ขังเดี่ยว 7 วันในห้องสีขาว: บันทึกการทดลองที่จิมมี่ยอมรับว่าประเมินความยากต่ำเกินไป
MrBeast ミスタービーストในคลิปนี้ จิมมี่ (MrBeast) ตั้งเป้าจะอยู่ในห้องขังเดี่ยวสีขาวให้ครบ 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง ตลอดช่วงนั้นเขาห้ามคุยกับใครและไม่มีสิ่งเร้าใด ๆ คำถามหลักของคลิปจึงไม่ใช่แค่ว่าเขาจะอยู่ครบหรือไม่ แต่คือจิตใจของคนคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อถูกตัดขาดจากผู้คน เวลา และกิจกรรมเกือบทั้งหมด ตลอดคลิปมีจิตแพทย์คอยเฝ้าดูและอธิบายพฤติกรรมของเขาจากภายนอก
กติกา ความเสี่ยง และคำเตือนจากจิตแพทย์
จิมมี่บอกตั้งแต่ต้นว่าการท้าทายนี้อาจเป็นอันตรายต่อสภาพจิต จึงต้องมีแพทย์คอยเฝ้าไม่ให้เขาเสียสติ จิตแพทย์ที่ร่วมรายการบอกว่าตนทำงานด้านจิตเวชมา 23 ปี และจากที่เคยเห็นมา การอยู่ในห้องขาวแบบนี้เกิน 50 ชั่วโมงอาจทำให้จิตใจเสียหายถาวร ขณะที่จิมมี่จะอยู่ถึง 168 ชั่วโมง แพทย์จึงประเมินว่ามีโอกาสที่เขาจะเริ่มเสียสติจริงจนต้องดึงตัวออกมา
เมื่อมีคนถามว่าครั้งนี้ยากกว่าตอนที่จิมมี่เคยถูกฝังทั้งเป็น 7 วันหรือไม่ แพทย์ตอบว่ายากกว่ามาก เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้คุยกับใครเลย แพทย์อธิบายว่าถ้าสมองไม่ได้รับข้อมูลเข้ามาเลย จะเกิดความฟั่นเฟือน ภาพหลอน และความหวาดระแวง
ของที่จิมมี่มีใช้ตลอดสัปดาห์มีเพียงเตียง สมุดจดกับปากกา ขวดน้ำแบบใช้ซ้ำได้ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่หนึ่งก้อน โถส้วม และอ่างล้างมือ เขาบอกว่าพอเห็นของเท่านี้ก็เข้าใจทันทีว่างานนี้จะยากแน่
อาหารผ่านสายพาน และการจงใจทำให้สับสนเรื่องเวลา
อาหารส่งเข้ามาทางสายพานที่ยาวกว่า 100 ฟุต เพื่อให้จิมมี่ได้กินโดยไม่ต้องพูดกับใคร ทีมงานเล่าว่าจะส่งอาหารแบบสุ่มเวลาเพื่อให้เขาเดาเวลาผิด เช่น ตอนหกโมงเย็นอาจส่งอาหารเช้าเข้าไป
ผลปรากฏเร็วมาก ในชั่วโมงแรก ๆ จิมมี่คิดว่าอยู่มาประมาณ 14 ชั่วโมงแล้ว แต่ความจริงเขาเดาผิดไป 2 ชั่วโมง ตอนนั้นเขาบอกว่าสิ่งที่ลำบากที่สุดคือยังไม่ได้กินอะไร และนึกเสียดายที่ไม่ได้กินให้เยอะก่อนเข้ามา ห้องนี้เก็บเสียง ทำให้ต่อให้อาหารมาถึงแล้วเขาก็ไม่รู้ จนไปตรวจดูอีกสองชั่วโมงต่อมาถึงได้เจอ อาหารที่ได้ทั้งเย็นและเปียกชุ่ม แต่เขาบอกว่าอร่อยมาก เพราะโหยหาความรู้สึกใด ๆ ก็ตาม
ระหว่างนั้นเขายังนับแผ่นบุผนังเพื่อฆ่าเวลา ได้ 1,900 แผ่น และถ้ารวมเพดานกับพื้นจะเป็น 2,860 แผ่น เขายังเล่าความกังวลว่าฉากห้องขังมีโซ่เหล็กพันรอบจริง ๆ ถ้าไฟไหม้ เขาคงถูกเผาทั้งเป็นก่อนที่ทีมงานจะเปิดเข้ามาได้ จากนั้นก็ตัดสินใจไปคิดเรื่องอื่นแทน
ของธรรมดากลายเป็นของเล่น
จิมมี่พยายามทำให้ร่างกายตื่นตัวและหาอะไรทำกับของที่มี เช่น เล่นกับจานโลหะ จิตแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าเมื่อยึดทุกอย่างไปจากคน ของธรรมดาอย่างจานโลหะก็สนุกได้พอ ๆ กับไอโฟน แพทย์ยังพูดว่าถ้าเขาต้องสนุกกับกิจกรรมธรรมดาแบบนี้ตั้งแต่ตอนนี้ ตนคิดว่าเขาคงอยู่ไม่ถึง 7 วัน และเขาจะกระสับกระส่ายเพราะความเบื่อ ก่อนเข้านอนคืนแรก จิมมี่บอกว่ารู้สึกเหมือนสูญเสียความเป็นคนไปมาก
วันที่ 2: นอนไม่หลับและเริ่มหวาดระแวง
ในชั่วโมงที่ 34 จิมมี่คิดว่าผ่านไป 40 ชั่วโมงแล้ว คลาดไป 6 ชั่วโมง การเสียการรับรู้เวลายังสร้างปัญหาอื่นตามมา เขานอนไม่หลับไม่ว่าจะทำอย่างไร และบอกว่าแสงในห้องทำให้สมองปั่นป่วน จิตแพทย์อธิบายว่าที่เขานอนไม่หลับเป็นเพราะร่างกายไม่จำเป็นต้องนอน เขาแค่อยากหลับให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ แต่สิ่งที่ควรทำคือหากิจกรรมทำระหว่างที่ตื่นอยู่ เมื่อเห็นจิมมี่ปีนผนัง แพทย์ตีความว่าธรรมชาติของมนุษย์ต้องการอิสระ และเขากำลังถดถอยสู่สัญชาตญาณดิบ
