100 ชั่วโมงในมหาพีระมิดแห่งกีซา: ตามหาหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้ติดตามจิมมี่ (MrBeast) และเพื่อนร่วมทีม คาร์ล แชนด์เลอร์ โนแลน และทาริก ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพีระมิดและสุสานบนที่ราบสูงกีซาแบบที่จิมมี่บอกว่า "ไร้ข้อจำกัด" ในเวลา 100 ชั่วโมง หลายจุดเป็นพื้นที่ที่ปกติคนทั่วไปเข้าไม่ได้ตามกฎหมาย เพราะอันตรายหรือเพราะต้องอนุรักษ์ คำถามที่ใช้ร้อยทั้งคลิปคือใครสร้างพีระมิด จิมมี่ยกสามคำตอบขึ้นมาเทียบกัน ได้แก่ อารยธรรมที่มีมาก่อนอียิปต์ เอเลี่ยน หรือชาวอียิปต์ยุคแรกที่สร้างเป็นสุสานให้กษัตริย์ตามที่นักอียิปต์วิทยายืนยัน เขาสัญญาว่าตอนจบคลิปจะได้รู้ว่าทฤษฎีไหนจริง ตลอดการเดินทางมีไกด์ชื่อรามี ผู้อำนวยการที่ราบสูงกีซาชื่ออัชราฟ และ ดร.ซาฮี ฮาวาส (Zahi Hawass) เป็นผู้อธิบาย

11 นาทีในการอ่าน

มหาพีระมิดคูฟู: ห้องฝังพระศพที่ยังพูดได้แค่ว่า "เชื่อว่า"

การสำรวจเริ่มในมหาพีระมิด จิมมี่บอกว่ามีคนเอาหินมาวางที่นี่เมื่อราว 4,500 ปีก่อน และฝ่ายผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าพีระมิดมีอายุประมาณนั้น ตามคำอธิบายของนักอียิปต์วิทยา ทางเดินนี้นำไปสู่สุสานของกษัตริย์คูฟู ฟาโรห์ที่ "อาจ" เป็นผู้สั่งให้สร้างพีระมิด คณะเดินผ่านแกรนด์แกลเลอรีขึ้นไปยังห้องที่ถือกันว่าเป็นที่พำนักสุดท้ายของกษัตริย์ ซึ่งเมื่อราว 4,600 ปีก่อนอาจเคยมีพระศพมัมมี่ของฟาโรห์อยู่

จิมมี่ถามว่าคณะได้เห็นพีระมิดนี้ไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ผู้นำทางตอบว่าเราอาจไม่มีวันรู้คำตอบ ความไม่แน่นอนแบบนี้โผล่มาอีกครั้งในห้องกษัตริย์ เมื่อผู้นำทางพูดว่า "เราเชื่อว่า" ที่นี่คือที่พำนักสุดท้าย จิมมี่ถามว่าทำไมไม่พูดให้เด็ดขาด ผู้นำทางตอบว่าเขาคิดว่าที่ใดที่หนึ่งในพีระมิดยังมีห้องที่ไม่มีใครค้นพบ และห้องนั้นอาจมีพระศพของกษัตริย์อยู่ จิมมี่จึงวางแผนสำรวจพีระมิดตั้งแต่ใต้ดินลึกหลายร้อยฟุตไปจนถึงจุดสูงสุดของพีระมิดโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ช่วงกลางคืน คณะพักที่แคมป์ที่มีโต๊ะกินข้าว เต็นท์ และไฟส่องพีระมิดให้มองเห็นได้จากแคมป์ จิมมี่นัดทุกคนเริ่มงานตีห้าของวันรุ่งขึ้น

