอย่างร่าเริงจนพิธีกรต้องเตือนว่านั่นแปลว่าเธอกำลังจะคัดเขาออก

เธอทุบหัวใจของเจค และบอกลาแบบติดตลกว่าจะคิดถึง ก่อนเติมว่าไม่จริงหรอก เมื่อพิธีกรถามว่าคนที่เหลือคาดไว้ไหมว่าจะเป็นเจค มีคนหนึ่งตอบว่ารู้มานานแล้ว

วิ่งแข่ง จุดไฟ และรอยร้าวกับมิตเชลล์

แอชลีย์บอกว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะส่งใครกลับต่อ จึงให้ผู้ชายวิ่งแข่งกัน แล้วตามด้วยการแข่งจุดไฟ เธอบอกครึ่งเล่นครึ่งจริงว่าอาจแค่อยากดูผู้ชายหล่อ ๆ ทำอะไรเท่ ๆ มิตเชลล์ทำผลงานได้ดี เธอเลยพูดว่าดูเหมือนเขาจะได้อยู่ดูแลเธอต่อ

แต่ความสัมพันธ์ก็เริ่มตึง ระหว่างมื้ออาหาร มิตเชลล์พูดว่าผู้หญิงต่างหากที่ควรเป็นคนทำอาหาร เธอบอกว่าข้าวโอ๊ตอร่อยมาก เขากลับตอบว่าถ้ามีเนยถั่วด้วยคงอร่อยกว่า แอชลีย์ว่าเขาเก่งเรื่องทำลายบรรยากาศ มิตเชลล์สวนว่าไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็ไม่เคยดีพอสำหรับเธอ ผู้ชายอีกคนตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์ของมิตเชลล์กับเธอดูจริงจัง แต่ก็อาจแกล้งทำ

ในบทสนทนาส่วนตัว มิตเชลล์ยืนยันว่าเป็นคนซื่อสัตย์และมีคุณธรรม แอชลีย์ร้องไห้เล็กน้อย เธอยอมรับว่ามิตเชลล์รู้ว่าเธอมักใจอ่อนให้เขา เธออยากไว้ใจเขา แต่ภาพที่เธอนึกถึงจริง ๆ คือเขาอาจกลับบ้านไปแล้วไม่คุยกับเธออีกหลายสัปดาห์ แอชลีย์ยังบอกด้วยว่ายิ่งอยู่บนเกาะนานเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกตัดขาดจากโลกความเป็นจริงมากขึ้น

ชาเลนจ์ไอแลนด์: แกรี่ชนะคืนพิเศษ

วันที่เก้า ทีมงานพาทุกคนขึ้นเรือไปที่ "ชาเลนจ์ไอแลนด์" ผู้ชายต้องขุดกุญแจจากทราย ปลดล็อกค้อน ทุบหินให้แตก แล้วดันถังขึ้นทางลาด คนแรกที่ทำสำเร็จจะได้อยู่กับแอชลีย์ 24 ชั่วโมงในที่พักที่มีเตียง เตียงนวด และอาหารสามมื้อ และอาจได้ความปลอดภัยจากการคัดออกครั้งถัดไป ส่วนคนอื่นห้ามคุยกับเธอจนถึงวันคัดออก

แกรี่ขุดกุญแจเจอก่อนและนำห่างไปตลอด ผู้บรรยายบอกว่าเขาแทบไม่สะดุดเลยและหัวเราะไปตลอดทาง โลแกนตามมาติด ๆ ส่วนเดอร์ริคกับมิตช์ยังขุดไม่เจอ ทั้งที่ทีมงานบอกว่าทำเครื่องหมายจุดฝังกุญแจไว้ชัดเจน สุดท้ายแกรี่ชนะ

คืนนั้นแกรี่กับแอชลีย์คุยเรื่องเก่า เธอเล่าว่าทั้งคู่คบกันก่อนที่เธอจะไปคบแกรนต์ แล้วความสัมพันธ์ก็จางหายไป แกรี่บอกว่าคนเรายุ่งกันได้ และเขาไม่รู้สึกขุ่นเคืองหรือถูกดูถูกเลย