การส่งอาหารแบบสุ่มยิ่งทำให้เขาสับสน เมื่อมื้อที่สองมาถึง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที และไม่รู้ว่ามื้อแรกวางอยู่บนสายพานมานานแค่ไหน เขาลังเลว่าควรกินทั้งสองมื้อหรือไม่ และกังวลว่าทีมงานจะรู้สึกแย่ที่เขากินมื้อเช้าไปนิดเดียว แพทย์ชี้ว่าอาการแบบนี้คือความหวาดระแวงเล็กน้อย ซึ่งจะยิ่งแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งที่ตอนนั้นเพิ่งวันที่ 2
เขาลองนับเลขดูว่านับได้ถึงเท่าไร และนับจนถึง 1,000 แพทย์บอกว่ายิ่งนานไป เขาจะหมดกิจกรรมไร้แบบแผนให้ทำ ภายหลังจิมมี่ยอมรับว่าแพทย์พูดถูก เพราะในช่วงหลังของการท้าทาย เขาเกือบเสียสติจริง ๆ
แผนหลับให้มากที่สุดและผลข้างเคียงของมัน
จิมมี่วางแผนจะหลับให้มากเพื่อฆ่าเวลา เขาบอกว่าแผนนี้ได้ผลจริงในแง่ฆ่าเวลา แต่ทำร้ายเขาในด้านอื่น ตัวอย่างหนึ่งคืออาหารที่วางรออยู่บนสายพานถึง 7 ชั่วโมงขณะที่เขาหลับ จนทั้งเปียกและเย็นชืด เขาบอกว่ายอมแลกทุกอย่างกับไอศกรีมก้อนที่ละลายไปแล้ว
เขายังสังเกตอารมณ์ของตัวเองว่า ปกติเวลาถ่ายหลายคลิปพร้อมกันเขาจะเครียดมาก แต่ตอนนี้ไม่ได้เครียดขนาดนั้น กลับรู้สึกวิตกกังวลมากแทน เพราะกลัวพลาดเรื่องเจ๋ง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก เขาบอกว่าเป็นอารมณ์ที่แปลกและต่างจากที่เคยมี และรู้สึกว่าการอยู่เฉย ๆ นั้นยากจริง ๆ จนเริ่มหนักทางจิตใจ
ชั่วโมงที่ 65: สร้างโลกในหัว และนับเม็ดข้าว
ในชั่วโมงที่ 65 จิมมี่ลองหัดยืนด้วยมือ และบ่นว่าอยากให้มีคนสอนพื้นฐานก่อนเข้ามา แพทย์อธิบายว่าเขาจะต้องสร้างภาพที่มีอยู่แค่ในหัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรง ซึ่งจิมมี่ก็ทำจริง โดยนึกภาพว่ากำลังเดินในสวนที่มีหญ้าสีเขียว มีคนตกปลา อากาศแจ่มใส และมีเสียงนก ทีมงานที่เฝ้าดูบอกว่ากำลังดูเขาใกล้บ้าเข้าไปเรื่อย ๆ
เมื่อได้อาหารเป็นข้าว มันเทศ และสเต็ก ซึ่งเขาบอกว่าเป็นมื้อที่ดีที่สุดในการท้าทายจนถึงตอนนั้น จิมมี่ไม่ได้กินข้าวทันทีอย่างคนปกติ แต่นับทีละเม็ดจนได้ข้อสรุปว่ามีข้าว 447 เม็ดบนถาดโลหะ
เดาผิดไปทั้งวัน
พอรู้สึกล้า จิมมี่เดาว่าน่าจะเป็นคืนวันที่ 5 แล้ว แต่ความจริงยังไม่ถึงครึ่งทาง เขาเดาผิดไปหนึ่งวันเต็ม เขาตัดสินใจไปนอนในห้องน้ำซึ่งแสงไม่จ้าเท่าส่วนอื่น และหลับไปได้ 12 ชั่วโมง เขาเรียกว่าเป็นแผนที่ฉลาดที่สุด
เมื่อถึงชั่วโมงที่ 84 ซึ่งเป็นครึ่งทางอย่างเป็นทางการ ทีมงานแจ้งเขาผ่านอาหารโดยใช้สปาเก็ตตีโอส์แบบตัวอักษรเรียงเป็นข้อความว่าเขาถูกขังมา 84 ชั่วโมงแล้ว แต่จิมมี่จำไม่ได้ว่าอาหารนั้นคืออะไร และลืมแม้กระทั่งชื่อขนมปังโรล เขากินตัวอักษรเข้าไปโดยไม่สังเกต จนเหลือ 4 ตัวสุดท้ายจึงเห็นตัว N และคิดว่าทีมงานลืมเอาออก ต่อมาเขานึกได้ว่าควรเอาตัวอักษรมาเรียงเป็นคำเพื่อแลกอาหารเพิ่ม ทีมงานมองว่าเมื่อออกมาเห็นภายหลัง เขาจะรู้สึกโง่มาก
ความหิวที่ไม่ได้มาจากร่างกาย
ช่วงนี้แสงจ้าเริ่มทำให้จิมมี่เครียด เขาปวดหัวมากและหิวมาก จนสงสัยว่าร่างกายเป็นอะไร แพทย์อธิบายว่าเขาได้รับแคลอรีที่จำเป็นแล้ว แต่เพราะขาดกิจกรรม เขาจึงคิดว่าตัวเองหิว ผลคือจิมมี่ไปเช็กหาอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อได้ถุงแมคโดนัลด์ เขาบอกว่าทุกครั้งที่ได้อาหาร มันเหมือน 20 นาทีแห่งความสุขล้วน ๆ เขารู้สึกเป็นมนุษย์อีกครั้งและหยุดยิ้มไม่ได้ แต่ทันทีที่กินหมดก็ซึมเศร้า เพราะคิดว่า "ต้องทำยังไงต่อ" เขาบอกว่าเวลาเริ่มไหลอย่างเชื่องช้า เดาเวลาไม่ถูกเลย และรู้สึกว่าสติปัญญาค่อย ๆ ถดถอย