พีระมิดคาเฟร: หินหุ้มที่ยังเหลือ และห้องฝังพระศพที่มีรอยขีดเขียน

พีระมิดแห่งที่สองคือพีระมิดคาเฟร ผู้นำทางอธิบายว่าพีระมิดนี้ทำให้รู้ว่าหินหุ้มภายนอกของพีระมิดเคยมีหน้าตาอย่างไร เพราะยังมีส่วนที่เหลือให้เห็นอยู่ จิมมี่แซวว่า "หลังจากเอเลี่ยนสร้างขึ้น" แล้วถูกตอบกลับทันทีว่าไม่มีเอเลี่ยน มุกนี้กลายเป็นมุกประจำของคลิป

รามีพาคณะลงไปใต้ดินเกือบ 100 ฟุต ลึกเข้าไปในพีระมิด จิมมี่บรรยายว่าเป็นที่ที่แทบไม่มีใครในยุคปัจจุบันเคยไป ห้องแรกที่เจอเคยถูกเชื่อว่าเป็นห้องเก็บพระศพของคาเฟรมานาน แต่ตอนนี้ใช้เป็นที่เก็บของ เพราะพีระมิดกำลังบูรณะอยู่ จากนั้นรามีพาไปยังห้องฝังพระศพจริงที่ครั้งหนึ่งเชื่อว่ามีพระศพของคาเฟร ห้องนี้มีเพดานสูงใหญ่

บนผนังมีรอยเขียนพร้อมวันที่ ผู้นำทางอธิบายว่าเป็นของคนที่อ้างว่าเป็นผู้ค้นพบสุสานนี้ จิมมี่ถามติดตลกว่าถ้าลงไปนอนในจุดที่ฟาโรห์เคยถูกฝังจะถือเป็นการลบหลู่ไหม ผู้นำทางตอบว่าถ้าเป็นเขา เขาจะห่วงเรื่องคำสาปมากกว่า จิมมี่ไม่ลองและรีบออกจากห้อง ขณะเดียวกันเขาก็ยอมรับว่าสุสานกษัตริย์ยังไม่ได้ให้คำตอบอะไรมากนัก ความหวังจึงไปอยู่ที่ "ประตูสู่พิภพ" ใต้ดินลึกลงไปอีก

สุสานเทพโอซิริส: อากาศเบาบาง กะโหลกอายุ 3,000 ปี และช่องที่ไม่รู้ปลายทาง

จุดต่อมาคือสุสานที่เรียกว่าสุสานเทพเจ้าโอซิริส ผู้นำทางบอกว่ามีคนมาที่นี่น้อยมาก ในเชิงความเชื่อ ที่นี่คือหลุมศพของเทพแห่งยมโลกที่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน ทางลงเป็นบันไดลึกมาก และเมื่อมีคนถามว่าถ้าตกจะเป็นอย่างไร คำตอบคือตายแน่นอน ระหว่างทางจิมมี่ถูกส่งชิ้นส่วนมาให้ถือ ก่อนจะได้รู้ว่าเป็นกะโหลกมนุษย์อายุราว 3,000 ปี

ทีมรู้ล่วงหน้าว่าข้างล่างลึกมากจนอาจหมดสติเพราะขาดออกซิเจน ด้านล่างมีน้ำขัง และจิมมี่บอกว่าเห็นได้ชัดว่าอากาศเบาบางมาก กลางห้องมีโลงหินที่ผู้นำทางเรียกว่าโลงศพของเทพโอซิริส และกล่าวกันว่าเป็นประตูสู่ยมโลก จิมมี่ลงไปในโลงนั้นจริง ๆ แล้วบ่นขำ ๆ ว่าตัวเองเป็นแค่ยูทูบเบอร์ มาทำอะไรที่นี่

มุมขวาสุดของห้องมีช่องลมที่ผู้นำทางบอกว่าไม่มีใครรู้ว่าไปสิ้นสุดที่ไหน คาร์ลปีนเข้าไปทั้งที่แชนด์เลอร์ขอให้จิมมี่ห้าม คาร์ลรายงานว่าเขาอยู่ตรงจุดเลี้ยวของช่อง ทางแคบลงจนแทบติด และขยับได้แค่ราวหนึ่งนิ้ว ทีมอยู่ข้างล่างนานเกินขีดจำกัดที่ปลอดภัยสำหรับออกซิเจน จึงต้องรีบออกมา ช่องลมนี้จึงยังไม่มีใครรู้ปลายทางเช่นเดิม จิมมี่บอกว่าเขาอยากมีชีวิตอยู่นานพอจะได้สำรวจส่วนอื่นของมหาพีระมิดที่เขาบรรยายว่า มีคนยุคปัจจุบันเคยเข้าไปน้อยกว่าจำนวนคนที่เคยไปอวกาศ

