ยอดวิวกลายเป็นมื้ออาหาร: MrBeast กับโครงการอาหารในเคนยา กานา และสหรัฐฯ

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

วิดีโอนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดเดียว คือทุกครั้งที่มีคนเข้ามาดูคลิปจนจบ จะมีเงินไหลเข้ามาเป็นทุนสำหรับเลี้ยงอาหารผู้ที่ขาดแคลน และยิ่งยอดวิวสูงขึ้น จำนวนมื้ออาหารก็ยิ่งเพิ่มขึ้น MrBeast (จิมมี่) ยืนยันว่าเงินจากยอดวิวไม่ได้นำไปใช้แค่ซื้ออาหารเท่านั้น แต่ยังนำไปจัดหาที่ทำการเกษตร สร้างครัวขนาดใหญ่ ช่วยให้โรงเรียนมีอาหารเลี้ยงนักเรียน และช่วยเด็ก ๆ ให้หลุดพ้นจากการใช้แรงงาน คลิปพาไปดูงานในสามพื้นที่ ได้แก่ เคนยา กานา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละแห่งต้องใช้วิธีแก้ปัญหาที่ต่างกัน

7 นาทีในการอ่าน

เคนยา: เมื่ออาหารทำให้เด็กมาโรงเรียนมากขึ้น

ช่วงต้นคลิป จิมมี่แจกอาหารและบอกว่าขณะนั้นมีคนได้อิ่มท้องแล้ว 1,500 คน ครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งเล่าว่าเพราะโครงการมื้ออาหาร อัตราการเข้าเรียนจึงสูงขึ้นอย่างมาก จิมมี่มองว่านี่เป็นเหตุผลที่สมควรจะยกระดับห้องเรียนด้วย

ปัญหาที่เห็นชัดคือโรงเรียนมีโต๊ะเรียนน้อยมาก จนนักเรียนบางคนต้องนั่งเรียนบนก้อนหิน และโต๊ะที่ออกแบบให้เด็กนั่งได้สองคนกลับต้องใช้นั่งกันสี่คน เมื่อถามผ่านล่ามว่าเด็ก ๆ อยากได้โต๊ะใหม่หรือไม่ คำตอบคือ "ใช่" ทีมงานจึงขนโต๊ะเรียนใหม่เข้ามาให้ครบทุกคน จนแม้จะมีนักเรียนมาใหม่ก็ยังมีที่นั่งพอ จิมมี่ให้ความเห็นว่าสิ่งนี้ทำให้เห็นภาพของสิ่งที่คนในอเมริกาและยุโรปมักมองข้าม เพราะของง่าย ๆ อย่างโต๊ะเรียนที่ทำให้ไม่ต้องนั่งบนหิน ทำให้เด็ก ๆ มีความสุขไปได้ทั้งสัปดาห์

ครัว บ่อบาดาล เรือนกระจก และฟาร์มของโรงเรียน

โรงเรียนนี้เลี้ยงทั้งมื้อเช้าและมื้อเที่ยงให้เด็ก ๆ แต่จิมมี่ชี้ว่าครัวเดิมไม่สามารถรองรับการทำอาหารแบบนี้ได้ทุกวัน ทีมงานจึงสร้างครัวใหม่ให้ นอกจากปรับปรุงตัวโรงเรียนแล้ว ยังขุดบ่อบาดาลพร้อมที่เก็บน้ำ สร้างเรือนกระจก และสร้างฟาร์ม โดยจิมมี่อธิบายว่าเป้าหมายคือเติมเต็มทุกสิ่งที่โรงเรียนนี้ต้องการ

ฟาร์มขนาดใหญ่และรถแทรกเตอร์: อาหารต้องมีที่มา

เมื่อนักเรียนจากโรงเรียนข้างเคียงแห่กันเข้ามา ความต้องการอาหารจึงเพิ่มขึ้น ทีมงานจึงร่วมมือกับฟาร์มขนาดใหญ่ชื่อ "โอเลเลชิว่า" ซึ่งดูแลโดยจัสติซ ฟาร์มนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกส่งผลผลิตให้โรงเรียนโดยตรง ส่วนที่สองปลูกไว้ขายให้ชุมชนข้างเคียง ซึ่งรายได้นี้ช่วยสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหากำไร

ปัญหาคือฟาร์มยังใช้แรงงานคน ซึ่งจิมมี่ระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะผลิตอาหารให้เพียงพอกับโรงเรียน ทีมงานจึงซื้อรถแทรกเตอร์คันใหม่ให้ ตามที่เล่าในคลิป งานที่เคยใช้เวลา 45 นาทีตอนนี้ใช้เวลาเพียง 45 วินาที

จิมมี่ใช้ตัวอย่างนี้อธิบายประเด็นสำคัญว่า การที่ได้เงินจากยอดวิวและนำไปเป็นทุนค่าอาหารโรงเรียน ไม่ได้แปลว่าอาหารจะโผล่ขึ้นมาเอง อาหารต้องมีแหล่งที่มา และในกรณีนี้ อาหารมาจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเพราะรถแทรกเตอร์บนฟาร์มขนาดใหญ่แห่งนี้

รถบรรทุกสำหรับชุมชนและอาหาร 100,000 มื้อ

เพื่อให้อาหารไปถึงมือผู้คนได้มากที่สุด จิมมี่มอบกุญแจรถบรรทุกคันใหม่ให้โรงเรียน เพื่อให้นำอาหารส่วนเกินไปแจกจ่ายให้ครอบครัวในชุมชนทั้งหมด บนรถคันนั้นมีอาหารเพียงพอสำหรับ 100,000 มื้อ ชุมชนซาบซึ้งถึงขั้นมอบแพะให้จิมมี่หนึ่งตัว จากนั้นจิมมี่ประกาศว่าภายในช่วงท้ายของคลิป ด้วยยอดวิวจากผู้ชม พวกเขาจะส่งมอบอาหารได้ถึงหนึ่งล้านมื้อ

กานา: ฟาร์มกะหล่ำปลีและเด็กในไร่โกโก้

ที่กานา ทีมงานสนับสนุนการสร้างครัว ถังเก็บน้ำ และฟาร์มใหม่สำหรับโรงเรียนท้องถิ่น ผู้ดูแลฟาร์มเล่าว่ากะหล่ำปลีที่ปลูกไว้จะโตเต็มที่ในอีกราวสองเดือนครึ่ง และฟาร์มกะหล่ำเล็ก ๆ แห่งนี้แห่งเดียวก็เลี้ยงนักเรียนได้ แต่จิมมี่ชี้ว่าฟาร์มอีกหลายล้านแห่งทั่วกานาไม่ได้มีเรื่องราวดี ๆ แบบนี้

พื้นที่นี้เป็นชุมชนเกษตรกรรม พ่อแม่ส่วนใหญ่ปลูกโกโก้ และเด็ก ๆ ก็ต้องทำงานเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวด้วย ครูยืนยันว่านักเรียนสี่ในห้าคนเคยทำงานในไร่โกโก้ก่อนจะมาสมัครเรียน และว่าตอนนี้เด็ก ๆ ได้รับการศึกษาแทนการทำงานในไร่ เพียงเพราะได้กินอาหารฟรี อาหารทำให้เด็ก ๆ มาสมัครเรียน มาโรงเรียน และอยู่เรียนต่อ

สัตว์เลี้ยงเพื่อรายได้ของครอบครัว

ทีมงานเสนออีกวิธีหนึ่งในการทำให้เด็กอยู่ในโรงเรียนต่อ คือซื้อสัตว์เป็นคู่ ๆ หลายสิบคู่ เช่น วัว มอบให้ครอบครัว ตรรกะที่จิมมี่อธิบายคือเมื่อครอบครัวมีรายได้เพิ่ม ก็จะส่งลูกไปเรียนได้แทนการให้ลูกทำสวน ครอบครัวหนึ่งยืนยันว่าลูกจะได้ไปโรงเรียนเป็นวันแรกในวันรุ่งขึ้น