จากนั้นเขาประดิษฐ์ของเล่นจากของรอบตัว โดยใช้กระดาษห่อชีสเบอร์เกอร์กับแก้วใส่แปรงสีฟันเล่นบาสเกตบอล แล้วลองเปลี่ยนเป็นเบสบอล และปาถาดที่พังไม่ได้จากมื้อแรกเล่น
คำสั่งห้ามปล่อยออก และความอึดอัดจากกล้อง
ในวันที่ 4 จิมมี่สั่งทีมงานว่าไม่ว่าเขาจะอ้อนวอน กรีดร้อง หรือขอร้องแค่ไหน ห้ามปล่อยเขาออกก่อนกำหนด ซึ่งทีมงานรับทราบ ตอนนั้นสัญชาตญาณบอกเขาว่าอยู่มาแล้ว 113 ชั่วโมง เหลืออีก 55 ชั่วโมง และขอให้คนตัดต่อขึ้นข้อความบอกความจริง แพทย์คาดว่าเมื่อเขารู้ เขาอาจโมโหและหวาดระแวง
เขาเริ่มบ่นเรื่องความเป็นส่วนตัวและชี้กล้องที่ติดอยู่ทั่วห้องทีละตัว บอกว่ากล้องเยอะขนาดนี้คงทำให้เขาเป็นบ้า แล้วคิดจะโยนกล้องผ่านช่องสายพานแบบโบว์ลิ่ง แต่กลับโดนนิ้วตัวเอง
จุดต่ำสุดทางจิตใจ
จิมมี่ยอมรับว่าประเมินความยากของคลิปนี้ต่ำไปมาก แค่คิดถึงก็ร้องไห้ เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนสัตว์ เหมือนเสียสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ไปหมด เขาเดาว่าน่าจะถึงกลางวันที่ 5 แล้ว คิดถึงแฟนและเพื่อนในแก๊ง แม้แต่โนแลน และบอกว่าสภาพจิตตอนนี้ตกต่ำที่สุด เขาเล่าว่าอยู่นานจนฝันว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้และคิดว่าเป็นวันที่ 6 หรือ 7 แล้วตื่นมาพบว่าเป็นแค่ความฝัน และบอกว่ายอมจ่ายไม่อั้นเพื่อรู้ว่ากี่โมงแล้ว
เขาไล่เหตุผลว่าทำไมคิดว่าเหลืออีก 33 ชั่วโมง ข้อแรก เขาหลับไปแล้ว 5 รอบ ข้อสอง ปกติเขาขับถ่ายวันละครั้ง และตั้งแต่เข้ามาขับถ่ายไปแล้ว 5 ครั้ง ข้อสาม ขนที่คอขึ้นเยอะมาก ซึ่งปกติต้องใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ เขาบอกว่าถ้ายังเป็นวันที่ 5 หรือแย่กว่านั้นคือวันที่ 4 เขาจะเสียสติแน่
เขายังฝันว่านับเลขถึง 100,000 พอตื่นก็ตัดสินใจวิ่งรอบห้อง 1,000 รอบ เขาบอกว่าเลือกเดินเป็นวงกลมเพื่อไม่ให้ตัวเองบ้า แต่สุดท้าย 1,000 รอบก็มากเกินไปจนเริ่มมึนหัว เขาสรุปว่าลองทุกวิธีเพื่อสร้างความบันเทิงให้ตัวเองแล้ว และต้องยอมรับตามตรงว่าไม่ได้ผล
การแก้แค้นจากผู้เข้าแข่งขัน 100 วัน
คาร์ลพาผู้เข้าแข่งขันสองคนจากชาเลนจ์ติดอยู่ด้วยกัน 100 วัน คือเบลีย์และซูซี่ มาดูจิมมี่ผ่านจอ คาร์ลแนะนำว่านี่คือคนที่ขังพวกเธอไว้ 100 วัน เมื่อถูกถามว่าการท้าทายนี้ง่ายหรือยากกว่าที่พวกเธอทำ คนหนึ่งตอบว่าถ้าเทียบกันแล้วคงอยากให้มีใครอยู่ด้วยมากกว่า
ทั้งคู่วางแผนแก้แค้นด้วยการส่งถาดเปล่าผ่านสายพาน ฝั่งผู้แกล้งพูดว่าไม่สงสารเลยและเขาสมควรโดน จิมมี่ซึ่งอยู่ข้างในเดาทันทีว่าคาร์ลต้องโผล่มาแน่ แล้วทีมก็ส่งอาหารเข้าไปพร้อมถามว่าหิวไหม คนเฝ้าดูให้ความเห็นว่านี่เป็นครั้งที่จิมมี่ได้ออกแรงมากที่สุดในรอบหลายวัน ส่วนจิมมี่ยอมรับว่าตัวเองอาจสมควรโดนแล้ว
หลับคือความสุข ตื่นคือความทุกข์
จิมมี่เปรียบห้องนี้กับโลกหลังความตายที่ต้องอยู่ในห้องสีขาวตลอดกาล ซึ่งคงหดหู่สุด ๆ เขาเล่าว่าเวลาหลับจะฝันเห็นตัวเองอยู่ในโลกภายนอก แต่พอตื่นก็ซึมเศร้า โดดเดี่ยว และทุกข์ทรมาน ยิ่งหลับนานเขาจึงยิ่งมีความสุข
เขาเทียบกับการท้าทายเดิม ๆ ว่าเคยอยู่บนแพ 7 วัน เคยถูกฝังทั้งเป็น 7 วัน และตอนนี้ถูกขังเดี่ยว 7 วัน แล้วบอกว่าถ้ารู้ก่อนว่ายากขนาดนี้คงไม่ทำ เขาบอกด้วยว่าถ้าตัวเลขชั่วโมงที่มุมบนซ้ายของคลิปเกิน 20 เขาคงเป็นบ้าแน่ แพทย์บรรยายสภาพของเขาช่วงนี้ว่าเอาแต่นอนบนพื้น ปาสิ่งของ อารมณ์ฉุนเฉียว และมีความสุขเมื่อได้อาหาร เหมือนเด็ก
วันสุดท้ายที่ยาวกว่าที่คิด