พีระมิดเมนเคอเร: ห้องแรกที่มีงานแกะสลัก และห้องที่ใช้เพดานโค้งรับน้ำหนัก

หลังขี่อูฐผ่านกลุ่มพีระมิด อัชราฟพาคณะไปพีระมิดแห่งที่สาม คือพีระมิดเมนเคอเร ด้านล่างยังเห็นหินแกรนิตบางส่วนจากราว 4,600 ปีก่อนหลงเหลืออยู่ อัชราฟเทียบภาพจำลองว่าพีระมิดเคยหน้าตาอย่างไร กับสิ่งที่เหลืออยู่ในวันนี้หลังผ่านไปเกือบ 5,000 ปี จิมมี่ขออนุญาตให้โนแลนปีนขึ้นไปดูข้างบน แล้วให้อัชราฟแกล้งตะโกนเรียกให้ลงมาเหมือนทำผิด โนแลนตกใจ คิดว่าตัวเองจะโดนจับ ก่อนจะรู้ว่าเป็นการแกล้ง

ภายในพีระมิด ทางลงแรกพาไปยังทางเดินลึก 100 ฟุตใต้ดิน และห้องที่อัชราฟบอกว่าเป็นห้องแรกในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณที่มีการแกะสลักตกแต่ง ลวดลายเป็นประตูหลอก อัชราฟอธิบายว่าก่อนหน้านี้ไม่มีการตกแต่งภายในพีระมิดเลย ยกเว้นที่นี่ และงานแกะสลักนี้มีอายุ 4,600 ปี

ลึกเข้าไปเป็นห้องโถงหน้า จิมมี่ถามถึงอุโมงค์ด้านบนว่ามีอะไร อัชราฟตอบว่าไม่มีอะไร แม้ไม่เคยขึ้นไป แต่มองเห็นได้จากจุดที่ยืนอยู่ว่าเป็นแค่อุโมงค์ จิมมี่ตอบว่าต้องช่างสงสัยไว้ก่อน อัชราฟอธิบายว่าพีระมิดเมนเคอเรมีชื่อเรื่องทางเดินที่ซับซ้อน และมีช่องทางลงสุดท้ายไปสู่ห้องฝังพระศพ ห้องของกษัตริย์มีเพดานโค้งเพื่อช่วยรับน้ำหนัก เมื่อจิมมี่ถามว่า 5,000 ปีก่อนพวกเขารู้วิธีนี้ได้อย่างไร คำตอบคือ ถ้าสร้างพีระมิดได้ ก็สร้างได้ทุกอย่าง

ตอนเดินกลับ จิมมี่ถามถึงพีระมิดเล็กสามแห่งข้าง ๆ อัชราฟอธิบายว่าเมนเคอเรสร้างไว้ให้มเหสีสามองค์ บทสนทนาเลยไปเป็นมุกแซวโนแลนเรื่องหาแฟน

อัชราฟกับคำถามเรื่องเอเลี่ยน

ก่อนอัชราฟกลับ จิมมี่ถามความเห็นของเขาตรง ๆ ว่าเอเลี่ยนไม่ได้สร้างพีระมิดใช่ไหม อัชราฟตอบว่าอียิปต์มีพีระมิด 124 แห่งทั่วประเทศ และพูดเชิงประชดว่าคงไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะเรียกเอเลี่ยนมาสร้างให้ได้ เขายืนยันว่าชาวอียิปต์คือผู้สร้าง และหันไปบอกทาริกว่าอย่าพูดถึงเอเลี่ยนอีก ประโยค "ถ้าคุณสร้างพีระมิดได้ คุณก็ทำได้ทุกอย่าง" ถูกพูดซ้ำอีกครั้งตรงนี้ จิมมี่ตีความว่า "ทุกอย่าง" คงรวมถึงประติมากรรมครึ่งคนครึ่งสิงโตขนาดยักษ์ด้วย ซึ่งก็คือสฟิงซ์