วันที่สิบ: มิตเชลล์ตกรอบแบบเหนือคาด

ที่แคมป์ บรรยากาศคืนก่อนคัดออกหนักมาก ผู้ชายคนหนึ่งบอกแกรี่ว่าเขาปลอดภัยแน่ คนที่ต้องออกน่าจะเป็นแดนนี่ โลแกน หรือตัวเขาเอง อีกคนประเมินโอกาสตัวเองไว้ที่ห้าสิบห้าสิบ มิตช์คิดว่าตัวเองจะถูกคัดออก

ในพิธี แอชลีย์ขอบคุณทุกคนและบอกว่าบางคนอาจหยุดชีวิตไว้เพื่อมาที่นี่ แล้วเธอทุบหัวใจของมิตเชลล์ ผู้บรรยายเรียกผลนี้ว่าเหนือคาด ก่อนจากไป มิตช์ฝากคนที่เหลือให้ช่วย "ดูดาวแทนผม" และเชื่อมจุดให้กลุ่มดาวเรียงกัน จนพิธีกรสงสัยว่าพวกเขาพูดรหัสอะไรกัน หลังการคัดออก แอชลีย์บอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจเล่นเกมนี้ด้วยความรู้สึก ตอนนี้เธอคิดอยู่เรื่องเดียว คือใครจะยอมแบ่งเงินให้เธอจริง ๆ

เมื่อผู้ชายลืมไปว่าเกมนี้เกี่ยวกับใคร

หลังมิตเชลล์ออก ผู้ชายรู้สึกว่าต้องทำอะไรพิเศษขึ้น จึงลงแรงสร้างทางเดินจากกระท่อมไปถึงห้องนอนทุกห้อง แต่ผู้บรรยายบอกว่าพวกเขาลงแรงเกินไป เมื่อแอชลีย์ถามว่าใครอยากมาช่วยเธอไหม คำตอบคือ "ไม่" เธอรู้สึกว่าพวกเขาลืมไปแล้วว่าเธออยู่ที่นี่ และบอกว่าเบื่อจนพร้อมจะกำจัดผู้ชายทุกคน

พวกเขาเปลี่ยนมาเลี้ยงอาหารทะเลเป็นมื้อค่ำ แต่แอชลีย์ถามว่าได้มาแค่นี้เองเหรอ แดนนี่จึงบอกว่าเธอบ่นตลอดเวลา และรู้สึกเหมือนเธอเกลียดทุกสถานการณ์ เขาบอกว่ารู้สึกแย่เพราะอยากให้เธอมีความสุข ผู้บรรยายเปรียบว่าถ้าให้มิสเตอร์บีสต์พากย์ทับตรงนี้ ก็คงพูดว่า "เพราะงี้แดนนี่ถึงต้องกลับบ้าน วันที่ 15" แต่จริง ๆ แล้วแดนนี่ยังมีเวลาอีกหลายวันที่จะทำให้เรื่องแย่ลง ต่อมาเมื่อแอชลีย์บอกว่าชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์และอ่านทุกเล่ม แดนนี่ตอบว่าดูไปแค่สองสามภาคและไม่ค่อยสนุก แล้วประกาศเองว่าคงถูกคัดออกวันที่ 15

เพื่อนในแคมป์เตือนแดนนี่ว่าความเชื่อใจต้องใช้เวลาสร้าง แต่ทำลายได้ในพริบตา แอชลีย์นั่งคุยกับเขาตรง ๆ ว่าไม่รู้ว่าเขาแคร์เธอจริงไหม ถ้าเธอโทรขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน คนอย่างเดอร์ริคหรือแกรี่จะวางทุกอย่างมาช่วย แต่เธอคิดว่าแดนนี่คงไม่ทำ แดนนี่ขอโทษ บอกว่าในใจเขาเธอจะเป็นเพื่อนเสมอ และจะพยายามมากขึ้น แต่กับกล้อง เขาพูดว่าการอยู่ต่อไปอาจทำให้เขาชัดเจนขึ้น หรืออาจทำให้อยากขโมยเงินจากเธอก็ได้

วันที่ 15: ต่อจิ๊กซอว์หัวใจ และแดนนี่พลิกรอด

แดนนี่หวังว่าจะมีอะไรช่วยให้อยู่นานขึ้น และพิธีกรบอกว่ากำลังนำโอกาสนั้นมาให้ ชาเลนจ์คือวิ่งผลัดต่อจิ๊กซอว์ "หัวใจของแอชลีย์" ผู้เล่นต้องว่ายออกไปไกลในทะเลเพื่อนำชิ้นส่วนกลับมา คนแรกที่ประกอบเสร็จจะได้ภูมิคุ้มกัน แอชลีย์ส่งเขากลับบ้านไม่ได้