จิมมี่คิดว่าเหลืออีก 8 ชั่วโมงและภาวนาให้เป็นอย่างนั้น เขาวางแผนจะหลับให้ผ่านชั่วโมงท้าย ๆ ไป ทีมงานมองว่านี่จะเป็นการตื่นที่ย่ำแย่ ต่อมาเขาเดาว่าอีก 2 ถึง 3 ชั่วโมงประตูจะเปิด จึงตั้งใจกิน "มื้อสุดท้าย" ให้อิ่ม แต่ความจริงตอนนั้นยังเหลืออีก 24 ชั่วโมงพอดี
เขาเก็บกวาดห้องโดยบอกว่าเตรียมรับคนที่จะเข้ามา แต่ยอมรับว่าจริง ๆ แค่เบื่อ เขาเล่าว่าเคยคิดว่าการทดลองนี้จะดีต่อสุขภาพจิตและอาจได้เรียนรู้เรื่องตัวเอง แต่สิ่งที่ได้กลับไปจริง ๆ คือทักษะใหม่ในการปาของผ่านช่องสายพาน เขาย้ำหลายครั้งว่าไม่มีทางที่จะเหลือมากกว่า 24 ชั่วโมง เพราะทนอยู่อีก 24 ชั่วโมงไม่ไหวและถึงขีดสุดแล้ว เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ แล้วนับเลขฆ่าเวลาต่อไปจนถึง 5,425 สาบานว่าได้ยินเสียงข้างนอก และร้องเพลงซ้ำ ๆ ว่าเศร้า ไม่อยากอยู่ที่นี่ ขอให้ปล่อยออกไป
ทีมงานที่เฝ้าดูบอกว่าเขาแทบไม่เป็นมนุษย์แล้ว เขานอนบนเตียงเอาผ้าปิดตาโดยไม่มีความตื่นเต้นใด ๆ คนหนึ่งตั้งคำถามว่าเขาจะกลายเป็นคนใหม่หรือไม่ และกลัวว่าเขาจะออกมาพร้อมสภาพจิตที่ผิดปกติ ทีมบอกว่าไม่เคยให้เขาทำอะไรสุดโต่งเท่าคลิปนี้มาก่อน เพราะครั้งนี้เขาขาดปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยสิ้นเชิง และขอให้ปลุกเขาอย่างอ่อนโยน เหมือนปลุกเด็กเล็กจากการงีบ
ออกจากห้อง
เมื่อเหลือ 10 นาที ทีมงานเตรียมตัวและนับถอยหลัง จิมมี่ขอให้รอแป๊บเพราะยังไม่ได้ใส่กางเกง เมื่อประตูเปิด เขาบอกว่ารู้สึกหวิว ๆ และแอบลืมวิธีปฏิสัมพันธ์กับคนไปบ้าง เขาโล่งใจที่ไม่ต้องจ้องแสงจ้าอีก และบอกว่าแค่เพดานข้างนอกก็ดูสุดยอดแล้ว ทีมงานบอกว่าไม่เห็นเขามีความสุขแบบนี้มานาน
จิมมี่เล่าว่าเขานึกว่าเวลาจะเหลือ 24 ชั่วโมงแบบนั้นไปตลอดกาล เขาอยากออกไปเห็นแสงตะวัน แต่เมื่อออกไปก็พบว่าข้างนอกดึกแล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็บอกว่าดีใจที่ได้เห็นโลกภายนอกอีกครั้ง
ผมจะพยายามใช้เวลา 7 วันข้างหน้าอยู่ในห้องขังเดี่ยวให้ได้
ปิดห้องเลย บาย จิมมี่ หวังว่าผมจะไม่เป็นบ้านะ
ภายใน 7 วันนี้ ผมต้องมีชีวิตรอดโดยไม่คุยกับใคร และไม่มีสิ่งเร้าใดๆ
เนื่องจากงานนี้มีอันตรายต่อสภาพจิต สิ่งสำคัญที่สุดคือหมอด้านนอกจะเฝ้าไม่ให้ผมเสียสติ
ผมทำงานแผนกจิตเวชมา 23 ปี ที่ผมเคยเห็นมา หากอยู่เกิน 50 ชั่วโมงในห้องขาวแบบนี้ จิตใจอาจเสียหายแบบถาวร
และผมจะอยู่ถึง 168 ชั่วโมง มีโอกาสที่ผมจะเริ่มเสียสติไปจริง และกลายเป็นโรควิกลจริต... และต้องดึงตัวผมออกมา เพราะจิตอาจเสียหายถาวร
เขารอดจากการฝัง 7 วันมาแล้ว อันนี้ยากกว่าเหรอ? ครับ ยากกว่ามาก เขาไม่ได้พูดคุยกับใคร ถ้าสมองไม่ได้รับข้อมูลเข้ามาเลย มันจะสร้างความฟั่นเฟือน มันจะสร้างภาพหลอน สร้างความหวาดระแวง
ของที่ผมมีไว้ใช้ชีวิตสัปดาห์หน้าคือเตียงเอาไว้นอน สมุดจดกับปากกา ขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ แปรงสีฟันกับยาสีฟัน กับสบู่หนึ่งก้อน โถส้วมไว้เข้าห้องน้ำ และอ่างไว้ใช้น้ำ
ณ จุดนี้ผมเข้าใจเลยว่ายากแน่ ถ้าจะหาอะไรสนุกๆ ทำในชาลเล้นจ์นี้ โดยเฉพาะชั่วโมงที่ 9 ตอนผมทำสิ่งนี้
คุณอาจจะสงสัย บนผนังมีแผ่นบุกี่แผ่น คำตอบคือ 1,900 แผ่น ถ้าจะนับเพดานกับพื้นด้วย จะเท่ากับ 2,860 แผ่น
แต่ที่สำคัญกว่าเรื่องพวกนั้น... จากที่กระเพาะผมบอก ได้เวลาอาหารแล้ว ถ้าคุณสงสัยว่าผมกินยังไงในชาลเล้นจ์นี้ ตรงนี้มีสายพานที่มีความยาวมากกว่า 100 ฟุต ผมจึงกินได้โดยไม่ต้องพูดคุยกับใคร
ผมว่าผมอยู่มาประมาณ 14 ชั่วโมง เหลือเชื่อมั้ยล่ะว่า ณ จุดนี้ผมกะเวลาผิดไป 2 ชั่วโมง?