สฟิงซ์ ดร.ซาฮี และข่าวลือเรื่องวิหารทองคำ

ที่สฟิงซ์ จิมมี่พบ ดร.ซาฮี ซึ่งเขาแนะนำว่าเป็นผู้ค้นพบแทบทุกอย่างในบริเวณนี้ จิมมี่บอกว่าเคยอ่านในอินเทอร์เน็ตว่ามีวิหารที่เต็มไปด้วยทองคำฝังอยู่ใต้สฟิงซ์ และเขามาหาคำตอบว่าใครถูก ระหว่าง ดร.ซาฮี กับทฤษฎีสมคบคิด ซาฮีพาเขาไปยังช่องทางเข้าที่ตัวสฟิงซ์ จิมมี่มุดลงไปได้ แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงรูว่างเปล่า ซาฮีจึงให้เขาประกาศต่อหน้ากล้องว่าข้างในสฟิงซ์ไม่มีอะไร

จากนั้นซาฮีชวนจิมมี่ "สร้างประวัติศาสตร์" ด้วยการฝากข้อความถึงอนาคต ซาฮีประเมินว่ากระดาษจะอยู่ในนั้นได้หลายพันปี จิมมี่ฝังจดหมายพร้อมของเล่นสีทองชิ้นหนึ่ง แล้วพูดติดตลกว่าทฤษฎีสมคบคิดคงถูกแล้ว เพราะตอนนี้ในสฟิงซ์มีทองแล้วจริง ๆ ระหว่างนั้นทีมคนอื่นได้นั่งเฮลิคอปเตอร์บินชมรอบพื้นที่ จิมมี่บอกว่าไม่รู้ว่าทีมโน้มน้าวกองทัพและรัฐบาลอียิปต์ได้อย่างไร ซาฮียังบอกล่วงหน้าว่าเมื่อขึ้นไปถึงยอดมหาพีระมิด เขาจะให้กล้องได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

สุสานเอเมอรี: ภาพเขียนสี 4,600 ปีที่เล่าชีวิตประจำวัน

ก่อนไปยอดพีระมิด รามีพาไปยังสุสานที่ในคลิปเรียกว่า "สุสานเอเมอรี" ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถ้าใครเข้าไปถือว่าผิดกฎหมาย และต้องไขกุญแจเข้า กฎสำคัญคือห้ามแตะผนังเด็ดขาด โดยเฉพาะโนแลนที่ถูกแซวว่าเป็น "จอมจับผนัง"

ข้างในเต็มไปด้วยภาพเขียนสีสด จิมมี่บอกว่าเป็นห้องที่สวยที่สุดที่เขาเคยเข้า ผู้นำทางอธิบายว่าเป็นสุสานของนักบวชชั้นสูงในยุคนั้น ซึ่งเทียบได้คล้าย ๆ พระสันตะปาปา ที่ไม่ให้ใครเข้าก็เพื่อไม่ให้สีที่รอดมาได้ 4,600 ปีเสียหาย เขาบอกด้วยว่าสุสานแบบนี้บางครั้งสำคัญกว่าพีระมิดเสียอีก เพราะอธิบายวิถีชีวิตของชาวอียิปต์ ตัวอย่างคือภาพที่แสดงวิธีทำไวน์ ตั้งแต่เหยียบองุ่นไปจนถึงบรรจุลงภาชนะ จิมมี่เปรียบว่าเหมือนคลิปสอนทำบนยูทูบเมื่อ 5,000 ปีก่อน อีกภาพแสดงชาวอียิปต์ธรรมดานำอาหาร เบียร์ และเครื่องดื่มอื่นมาถวายแก่เจ้าของสุสาน

