ขังเดี่ยว 7 วันในห้องสีขาว: บันทึกการทดลองที่จิมมี่ยอมรับว่าประเมินความยากต่ำเกินไป

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

ในคลิปนี้ จิมมี่ (MrBeast) ตั้งเป้าจะอยู่ในห้องขังเดี่ยวสีขาวให้ครบ 7 วัน หรือ 168 ชั่วโมง ตลอดช่วงนั้นเขาห้ามคุยกับใครและไม่มีสิ่งเร้าใด ๆ คำถามหลักของคลิปจึงไม่ใช่แค่ว่าเขาจะอยู่ครบหรือไม่ แต่คือจิตใจของคนคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อถูกตัดขาดจากผู้คน เวลา และกิจกรรมเกือบทั้งหมด ตลอดคลิปมีจิตแพทย์คอยเฝ้าดูและอธิบายพฤติกรรมของเขาจากภายนอก

10 นาทีในการอ่าน

กติกา ความเสี่ยง และคำเตือนจากจิตแพทย์

จิมมี่บอกตั้งแต่ต้นว่าการท้าทายนี้อาจเป็นอันตรายต่อสภาพจิต จึงต้องมีแพทย์คอยเฝ้าไม่ให้เขาเสียสติ จิตแพทย์ที่ร่วมรายการบอกว่าตนทำงานด้านจิตเวชมา 23 ปี และจากที่เคยเห็นมา การอยู่ในห้องขาวแบบนี้เกิน 50 ชั่วโมงอาจทำให้จิตใจเสียหายถาวร ขณะที่จิมมี่จะอยู่ถึง 168 ชั่วโมง แพทย์จึงประเมินว่ามีโอกาสที่เขาจะเริ่มเสียสติจริงจนต้องดึงตัวออกมา

เมื่อมีคนถามว่าครั้งนี้ยากกว่าตอนที่จิมมี่เคยถูกฝังทั้งเป็น 7 วันหรือไม่ แพทย์ตอบว่ายากกว่ามาก เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้คุยกับใครเลย แพทย์อธิบายว่าถ้าสมองไม่ได้รับข้อมูลเข้ามาเลย จะเกิดความฟั่นเฟือน ภาพหลอน และความหวาดระแวง

ของที่จิมมี่มีใช้ตลอดสัปดาห์มีเพียงเตียง สมุดจดกับปากกา ขวดน้ำแบบใช้ซ้ำได้ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่หนึ่งก้อน โถส้วม และอ่างล้างมือ เขาบอกว่าพอเห็นของเท่านี้ก็เข้าใจทันทีว่างานนี้จะยากแน่

อาหารผ่านสายพาน และการจงใจทำให้สับสนเรื่องเวลา

อาหารส่งเข้ามาทางสายพานที่ยาวกว่า 100 ฟุต เพื่อให้จิมมี่ได้กินโดยไม่ต้องพูดกับใคร ทีมงานเล่าว่าจะส่งอาหารแบบสุ่มเวลาเพื่อให้เขาเดาเวลาผิด เช่น ตอนหกโมงเย็นอาจส่งอาหารเช้าเข้าไป

ผลปรากฏเร็วมาก ในชั่วโมงแรก ๆ จิมมี่คิดว่าอยู่มาประมาณ 14 ชั่วโมงแล้ว แต่ความจริงเขาเดาผิดไป 2 ชั่วโมง ตอนนั้นเขาบอกว่าสิ่งที่ลำบากที่สุดคือยังไม่ได้กินอะไร และนึกเสียดายที่ไม่ได้กินให้เยอะก่อนเข้ามา ห้องนี้เก็บเสียง ทำให้ต่อให้อาหารมาถึงแล้วเขาก็ไม่รู้ จนไปตรวจดูอีกสองชั่วโมงต่อมาถึงได้เจอ อาหารที่ได้ทั้งเย็นและเปียกชุ่ม แต่เขาบอกว่าอร่อยมาก เพราะโหยหาความรู้สึกใด ๆ ก็ตาม

ระหว่างนั้นเขายังนับแผ่นบุผนังเพื่อฆ่าเวลา ได้ 1,900 แผ่น และถ้ารวมเพดานกับพื้นจะเป็น 2,860 แผ่น เขายังเล่าความกังวลว่าฉากห้องขังมีโซ่เหล็กพันรอบจริง ๆ ถ้าไฟไหม้ เขาคงถูกเผาทั้งเป็นก่อนที่ทีมงานจะเปิดเข้ามาได้ จากนั้นก็ตัดสินใจไปคิดเรื่องอื่นแทน