ถึงตอนนี้ความลำบากที่สุดก็คือผมยังไม่ได้อาหาร มานึกดู ผมน่าจะกินให้เยอะๆ ก่อนมานี่ แต่คงดีถ้ามีใครส่งของกินให้เร็วๆ นี้ เพื่อนคุณหิวสุดๆ
นายล้างมือรึยัง? ใช่ ต้องล้างแล้วสิ เขาไม่ได้ล้าง
เราจะสุ่มส่งให้ เขาจะได้ทายเวลาผิด เช่นตอนนี้ 6 โมงเย็น แต่เราส่งมื้อเช้าให้
เมื่อไหร่เพื่อนผมจะส่งของกินให้? ผมหิวเหลือเกิน ผมหิวจังเลย
เนื่องจากเป็นห้องกันเสียง ต่อให้อาหารมาแล้วผมก็ไม่รู้ จนไปดู 2 ชั่วโมงให้หลัง
หิวจนเดินไม่ไหว ก็เล่นใหญ่ไปหน่อยมั้ย อย่าเว่อร์
ในที่สุดเมื่อผมไปดู... อ้าว ไม่นึกว่าจะมีของกินมา มันอร่อยมากเลย คือมันเย็นและเปียกชุ่ม แต่ผมโหยหาความรู้สึกมาก นี่มันยอดเยี่ยมมาก
เจ้าฉากห้องขังเดี่ยวเนี่ย มีโซ่เหล็กพันอยู่รอบจริงๆ ถ้าไฟไหม้ฉากนี้ ผมคงโดนเผาทั้งเป็นก่อนทีมงานเปิดได้ เอาเถอะ ผมจะคิดเรื่องอื่นก็แล้วกัน
หลายชั่วโมงต่อมา ผมพยายามให้ร่างกายตื่นตัวให้มากที่สุด
ก็เจ๋งอยู่นะ เขาตัวเปล่า ไม่มีของปฏิสัมพันธ์ ถ้าเขาสนุกกับกิจกรรมธรรมดาแบบนี้ ผมว่าเขาคงอยู่ไม่ถึง 7 วัน
น่าสนใจว่าเมื่อคุณยึดทุกอย่างไปจากคน ของธรรมดาอย่างจานโลหะเล่นสนุกได้พอๆ กับไอโฟน
เขาจะกระสับกระส่ายเพราะความเบื่อหน่าย
ผมรู้สึกสูญสิ้นความเป็นคนมาก ผมจะเข้านอนแล้ว และค่อยมาว่ากัน
ชั่วโมงที่ 34 วันที่ 2 ผมคิดว่าทำชาลเล้นจ์มา 40 ชั่วโมงแล้ว
จิมมี่เขาเดาเวลาผิดไป 6 ชั่วโมง แปลว่าประมาณ 4 โมงเย็นของวันที่ 2 ผมนึกว่าวันนี้เขาจะแม่น
การเสียการรับรู้เวลาสร้างปัญหาอื่น ไม่ว่าผมทำยังไง ผมก็นอนไม่หลับเลย แสงพวกนี้ทำให้สมองของผมปั่นป่วน บางทีผมอาจนอนเฉยๆ สัก 5 วัน
ที่เขานอนไม่หลับเพราะไม่จำเป็นต้องนอน เขาอยากจะนอนหลับให้หมดเวลาไวๆ แต่สิ่งที่เขาควรทำคือพยายามทำอะไรสักอย่าง ฆ่าเวลาระหว่างที่ตื่นอยู่
เขากำลังปีนผนัง ธรรมชาติของมนุษย์ต้องการอิสระ เขาถดถอยสู่สัญชาตญาณดิบ
ทำไมผมคิดว่า 4 โมงเย็น? มันควรเป็น 3 ทุ่มแล้ว ใช่มั้ย?
พอถึงตอนที่ผมได้กินอาหารมื้อแรก มันเป็นเวลา 4 โมงเย็น อย่าเข้าใจผิด อาหารน่ากิน เพียงแต่มันเย็นเจี๊ยบ
อุแหวะ ผมยอมหิวดีกว่ากินให้หมด ดังนั้น… เมื่อมื้อที่ 2 มาถึง รู้สึกเหมือนผ่านไปหลักนาที
มีอะไรมากับสายพาน? เดี๋ยว ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว? ผมควรกินทั้งคู่หรือ... มันคือวันที่ 2 แน่ๆ ตอนที่ผมได้มื้อเช้าที่ 2 แต่ผมกินมื้อเช้าไปนิดเดียว ทีมงานอาจรู้สึกแย่ที่ผมไม่ค่อยกินมื้อเช้า
ไม่หรอก... ณ จุดนี้ ผมไม่รู้เลยว่ามื้อแรกวางอยู่บนสายพานนานแค่ไหน
เห็นมั้ยเขาหวาดระแวงเล็กน้อย? ยิ่งเวลาผ่านไปอาการมันจะยิ่งแย่ นี่แค่วันที่ 2
ผมไม่แน่ใจต้องทำอะไร จะลองละกันว่านับได้เยอะแค่ไหน 1, 2, 3, 4, 5...
มันดูบ้าใช่มั้ย? 565, 566, 567... แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ไม่มีอะไรทำ... 999... ที่บ้าก็คือการยอมจำนนไป 1,000
ยิ่งผ่านไปเขาจะหมดกิจกรรมไร้แบบแผนให้ทำ
ผมต้องปรบมือให้เขา คุณหมอพูดถูก เพราะภายหลังในชาลเล้นจ์นี้ ผมเกือบจะเสียสติ
คุณว่าผมจะ...? คุณว่าผมจะ...?
ขณะที่แผนหลับในชาลเล้นจ์เยอะๆ ช่วยฆ่าเวลาได้จริง มันกลับทำร้ายผมในแง่อื่นๆ
ผมเห็นของกินตรงนั้น มันทั้งเปียกชุ่มและเย็นชืด มันอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว?
ของกินอยู่ตรงนั้นมา 7 ชั่วโมง
ผมยอมแลกทุกอย่างเลยกับไอติมก้อนนั้น คงดีนะถ้ามีอาหารส่วนที่กินได้ แต่ผมคงต้องหิวอีกแล้ว
ทั่วไปแล้วเพราะเราทำหลายๆ คลิปในคราวเดียว ปกติผมจะเครียดขึ้นสมอง มาถึงตอนนี้ ผมไม่รู้สึกเครียดขนาดนั้นเลย แต่รู้สึกวิตกกังวลมาก เพราะว่าผมมีความกลัวตกกระแส กลัวพลาดอะไรเจ๋งๆ ที่เกิดขึ้นในโลก มันพิลึก เป็นอารมณ์ที่ต่างจากที่เคยมี
มันค่อนข้างบ้ามากที่การอยู่เฉยๆ มันยากจริง ผมเริ่มจะเบื่อจริงๆ ละ มันเริ่มหนักกับผมมากในด้านสภาพจิต ผมเบื่อ ช่วยด้วย
อีกห่างไกลนักกว่าผมจะครบเป้า 168 ชั่วโมง พอถึงชั่วโมงที่ 65 ผมก็เริ่มสงสัย... เรายืนด้วยมือยังไง?