การแจกสัตว์มีเหตุการณ์วุ่นวายเป็นสีสัน จิมมี่ให้ทาริกพาแพะสิบตัวออกมาพร้อมกัน แต่แพะวิ่งหนีกระจัดกระจาย จิมมี่จึงพูดติดตลกว่าทาริก "โดนไล่ออก"

ช็อกโกแลตและงานของ Feastables

จิมมี่ฉลองช่วงเวลาที่กานาด้วยการให้เด็ก ๆ ลองชิมช็อกโกแลต ซึ่งเด็ก ๆ บอกว่าชอบ และยังให้ดูโดรนที่ถ่ายภาพพวกเขาจากมุมสูง ชาวบ้านร้องเพลงต้อนรับทีมงาน

จากนั้นจิมมี่กลับมาที่ประเด็นจริงจัง โดยระบุว่าเด็กในครอบครัวที่ทำไร่โกโก้ในกานาถึง 45 เปอร์เซ็นต์ต้องตกอยู่ในการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย เพื่อต่อต้านปัญหานี้ Feastables กำลังร่วมมือกับเกษตรกรจัดตั้งระบบเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาแรงงานเด็ก เพื่อช่วยเด็ก ๆ ให้ออกจากการใช้แรงงานและกลับเข้าเรียน ตัวแทนชุมชนกล่าวว่าพวกเขาหวังมาตลอดว่าจะมีโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ตอนนี้ก็มีแล้ว และหวังว่าโครงการนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายปี หรือตลอดไป

สหรัฐฯ: ปัญหาไม่ใช่การขาดอาหาร แต่คือการทิ้งอาหาร

จิมมี่อธิบายว่าในสหรัฐฯ การยุติความหิวโหยต้องใช้วิธีที่ต่างออกไป เพราะอเมริกาผลิตอาหารได้มากจนเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ถูกทิ้งไปเฉย ๆ เขากล่าวว่าถ้ารักษาอาหารที่ถูกทิ้งไว้ได้เพียงราว 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะยุติความหิวโหยในสหรัฐฯ ได้ "ในทางทฤษฎี"

ประเด็นนี้พาทีมงานไปที่ตลาดค้าส่งผักผลไม้ฟิลาเดลเฟีย ซึ่งจิมมี่ระบุว่าเป็นหนึ่งในตลาดอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา โดยในแต่ละปีมีอาหารค้างสต็อกถึงสิบล้านปอนด์ที่ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ นี่คือจุดที่อีแวนและองค์กรไม่แสวงหากำไร Sharing Excess เข้ามาช่วย

Sharing Excess กับการคัดแยกอาหารที่ยังกินได้

เหตุผลของการทิ้งอาหารถูกอธิบายผ่านตัวอย่างมันฝรั่ง เมื่อพ่อค้าขายสินค้าไม่ได้ ทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือทิ้ง บางคนอาจปฏิเสธมันฝรั่งเพียงเพราะจะหมดอายุในอีกหนึ่งเดือน แต่สำหรับจิมมี่ คำถามที่ตามมาก็คือทำไมไม่นำไปให้คนที่หิว อีแวนเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่คิดง่าย ๆ Sharing Excess รวบรวมอาหารนับล้านปอนด์ที่ปกติจะถูกทิ้งด้วยเหตุผลที่จิมมี่เรียกว่าไร้สาระ

วิธีคัดแยกก็เรียบง่าย ถ้ายังดูดีอยู่ก็ใส่กล่อง ถ้าไม่ดีก็โยนลงถัง เมื่อจิมมี่ถามว่าทำแค่นี้จริงหรือ อีแวนตอบว่าใช่ เพราะถ้าซับซ้อนเกินไปคนอื่นก็จะไม่ทำ ระหว่างคัดแยก ทีมงานแซวกันเรื่องขนาดพริกหยวกของทาริกกับโนแลน