แดนนี่วิ่งเหมือนชีวิตขึ้นอยู่กับมัน เพราะต้องการอีกห้าวันไว้โน้มน้าวแอชลีย์ โลแกนกลับมาพร้อมชิ้นแรกก่อน ตามด้วยเดอร์ริค ไม่นานทุกคนก็รู้ว่าชาเลนจ์ยากแค่ไหน และหมดแรงกันหมด ขณะที่คนอื่นพักในน้ำ แดนนี่ใช้วิธีพักระหว่างต่อจิ๊กซอว์ แกรี่ทำตามในภายหลัง โลแกนเป็นคนแรกที่ได้ชิ้นส่วนครบ แต่ดิ้นรนอยู่ในน้ำมาก เมื่อถูกถามว่าเหนื่อยแค่ไหนจาก 1 ถึง 10 เขาตอบว่า 11 ส่วนเดอร์ริคหยิบผิดสีและต่อหัวใจกลับหัว ผู้บรรยายสรุปว่าตัวจิ๊กซอว์ง่ายมาก การว่ายน้ำต่างหากที่ทำให้ทุกคนหมดแรง สุดท้ายแดนนี่ชนะ หัวใจของเขาถูกครอบด้วยกรงที่ค้อนทุบไม่แตก

ในพิธี แอชลีย์บอกว่าคิดอะไรไม่ออก จึงให้ผู้ชายพูดก่อน โลแกนบอกว่ามั่นใจว่าเธอจะตัดสินใจถูก และยังไงก็รักเธอ แกรี่ยอมรับว่าเขาอาจตกเป็นเป้าเพราะเป็นเพื่อนสนิทกับแดนนี่ สุดท้ายแอชลีย์ส่งโลแกนกลับบ้าน

แดนนี่ในฐานะคนที่ทำให้หัวเราะและทำให้หงุดหงิด

หลังโลแกนออก บรรยากาศหนักขึ้นมาก แอชลีย์บอกว่าคิดถึงโลแกนและรู้สึกว่าตัดสินใจพลาด แดนนี่ยังทำเรื่องแย่ลง เมื่อเธอบอกว่าตื่นมาทุกวันพยายามดีใจที่เขาอยู่ แต่เขาก็พูดจาโง่ ๆ ออกมา แดนนี่ตอบว่าสมองผู้หญิงซับซ้อนกว่าเกมไมน์คราฟต์ แอชลีย์จึงขอเวลาอยู่ห่างจากเขา แกรี่กับเดอร์ริคบอกว่ามีปัญหากับการขาดความเคารพ และเราพูดให้ผู้หญิงเข้าใจได้โดยไม่ต้องหยาบคาย

ถึงวันที่ 17 แอชลีย์ปิดกั้นตัวเองจากทุกคน แต่ผู้ชายรู้ดีว่าถ้าอยากได้เงินก็ต้องการเธอ คนหนึ่งพูดว่ารู้สึกว่าเงินนั้นเป็นของเขาอยู่แล้ว เดอร์ริคกับแกรี่ให้พื้นที่ตามที่เธอขอ แต่แดนนี่มองว่านี่คือโอกาส เขาทำ "โลแกนจิ๋ว" มาปลอบเธอ เมื่อแอชลีย์อารมณ์ดีขึ้น ขวัญกำลังใจในแคมป์ก็ดีขึ้นด้วย ในคาบโยคะ เธอให้ทุกคนสูดความรักและความภักดีต่อเธอเข้าไป แล้วพ่นนิสัยขี้โกหกออกมา และบอกแดนนี่ว่าอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนสมองตาย แต่เธอชอบ