อยากให้ก่อนมานี่มีใครสักคนสอนพื้นฐานการยืนด้วยมือ
เขาจะต้องสร้างมโนคติที่มีอยู่แค่ในหัวเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรง
ผมจะนึกภาพว่ากำลังเดินอยู่ในสวน มีหญ้าสีเขียว มีคนตกปลา
ตอนนี้เขากำลังสร้างสถานการณ์ต่างๆ ในหัว
ให้ตายเถอะ รวมๆ แล้ว อากาศแจ่มใสมาก มีเสียงนก แกทำฉันเสียบรรยากาศ ให้ตายสิ
เราดูเขาใกล้บ้าไปเรื่อยๆ
พวกเขาให้อาหารเพิ่ม แต่ดูเหมือนเราจะมีข้าว มีมันเทศ กับสเต็ก มื้อนี้ดีที่สุดในชาลเล้นจ์ตอนนี้
ถ้าคุณดูตรงนี้ คุณจะเห็นข้าว ถ้าเป็นมนุษย์ปกติ คงจะกินข้าวตรงนี้ แต่ว่าผมจะนับมัน 13, 14, 15, 16, 17 97, 98, 99, 100, 101 265, 266, 267 307, 308, 309, 310 421, 422, 423, 424 445, 446, 447
มีเม็ดข้าวทั้งหมด 447 เม็ดบนถาดโลหะนี้ ข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนแนวคิดคุณในฐานะมนุษย์
ผมรู้สึกค่อนข้างล้า แปลว่านี่อาจเป็นคืนวันที่ 5
ยังไม่ถึงครึ่งทางชาลเล้นจ์นี้ ผมก็ทายผิดไปหนึ่งวันเต็มๆ
ผมจะไปหลับในห้องน้ำสักหน่อย ตรงที่แสงไม่ค่อยจ้า ซึ่งพิสูจน์ว่าเป็นแผนฉลาดสุด เพราะผมหลับในห้องน้ำนั่น 12 ชั่วโมงเลย
เราถึงครึ่งทางชาลเล้นจ์อย่างเป็นทางการ 84 ชั่วโมง จิมมี่ ถึง และเราจะบอกเขาในมื้อต่อไป
และเราจะบอกเขาในมื้อต่อไป คุณถูกขังเดี่ยวมา 84 ชั่วโมง ผมจะคลุกให้เขาหน่อย คุณยังเรียงอักษรกลับได้นะ
ผมหิวจังเลย หิวจังเลยผม มื้อนี้มีอะไรกิน? อะไรเนี่ย? เขาไม่รู้จักสปาเก็ตติโอส์เหรอ? และนั่นไม่ใช่อย่างเดียวที่ผมลืมชื่อ มันเรียกว่าอะไร? นี่คือ... ขนมปังโรล ซอสเยอะนะสำหรับก้อนเดียว รสเหมือนซอสมะเขือเทศ
เขาไม่เห็นตัวอักษรได้ไงเนี่ย? นั่นตัวเอ็น ใช่! ใช่! พวกคุณลืมเอาสปาเก็ตติโอส์ 4 อันนี่ออก ไม่! เขากินตัวอักษรทุกตัวที่เจอเข้าไป
หวังว่ามันจะไม่ได้ผสมเป็นคำนะ ผมควรจะคิดได้ก่อนกินเข้าไป แล้วผสมเป็นคำเพื่อแลกของกินเพิ่ม พวกเขาไม่ได้หวังจากผมแบบนั้นหรอก พอจิมมี่ออกมาเขาจะเห็นและรู้สึกโง่มาก
ภาวะซึมเศร้า ณ จุดนี้ แสงจ้าเริ่มทำให้ผมเครียด ตอนนี้ผมรู้สึกปวดหัวจี๊ดอย่างแรงเลย แล้วก็หิวมากด้วย ร่างกายผมเป็นอะไร?
เขาขออาหารเพิ่ม แม้ว่าเขาได้แคลอรี่ที่จำเป็นแล้ว แต่สาเหตุก็คือเขาขาดกิจกรรม เขาคิดว่าตัวเองหิว ลงเอยที่ผมคอยเช็คหาอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำไปซ้ำมา
ผ่อนคลายอย่างประหลาด สมองผมจะกระเทือนมั้ยถ้าทำแบบนี้? คุณควรจะหยุดนะ ก็จริง ผมควรจะหยุด
ตรงนี้มีถุงแมคโดนัลด์ มันเบาจนน่าสงสัย ถ้าข้างในไม่มีแมคโดนัลด์ ผมจะซึมเศร้าแน่ มีอยู่จริงด้วย จัดไป
ทุกครั้งที่ได้ของกิน มันเหมือน 20 นาทีแห่งความสุขล้วนๆ ผมเป็นมนุษย์อีกครั้ง ผมหยุดยิ้มไม่ได้ มีความสุขจัง และทันทีที่ผมกินหมด ผมก็รู้สึกซึมเศร้า เพราะคิดว่า "ต้องทำยังไงต่อ?"