หลุมศพคนงาน: โครงกระดูกที่มีร่องรอยของงานหนัก

วันที่สี่ คณะเปลี่ยนจากอูฐเป็นพาหนะที่เร็วกว่า ตอนนั้นเหลือเวลา 22 ชั่วโมง แล้วไปยังหลุมศพคนงานเพื่อร่วมการขุดค้นที่กำลังดำเนินอยู่ โดยมี ดร.ซาฮี เป็นผู้นำชมอีกครั้ง ซาฮีเล่าว่านี่คือที่ฝังศพคนงานสร้างพีระมิดเมื่อราว 4,600 ปีก่อน สุสานอื่นมีภาพเขียนงดงาม แต่คนกลุ่มนี้ยากจน แม้จิมมี่จะมองว่าที่นี่ก็สวยมากเช่นกัน ซาฮีชี้ให้ดูชื่อของชายคนหนึ่งบนผนัง ซึ่งในคำบรรยายภาษาไทยถอดเสียงว่า "เนเฟียร์ ธีส"

จิมมี่ยอมรับว่าเขาเองเคยคิดแบบที่ผู้ชมอาจคิด คืออักษรบนผนังที่บอกว่าคนงานถูกฝังที่นี่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ เขาเปลี่ยนความคิดเมื่อเห็นกะโหลกและโครงกระดูกในหลุม เขาถามซาฮีแทนผู้ชมว่าไม่ได้เอากะโหลกมาวางไว้เองใช่ไหม ซาฮียืนยันว่านี่คือตำแหน่งเดิมของโครงกระดูกจาก 4,600 ปีก่อน และไม่มีการเคลื่อนย้าย จิมมี่ได้ร่วมขุดค้นและพบกระดูกสันหลัง

ซาฮีอธิบายว่าโครงกระดูกทั้งชายและหญิงที่พบที่นี่ล้วนมีร่องรอยความเครียดบนหลัง จิมมี่ถามว่าเป็นเพราะการขนหินหนักสองตันหรือไม่ ซาฮีตอบว่าถูกต้อง จิมมี่สรุปว่านี่คือเหตุผลที่ซาฮีย้ำมาตลอดว่าเอเลี่ยนไม่ได้สร้างพีระมิด เพราะร่างของคนงานอยู่ที่นี่

ใต้มหาพีระมิด 300 ฟุต: ห้องหลอกที่จุดลึกที่สุด

ก่อนขึ้นยอด ไกด์แนะนำให้แวะจุดต่ำที่สุดก่อน ทางลงเป็นอุโมงค์ยาวกว่า 300 ฟุต จิมมี่ถามว่าทำไมฟาโรห์ไม่สร้างบันไดสวย ๆ ขึ้นยอดไปเลย คำตอบคือเพราะต้องการปกป้องมัมมี่และสมบัติ ซึ่งเป็นจุดประสงค์ของการสร้างพีระมิด จิมมี่ซึ่งสูงหกฟุตห้านิ้วบ่นว่าความสูงทำให้เขาเสียใจ ทีมคลานในทางแคบเกือบชั่วโมงจนเจ็บเข่า รู้สึกเหมือนโดนฝังทั้งเป็น และจิมมี่เริ่มมึนหัว

ด้านล่างสุดเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ผู้นำทางเล่าว่าตอนค้นพบครั้งแรกไม่มีอะไรอยู่เลย เขาเรียกว่าห้องหลอกอีกห้อง และบอกว่าห้องหลอกแบบนี้มีอยู่ที่จุดลึกที่สุดของพีระมิดทุกแห่ง จิมมี่ถามว่าคนงานลำบากขนาดนี้เพื่อสร้างห้องหลอกจริงหรือ ผู้นำทางตอบว่าใช่ และนั่นทำให้ต้องสงสัยว่าห้องที่พบแล้วเป็นห้องจริง หรือเป็นห้องหลอกด้วย ในคลิปมีการบรรยายว่าเรื่องนี้บอกเป็นนัยว่าพระศพของคูฟูอาจยังอยู่ที่ใดที่หนึ่งในพีระมิด และสนับสนุนว่าพีระมิดถูกสร้างเป็นสุสานของกษัตริย์อียิปต์ จิมมี่ประกาศว่าพวกเขาเป็นคนที่ลงไปลึกที่สุด แล้วมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดต่อ