ผู้บรรยายเห็นว่าแดนนี่สร้างความบันเทิงเก่ง ขณะที่แกรี่กับเดอร์ริคค่อนข้างอยู่ในโลกของตัวเอง เดอร์ริคอธิบายว่าบางวันเขาเงียบและเก็บตัวเพื่อถอยออกมาวิเคราะห์และวางกลยุทธ์สำหรับตอนจบ แต่เขาไม่ได้แสดงออกให้แอชลีย์รู้ จนเธอสงสัยว่าเขาเป็นอะไร แดนนี่บอกกับกล้องว่ากำลังเล่นสงครามประสาทกับทุกคน การพาแอชลีย์ไปหัวเราะสองต่อสองตลอดเวลา ทำให้ผู้ชายคนอื่นยิ่งไม่อยากเข้าหาเธอ และทำให้เธอสงสัยว่าพวกนั้นอยากอยู่ใกล้เธอจริงไหม เขาเสนอกับแอชลีย์ว่าเธออยากเบื่อกับคนอื่นหรืออยากสนุก แอชลีย์ตอบว่ากำลังคิดจริง ๆ ว่าจะเก็บเขาไว้เพราะให้ความบันเทิงได้ อีกฝั่ง เดอร์ริคบอกว่ามีคนหนึ่งที่เขาไม่ไว้ใจแม้แต่หนึ่งดอลลาร์ นับประสาอะไรกับ 250,000 ดอลลาร์ คนนั้นคือแดนนี่

วันที่ 20: ยืนบนแท่นกลางน้ำ และเงิน 50,000 ดอลลาร์ที่ถูกซ่อน

ชาเลนจ์วันที่ 20 มีแท่นเล็กสี่แท่นกับแท่นใหญ่หนึ่งแท่น และครั้งนี้แอชลีย์ต้องลงแข่งด้วย คนสุดท้ายที่ตกน้ำจะได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ เดอร์ริคตกตั้งแต่วินาทีที่ 35 คนที่เหลือยืนได้นานกว่าที่พิธีกรคาด ผ่านไป 20 นาที หนึ่งชั่วโมง และ 90 นาที ทีมงานจึงขอให้ทุกคนยกนิ้วยินยอมก่อนนำเรือมาวนสร้างคลื่น แกรี่ตก แดนนี่เกือบตกหลายครั้ง แต่สุดท้ายแอชลีย์ตกก่อน แดนนี่จึงชนะชาเลนจ์ครั้งที่สอง

พิธีกรเปิดกล่องให้แดนนี่ดู ข้างในคือเงิน 50,000 ดอลลาร์ เขาเลือกได้ว่าจะเก็บไว้เอง หรือใส่เพิ่มในเงินรางวัลรวมเพื่อซื้อใจแอชลีย์ ซึ่งมีความเสี่ยงว่าเธออาจรับเงินแล้วคัดเขาออกอยู่ดี ถ้าเก็บไว้ เขาไม่จำเป็นต้องบอกใคร แดนนี่เลือกเก็บเงินไว้และซ่อน เพราะกลัวว่าถ้าคนอื่นรู้จะเล็งกำจัดเขา ในพิธีคัดออก เขาปฏิเสธที่จะบอกว่าตัวเลือกคืออะไร โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่เขาเลือกไม่ได้เปลี่ยนโอกาสอยู่ต่อของใคร และอาจบอกแอชลีย์ภายหลัง

แอชลีย์เก็บแดนนี่ไว้ด้วยเหตุผลว่าต่อให้น่าหงุดหงิดแค่ไหน เขาก็ทำให้เธอหัวเราะ ทำให้วันผ่านไปเร็ว และชนะชาเลนจ์ได้เรื่อย ๆ การตัดสินใจจึงเหลือระหว่างเดอร์ริค ซึ่งเธอบอกว่าทำชาเลนจ์ได้แย่ทุกรอบ กับแกรี่ ที่ทำชาเลนจ์ได้ดีแต่หัวแข็ง สุดท้ายเธอคัดแกรี่ออก พร้อมบอกว่าเขาเล่นเกมได้ไม่มีที่ติ แต่เธอไว้ใจเดอร์ริคมากกว่า แกรี่รับผลอย่างใจกว้าง เขาบอกว่านี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และอดใจรอดูไม่ไหวว่าเรื่องจะจบอย่างไร