เวลาเริ่มไหลผ่านไปอย่างเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า ผมอยากลองทายเวลานะ แต่ว่าเดาไม่ถูกเลย สมองผม สติปัญญาถดถอยลงอย่างช้าๆ ผมต้องหาอะไรดีกว่านี้ทำ
เราจะใช้กระดาษห่อชีสเบอร์เกอร์แมคโดนัลด์ รวมถึงแก้วใบนี้ที่ใส่แปรงฟันของผม ตอนนี้เรามีบาสเก็ตบอล เลอบรอน สเตฟ โคบี้ บาสเก็ตบอลอาจไม่ใช่แนวผม ผมคงถนัดเบสบอลมากกว่า สไตรก์! มันไม่ควรเกิดเรื่องแบบนั้น
แล้วผมก็นึกได้... ดูสิผมเจอ... โอ๊ะ มีส้อมอยู่ด้วย ว่าผมมีถาดไม่มีวันพังจากอาหารมื้อแรก ผมจะปาถาดอันนี้ให้ไกล มันตลกมากๆ
ผมเบื่อ ผมยังต้องอยู่ในห้องนี้อีก 2 วัน และผมรู้สึกว่าถึงจุดหนึ่งผมจะอยากออกไป
วันที่ 4 ไม่ว่าจะอ้อนวอน กรีดร้อง ขอร้อง... หรือเรอ ห้ามปล่อยผมออกจากห้องก่อนกำหนด โอเคจิมมี่ รับทราบเลย
สัญชาตญาณบอกว่าผมอยู่มาแล้ว 113 ชั่วโมง แปลว่าเหลืออีก 55 ชั่วโมง และฝากคนที่ตัดต่อขึ้นบอกด้วยความจริง เหลือแค่ไหน หวังว่าจะใกล้เคียง 55 ชั่วโมงนะ
ผมคิดว่าเขาจะโมโห และอาจจะหวาดระแวงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
คนเราขอความเป็นส่วนตัวไม่ได้เหรอ? มีกล้องอยู่ตรงนั้น มีกล้องข้างบนนั้น นั่นก็กล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง นั่นกล้อง มีกล้องมากมายจับภาพผมตลอดเวลา ผมได้เป็นบ้าแน่
ถ้าเราจับกล้องโยนผ่านสายพาน อัจฉริยะ ให้เหมือนโบว์ลิ่ง โดนนิ้วตัวเองซะอย่างนั้น
ผมประเมินความยากของคลิปนี้ต่ำไปอย่างมาก แค่คิดถึงมันก็ทำผมร้องไห้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนสัตว์ เหมือนเสียสิทธิ์ในฐานะมนุษย์ไปหมด ถ้าให้ผมเดา ผมว่าถึงครึ่งทางวันที่ 5 ผมคิดถึงแฟนของผม และผมคิดถึงชาวแก๊งด้วย แม้แต่โนแลน แม้แต่โนแลน
ด้านจิตใจตอนนี้ ผมว่าสภาพจิตตกต่ำสุด ไร้มนุษยธรรมมากๆ ผมอยู่ในนี้นานจนฝันถึงตัวเองในห้องนี้บ้าง และคิดว่านี่วันที่ 6 หรือ 7 แต่ผมก็ตื่นและรู้ว่าผมฝันไป
กี่โมงแล้วเนี่ย? ผมยอมจ่ายไม่อั้น แลกกับการรู้ว่ากี่โมงแล้ว มาทวนว่าทำไมผมคิดว่าชาลเลนจ์นี้เหลือ 33 ชั่วโมง ผมหลับไป 5 รอบ เหตุผลข้อที่ 2 ปกติผมอึวันละรอบ และที่ผ่านมา ผมอึไป 5 รอบตั้งแต่มานี่ เหตุผลข้อที่ 3 ขนที่คอผมตรงนี้ขึ้นเยอะมาก ปกติจะใช้เวลาอาทิตย์นึง
ถ้าเกิดว่ามันยัง... ถ้าด้วยเหตุบางอย่างยังวันที่ 5 หรือพระเจ้าช่วย นี่ยังเป็นวันที่ 4 ผมจะเสียสติแน่
ระหว่างหลับผมก็ฝันถึงตอนที่ผมนับเลขถึง 100,000 เมื่อผมตื่นก็ตัดสินใจวิ่งรอบห้องนี้ 1,000 รอบ นึกถึงอดีต นั่นเป็นเส้นบอกรอบ 1, 2, 3 พอมาดูทีหลังก็บ้าจริงๆ ผมเลือกเดินเป็นวงกลมไม่ให้ตัวเองบ้า 1,000 มันเยอะเกินไป ผมเริ่มจะมึนหัวแล้ว
ตลอดการชาลเลนจ์ น้ำที่ผมใช้มาจากอ่างนี้ และจะบอกตามตรง นี่มัน... ผมไม่... เพื่อน
Cirkul เป็นตลับรสชาติที่ติดกับขวดน้ำของคุณ มันทำให้น้ำเปล่ามีความอร่อย มีรสชาติหลายร้อยแบบอยู่ในขวดนี้ ที่แคลอรี่เป็นศูนย์และไม่มีน้ำตาล
การย้ายขาตั้งเป็นงานที่เหนื่อย เลือกระดับความเข้มข้นของรสชาติได้ แล้วก็ดื่มทันที มันเพิ่มรสชาติมากจริงๆ ดูไม่ออกว่าเป็นน้ำก๊อก ผมดื่มพันช์ผลไม้ตลอดชาลเลนจ์นี้ และมันทำให้น้ำเปล่าอร่อยขึ้นจริงๆ
ผมจะเดินไปมาระหว่างผนังนี้ ตลับพวกนี้ยังใช้ซ้ำกับขวดน้ำได้หลายครั้งด้วย ซึ่งดีมาก เพราะเพื่อนผมบางทีลืมส่ง และบางครั้งผมต้องใช้อันเดิมตลอดวัน
ถ้าคุณอยากดื่มน้ำมากขึ้น หรือแค่อยากให้น้ำดื่มอร่อยขึ้น ไปที่ drinkcirkul.com หรือวอลมาร์ตใกล้บ้าน แล้วลองดู
ผมลองทุกอย่างแล้ว สร้างความบันเทิงให้ตัวเอง และต้องบอกตามตรง มันไม่ได้ผล หลังจากผมดื่ม Cirkul หมด คาร์ลพา 2 คนจากติดอยู่ด้วยกัน 100 วันมา
เรามาแล้ว เฮ้ มาดูนี่ พวกคุณจะต้องชอบแน่ นั่นคือหน้าของคนที่ขังพวกคุณไว้ 100 วัน คุณว่านี่ง่ายหรือยากกว่าที่พวกคุณทำ? ถ้าเทียบกันแล้ว ฉันคิดว่าฉันอยากให้มีใครอยู่กับฉันด้วย