อาหารทั้งหมดในอาคารนั้นเพิ่งได้รับบริจาคในวันเดียว และข้างนอกยังมีอีกมาก อีแวนบอกว่าต้องการรถบรรทุกเพิ่มเพื่อขนอาหารทั้งหมดที่ขอรับมาได้ ตลาดนี้และตลาดอื่น ๆ มีอาหารมากจนแม้แต่ Sharing Excess ก็ยังแจกจ่ายได้ไม่หมดก่อนอาหารเสีย ตามที่เล่าในคลิป ถ้ามีรถบรรทุกเพิ่มอีกเพียงคันเดียว พวกเขาจะขนอาหารได้เพิ่มอีกเจ็ดล้านปอนด์ต่อปี

รถบรรทุกใหม่และสิ่งที่ทำได้ในหนึ่งวัน

จิมมี่ให้อีแวนปิดตา แล้วเปิดเผยเซอร์ไพรส์ว่าเป็นรถบรรทุกคันใหม่ พร้อมบอกว่าเงินจากยอดวิวจะมอบให้ Sharing Excess เพื่อเติมอาหารให้รถคันนี้ไปได้อีกหลายปี

คลิปแสดงให้เห็นว่ารถบรรทุกเพิ่มเพียงหนึ่งคันทำอะไรได้บ้างในหนึ่งวัน เริ่มจากส่งวัตถุดิบให้ครัว Double Trellis Food ซึ่งทำอาหารระดับกูร์เมต์ให้ผู้ยากไร้ทุกวัน วัตถุดิบทั้งหมดที่เห็นในครัวคือของที่เกือบจะถูกทิ้ง อาหารที่ทำในวันนั้นเลี้ยงผู้คนได้ 600 คน ขณะที่รถบรรทุกยังมีผลผลิตสดเหลืออีกหลายพันปอนด์ ซึ่งนำไปเติมตู้เย็นชุมชนหลายแห่ง แจกจ่ายให้คนบนท้องถนนด้วยมือ และจัดกิจกรรมแจกอาหารของทีมเองที่นอร์ทแคโรไลนา ซึ่งมีผู้คนหลายร้อยคนมารับ ทีมงานระบุว่ากิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจาก DoorDash

เช็คสองใบและเป้าหมายที่ขึ้นกับผู้ชม

หลังกิจกรรมแจกอาหาร จิมมี่มอบเช็คสองใบให้อีแวน ใบแรกเป็นเช็คสำหรับอาหาร 600,000 มื้อ เพื่อให้ถึงเป้าหนึ่งล้านมื้อที่ประกาศไว้ก่อนอัปโหลดคลิป ส่วนใบที่สองเป็นเช็คเปล่า จิมมี่บอกว่าเขาไม่รู้ว่าจะเขียนจำนวนเท่าไร เพราะขึ้นอยู่กับว่าจะมีคนดูคลิปมากแค่ไหน และจะกรอกจำนวนเงินตามยอดวิวหลังคลิปเผยแพร่ เพื่อให้อีแวนนำไปแจกอาหารแก่ผู้ยากไร้

นอกจาก DoorDash แล้ว โทนี่ ร็อบบินส์ ก็เข้ามาร่วมสนับสนุนทุนค่าอาหาร โดยฝากข้อความว่าทุกยอดวิวช่วยเพิ่มมื้ออาหาร และประกาศบริจาคอาหาร 10 ล้านมื้อ พร้อมสมทบกับเงินบริจาคของทุกคนที่อยากร่วม จิมมี่สรุปว่าด้วยความช่วยเหลือจากโทนี่และ DoorDash ทุก ๆ 20 วิวจะเท่ากับอาหารหนึ่งมื้อสำหรับผู้ยากไร้ ตัวเลขสุดท้ายบนเช็คเปล่าจึงยังไม่มีคำตอบ และจะขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ดูคลิปนี้