ห้าวันสุดท้าย: ความตลก ความเคารพ และการปั่นหัวทางอารมณ์

แดนนี่ยอมรับว่ามาเพราะโอกาสได้เงินและชอบตัวเลข 250 สูตรของเขาคือทำให้แอชลีย์หัวเราะให้มากที่สุด แอชลีย์เองก็พูดว่าแดนนี่ไม่ค่อยให้เกียรติ แต่ทำให้เธอหัวเราะ เดอร์ริคดูเสียเปรียบ แต่มีกลยุทธ์ของตัวเอง เมื่อแอชลีย์กับแดนนี่คุยกัน เขาปล่อยไว้ เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวแดนนี่ก็พูดหาเรื่องใส่ตัวเอง ซึ่งเป็นผลดีกับเขา ไม่นานกลยุทธ์นี้ก็ได้ผล แดนนี่สอนท่าบางอย่างให้แอชลีย์ด้วยท่าทีเหมือนเธอโง่ วันที่ 22 ทั้งคู่ทะเลาะกันอีก และแดนนี่บอกเพื่อนว่าแอชลีย์โมโหเขาอีกแล้ว

ความผิดพลาดของแดนนี่กระตุ้นให้เดอร์ริคเล่นเกมของตัวเองมากขึ้น ผู้ชายคนหนึ่งเล่าว่าลาออกจากงานเพื่อมาที่นี่ เงิน 250,000 ดอลลาร์จึงสำคัญกว่าที่คนอื่นคิด ในวิดีโอมีฉากที่ผู้ชายพูดถึงเงิน 125,000 ดอลลาร์ว่าจะเข้าบัญชีของ "แอชลีย์ นิโคล มัวร์" ส่วนคนที่วางแผนไว้ว่าจะคุยกับเธอตอนกลางวัน แล้วสร้างบทสนทนาและบรรยากาศตอนกลางคืนโดยหวังว่าจะได้ผล

แดนนี่บอกว่าจะทำทุกวิถีทางให้ได้เงิน และอาจลองปั่นหัวเธอไปจนถึงเส้นชัย เขาไปขอโทษที่พูดจาก้าวร้าว โดยบอกว่าเห็นศักยภาพในตัวเธอและอยากผลักดันคนที่มีศักยภาพ ผู้บรรยายบอกว่าเขาถึงขั้นฉวยโอกาสจากความเห็นอกเห็นใจของเธอ ด้วยการเล่าว่าแม่อาจเริ่มเป็นอัลไซเมอร์และมีปัญหาเรื่องความจำมากขึ้น และมีหลายอย่างที่อยากทำให้แม่ ผู้บรรยายบอกว่าที่น่าตกใจคือแผนนี้ดูจะได้ผล แอชลีย์ถามว่าเขาอยากจับมือเธอไหม

เดอร์ริคประเมินว่าสถานการณ์ไม่ดีสำหรับเขา เพราะอีกสองคนมีอำนาจแต่เขาไม่มี ไอเดียสุดท้ายของเขาคือบอกแอชลีย์ว่าเขารับไม่ได้ถ้าเธอต้องออกไปมือเปล่า และไม่ว่ายังไงเธอควรได้เงินหกหลักกลับไป แอชลีย์บอกว่าการตัดสินใจนี้ซับซ้อนมาก เดอร์ริคอาจไม่ใช่นักแข่งที่ดีที่สุด แต่เป็นเพื่อนที่ดีและซื่อสัตย์กับเธอเสมอ ส่วนแดนนี่ เธอรักเขามาก แม้เขาอาจเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุดที่เธอเคยเจอ แต่เขาก็ตลก เธอทิ้งท้ายว่าใครจะคาดเดาจิมมี่ได้

วันที่ 25: ล่าสมบัติ และการเลือกระหว่างความตลกกับความไว้ใจ

ก่อนคัดออก พิธีกรให้แผนที่สมบัติที่ระบุจุดฝังเงิน 50,000 ดอลลาร์บนชายหาด ถ้าหาเจอภายในหนึ่งชั่วโมง เงินจะถูกเพิ่มเข้ากองรางวัล ช่วงนี้มีการโฆษณาภาพยนตร์ซึ่งไม่ได้นำมาเล่าในที่นี้ ผู้เล่นทั้งสามหาเงินเจอ เงินรางวัลรวมจึงเป็น 300,000 ดอลลาร์

แอชลีย์บอกว่าเธอไม่ได้ชอบทุกคนที่เคยคบ แต่ชอบสองคนนี้ เดอร์ริคพูดว่าการได้เป็นเพื่อนและได้เห็นหัวใจที่เปี่ยมรักของเธอส่องแสงตลอด 25 วันเป็นเรื่องสวยงาม และเขารักเธอไม่ว่าอย่างไร แดนนี่บอกว่าสิ่งที่เขาขอบคุณที่สุดคือการผ่านอารมณ์ขึ้นสุดลงสุดมาด้วยกัน และความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่จะได้กลับไป เขาย้ำว่าเธอสมควรได้เงินครึ่งหนึ่งไม่ว่าจะเลือกใคร และถ้าเลือกถูกคน "อาจได้เงินเพิ่ม" แต่ไม่ยอมอธิบายต่อ