ตอนนี้สถานการณ์กลับกัน ผมเป็นคนอยู่ในห้องขาว เบลีย์กับซูซี่วางแผนแก้แค้น ผมจะให้ดูการทำงานของสายพาน พวกเขาส่งถาดเปล่า เขากำลังจะสติแตก ผมไม่สงสารเลย เขาสมควรโดน
ผมพนันเงินทุกดอลลาร์ที่มี คาร์ลเพิ่งโผล่มา ไม่จริง! คุณหิวมั้ย จิมมี่? เอาไปกิน! ไม่เอาแบบนี้แล้ว เราไม่เอาแบบนี้ เราไม่เอาแบบนี้ เขาได้ออกแรงมากสุดในรอบหลายวัน
ต้องยกนิ้วให้พวกเขา ผมอาจควรโดนแล้ว
ลองนึกภาพว่านี่เป็นโลกหลังความตาย... คุณต้องอยู่ในห้องขาวแบบนี้ตลอดกาล คงน่าหดหู่สุดๆ
เวลาหลับ ผมฝันเห็นตัวเองในโลกภายนอก และเวลาตื่น ผมก็ซึมเศร้า โดดเดี่ยว และบอกตามตรงว่าทุกข์ตรม ดังนั้นยิ่งใช้เวลาหลับนาน ผมยิ่งมีความสุข
ปล่อยผมนะ ฉันคือแบทแมน
เหมือนตายด้าน ผมต้องออกไปจากที่นี่ เราเคยอยู่บนแพ 7 วัน ผมเคยฝังทั้งเป็น 7 วัน และตอนนี้ผมมาถูกขังเดี่ยวอยู่ในนี้ 7 วัน ถ้ารู้ก่อนว่ายากขนาดนี้ ผมก็คงไม่ทำหรอก
ถ้าตัวเลขชั่วโมงมุมบนซ้ายมีจำนวนมากกว่า 20 นะ ผมจะเป็นบ้าแน่ ผมรู้สึกโดดเดี่ยวสุดๆ ผมคิดถึงแฟนผม ทรมานกันชัดๆ
เขาร้องไห้เหรอ? สภาพเขาไม่ดีเลย เขาเอาแต่นอนอยู่บนพื้น ปาสิ่งของ อารมณ์ฉุนเฉียว มีความสุขเมื่อได้ของกิน เขาเหมือนกับเด็ก
ผมคิดว่าเหลือ 8 ชั่วโมง แล้วพวกเขาจะเปิดประตูบานนั้น ให้เป็นอิสระ หวังว่า ผมภาวนา เหลือ 8 ชั่วโมงเถอะ
เขาคิดว่าเขาจะหลับให้ผ่านพ้นชั่วโมงท้ายๆ ไป
เขาคิดว่าเขาจะหลับให้ผ่านพ้นชั่วโมงท้ายๆ ไป เขาคิดว่าแบบนั้น จะเป็นการตื่นรู้ที่ย่ำแย่ ตามนั้นเลย บอกตรงๆ น่าเป็นห่วง
ผมเดาว่าอีก 2 ถึง 3 ชั่วโมง ประตูนั่นจะเปิด ผมจะกินมื้อสุดท้ายให้อิ่ม แล้วไปจากที่นี่
เขาบอกว่ามื้อสุดท้ายเหรอ? คิดว่านะ ก็ตลกร้ายเพราะเวลาที่เหลือเป๊ะๆ คือ 24 ชั่วโมง
อีกไม่นานแล้ว พวกเขาจะผ่านประตูนั้นมา ผมเลยจะทำความสะอาด มันรกนิดหน่อย ตามภาพ ผมพยายามหาข้ออ้างเก็บกวาด แต่ที่จริงแล้วผมแค่เบื่อ
ผมนึกว่าการได้ทดลองแบบนี้จะทำให้สุขภาพจิตดี อาจได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองด้วย แต่ความเป็นจริง ที่ผมได้กลับไปคือทักษะใหม่ของการปาข้าวของผ่านช่องสายพาน หรืออาจไม่ใช่
ไม่มีทางหรอกนะที่จะเหลือมากกว่า 24 ชั่วโมง ผมทนอยู่ในนี้อีก 24 ชั่วโมงไม่ไหว ผมถึงขีดสุดแล้ว แต่มันไม่สำคัญ ไม่มีทางเหลืออีก 24 ชั่วโมง ผมปฏิเสธที่จะเชื่อ ดังนั้นอีกไม่กี่อึดใจ ไม่กี่อึดใจ ไม่กี่อึดใจ
เพื่อฆ่าเวลา ผมจะนับเลขต่อล่ะ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 20, 21, 22
5422, 5423, 5424, 5425
สาบานได้เลย ผมได้ยินอะไรข้างนอก
ฉันเศร้า ฉันเศร้า ฉันเศร้าใจ ฉันเศร้าใจ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ปล่อยฉันออกไปได้แล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่
แทบไม่เป็นมนุษย์แล้ว เขานอนบนเตียง เอาผ้าปิดตา ไร้ความตื่นเต้น นี่ไม่ใช่ภาพที่คุณอยากเห็น เขาจะเป็นยังไง จะเป็นมนุษย์คนใหม่มั้ย? ผมกลัวเขาจะเป็นมนุษย์คนนี้ ที่สภาพจิตเขามีความผิดปกติ เราไม่เคยให้เขาทำสุดโต่งแบบในคลิปนี้เลย นั่นเพราะว่าเขาขาดปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ใดๆ
อ่อนโยนหน่อย เหมือนปลุกเด็กเล็กๆ ตื่นจากงีบ เหลือ 10 นาที ไปเตรียมตัวกันเถอะ ขอบคุณครับ โชคดีครับ
ฉันตายแน่ๆ
10, 9, 8, 7, 6, 5, 4...
รอแป๊บ เดี๋ยว ผมไม่ได้ใส่กางเกง
3, 2, 1
โอ้พระเจ้า เฮ้ จิมมี่ โทษที กำลังใส่กางเกง มันไม่จ้าเท่าในนี้ เป็นไงบ้างเพื่อน? ที่จริงผมรู้สึกหวิวๆ
หลังจากชาลเลนจ์นี้ ผมแอบลืมวิธีปฏิสัมพันธ์กับคนไปบ้าง
คุณจะไปไหน?
ก็โล่งใจอยู่นะ ที่ไม่ต้องจ้องแสงจ้า เหมือนว่าเพดานนี่สุดยอดเลย
ผมไม่เห็นคุณแฮปปี้แบบนี้มานานละ บอกตามตรง ผมนึกว่าเวลาจะมีแค่ 24 ชั่วโมงอย่างนี้ตลอดไป
ตามผมออกมา ผมอยากเห็นแสงตะวัน
โอ้พระเจ้า มันดึกแล้วนี่ ดีจังที่ได้เห็นโลกภายนอก
วันที่เผยแพร่บทความ