ห้องลับเหนือห้องกษัตริย์: ชื่อ "แก๊งของคูฟู"

ซาฮีให้จิมมี่เลือกคนไปด้วยได้แค่ห้าคน ทีมจึงเป่ายิ้งฉุบกัน และโนแลนแพ้ จากนั้นทางเดินพาคณะกลับมายังเส้นทางเดียวกับวันแรกที่ใช้ไปห้องของกษัตริย์ แต่ครั้งนี้มุ่งไปห้องลับด้านบน ซึ่งในคลิปบอกว่าตลอด 5,000 ปีมีคนขึ้นไปไม่ถึง 50 คน การปีนยากกว่าที่จิมมี่คาด ปลายบันไดนำไปสู่ทางเดินแคบอีกทาง และใช้เวลาราวชั่วโมงสุดท้ายของชาเลนจ์ ซาฮีอธิบายว่าเหนือห้องกษัตริย์มีห้องซ้อนกันหลายชั้น สองห้องอยู่ด้านล่าง ส่วนห้องที่สำคัญที่สุดคือห้องหมายเลขสาม สี่ และห้า เมื่อจิมมี่ถามว่าซาฮีปีนขึ้นมาได้อย่างไร ซาฮีตอบว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้

ห้องบนสุดมีค้างคาวเต็มไปหมด เหลือเวลาอีกราวสองนาที ซาฮีเรียกจิมมี่ไปดูสิ่งที่สัญญาไว้ คือรอยเขียนชื่อของกลุ่มคนงานที่ช่วยกันสร้างพีระมิด ซาฮีแปลทีละส่วนว่า "เฮเบอร์" แปลว่าทีม "ซิมซู" แปลว่าเพื่อน และมีคาร์ทูชพระนามคูฟู รวมแล้วหมายถึงกลุ่มเพื่อนหรือ "แก๊งของคูฟู" ซาฮียืนยันว่าข้อความนี้เขียนไว้เมื่อ 4,600 ปีก่อน

ข้อสรุปในคลิป: ชาวอียิปต์คือผู้สร้าง

จิมมี่ปิดท้ายด้วยการไล่หลักฐานที่ได้เห็นตลอดทาง ได้แก่ หลุมศพคนงาน โครงกระดูกที่ฝังอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งมีร่องรอยจากการใช้แรงงานหนัก ใต้สฟิงซ์ที่ไม่มีทั้งวิหารทองคำและเอเลี่ยน และรอยเขียนบนผนังห้องบนสุด คลิปนำเสนอรอยเขียนนี้ว่าเป็นหลักฐานชัดเจนสำหรับคนที่ไม่เชื่อว่าชาวอียิปต์โบราณสร้างพีระมิดเป็นสุสานให้ฟาโรห์ คำตอบที่ได้จึงตรงกับที่ซาฮีและอัชราฟพูดไว้ คือ "ชาวอียิปต์ เราคือผู้สร้าง"

ถึงอย่างนั้น บางคำถามที่เปิดไว้ระหว่างทางก็ยังไม่ได้คำตอบในคลิป ทั้งช่องลมในสุสานโอซิริสที่ไม่มีใครรู้ปลายทาง และความเป็นไปได้ที่ผู้นำทางพูดถึงตั้งแต่ต้น ว่ายังมีห้องที่ไม่ถูกค้นพบซึ่งอาจมีพระศพของคูฟูอยู่ จิมมี่ทิ้งท้ายว่าเขาไม่รู้ว่าทำไมอียิปต์ถึงยอมให้ทีมมาทำเรื่องแบบนี้ แต่รู้สึกขอบคุณประเทศนี้มาก