แอชลีย์บอกแดนนี่ว่าไม่เคยมีใครทำให้เธอหัวเราะหนักเท่าเขา แต่ก็ไม่มีใครทำให้หงุดหงิดได้เท่าเขาเช่นกัน แล้วหันไปบอกเดอร์ริคว่า ถ้าไม่ได้พบเขาเมื่อสี่ปีก่อน เธออาจไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ เขาคอยปกป้องและสนับสนุนเธอมาตลอด สุดท้ายเธอบอกว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความไว้ใจและความเคารพ เธอไว้ใจแดนนี่ได้ยาก จึงทุบหัวใจของเขา แดนนี่บอกว่ารู้สึกมาตลอดว่าจะเป็นแบบนี้

จากนั้นแดนนี่เปิดเผยว่าเก็บเงิน 50,000 ดอลลาร์ไว้เอง ปฏิกิริยาของแอชลีย์คือโล่งใจ เธอดีใจที่เขาทำแบบนั้น เพราะอยู่มา 25 วันก็ควรได้อะไรติดมือกลับบ้าน แดนนี่เล่าว่าตอนตัดสินใจเก็บเงิน เขารู้สึกว่าคนที่ได้เงินก้อนนี้จะต้องไม่ใช่คนสุดท้าย เขาจากไปโดยบอกว่าไม่เสียใจเลยและดีใจที่ได้รางวัลกลับไป

บทสรุปของเกม: เดอร์ริคจะทุบหัวใจหรือไม่

พิธีกรเปิดเผยกติกาสุดท้าย แอชลีย์ต้องยืนหลังแท่นหัวใจของตัวเอง ถ้าเดอร์ริคทุบหัวใจนั้นเมื่อใดก็ได้ในห้าวันต่อจากนี้ เขาจะได้เงินรางวัลทั้งหมดโดยไม่ต้องแบ่ง แต่ถ้าไม่ทุบ ทั้งคู่จะได้คนละ 150,000 ดอลลาร์ เดอร์ริคพูดกับกล้องว่าถ้าทุบ เขาจะได้เงิน 300,000 ดอลลาร์กลับไปให้ครอบครัว และสงสัยว่าถ้าเขาปล่อยเงิน 150,000 ดอลลาร์ไป ครอบครัวจะเข้าใจไหม

เขาตัดสินใจในเช้าวันถัดมา หลังคืนที่เขาบอกว่าหนัก พิธีกรให้เลือกระหว่างโยนค้อนเข้ากองไฟเพื่อแบ่งเงินอย่างเป็นทางการ กับทุบหัวใจแอชลีย์แล้วกลับบ้านพร้อมเงินสองเท่า เดอร์ริคเดินเข้าไปใกล้หัวใจ จนแอชลีย์บอกว่าถ้าจะหยอกเล่นก็ไม่ต้องเข้ามาใกล้ขนาดนั้น เขาพูดถึงการได้เห็นเงินกับตา ถามตัวเองว่าเมื่อไรจะมีโอกาสได้ 300,000 ดอลลาร์แค่จากการทุบหัวใจ และบอกว่านั่นคือสิ่งที่ครอบครัวเขาต้องการ เขาบอกแอชลีย์ว่ารักเธอจากก้นบึ้งของหัวใจ และคิดว่าเธอจะเข้าใจการตัดสินใจของเขา จากนั้นจึงหันไปบอกจิมมี่ว่าเขาจะไม่ทุบหัวใจเธอ ทั้งหมดเป็นการหลอกให้ลุ้น

แอชลีย์บอกว่าดีใจที่เขาไม่ทำ พิธีกรมอบเงินให้ทั้งสองคนคนละ 150,000 ดอลลาร์ และตบท้ายว่าอย่างน้อยครั้งนี้แอชลีย์ก็ได้เงินบ้าง เกมจบลงตรงที่แอชลีย์ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น คนที่เธอเลือกเพราะความไว้ใจคือคนที่แบ่งเงินให้เธอจริง