ของธรรมดากลายเป็นของเล่น

จิมมี่พยายามทำให้ร่างกายตื่นตัวและหาอะไรทำกับของที่มี เช่น เล่นกับจานโลหะ จิตแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าเมื่อยึดทุกอย่างไปจากคน ของธรรมดาอย่างจานโลหะก็สนุกได้พอ ๆ กับไอโฟน แพทย์ยังพูดว่าถ้าเขาต้องสนุกกับกิจกรรมธรรมดาแบบนี้ตั้งแต่ตอนนี้ ตนคิดว่าเขาคงอยู่ไม่ถึง 7 วัน และเขาจะกระสับกระส่ายเพราะความเบื่อ ก่อนเข้านอนคืนแรก จิมมี่บอกว่ารู้สึกเหมือนสูญเสียความเป็นคนไปมาก

วันที่ 2: นอนไม่หลับและเริ่มหวาดระแวง

ในชั่วโมงที่ 34 จิมมี่คิดว่าผ่านไป 40 ชั่วโมงแล้ว คลาดไป 6 ชั่วโมง การเสียการรับรู้เวลายังสร้างปัญหาอื่นตามมา เขานอนไม่หลับไม่ว่าจะทำอย่างไร และบอกว่าแสงในห้องทำให้สมองปั่นป่วน จิตแพทย์อธิบายว่าที่เขานอนไม่หลับเป็นเพราะร่างกายไม่จำเป็นต้องนอน เขาแค่อยากหลับให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ แต่สิ่งที่ควรทำคือหากิจกรรมทำระหว่างที่ตื่นอยู่ เมื่อเห็นจิมมี่ปีนผนัง แพทย์ตีความว่าธรรมชาติของมนุษย์ต้องการอิสระ และเขากำลังถดถอยสู่สัญชาตญาณดิบ

การส่งอาหารแบบสุ่มยิ่งทำให้เขาสับสน เมื่อมื้อที่สองมาถึง เขารู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่นาที และไม่รู้ว่ามื้อแรกวางอยู่บนสายพานมานานแค่ไหน เขาลังเลว่าควรกินทั้งสองมื้อหรือไม่ และกังวลว่าทีมงานจะรู้สึกแย่ที่เขากินมื้อเช้าไปนิดเดียว แพทย์ชี้ว่าอาการแบบนี้คือความหวาดระแวงเล็กน้อย ซึ่งจะยิ่งแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งที่ตอนนั้นเพิ่งวันที่ 2

เขาลองนับเลขดูว่านับได้ถึงเท่าไร และนับจนถึง 1,000 แพทย์บอกว่ายิ่งนานไป เขาจะหมดกิจกรรมไร้แบบแผนให้ทำ ภายหลังจิมมี่ยอมรับว่าแพทย์พูดถูก เพราะในช่วงหลังของการท้าทาย เขาเกือบเสียสติจริง ๆ

แผนหลับให้มากที่สุดและผลข้างเคียงของมัน

จิมมี่วางแผนจะหลับให้มากเพื่อฆ่าเวลา เขาบอกว่าแผนนี้ได้ผลจริงในแง่ฆ่าเวลา แต่ทำร้ายเขาในด้านอื่น ตัวอย่างหนึ่งคืออาหารที่วางรออยู่บนสายพานถึง 7 ชั่วโมงขณะที่เขาหลับ จนทั้งเปียกและเย็นชืด เขาบอกว่ายอมแลกทุกอย่างกับไอศกรีมก้อนที่ละลายไปแล้ว

เขายังสังเกตอารมณ์ของตัวเองว่า ปกติเวลาถ่ายหลายคลิปพร้อมกันเขาจะเครียดมาก แต่ตอนนี้ไม่ได้เครียดขนาดนั้น กลับรู้สึกวิตกกังวลมากแทน เพราะกลัวพลาดเรื่องเจ๋ง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก เขาบอกว่าเป็นอารมณ์ที่แปลกและต่างจากที่เคยมี และรู้สึกว่าการอยู่เฉย ๆ นั้นยากจริง ๆ จนเริ่มหนักทางจิตใจ

ชั่วโมงที่ 65: สร้างโลกในหัว และนับเม็ดข้าว

ในชั่วโมงที่ 65 จิมมี่ลองหัดยืนด้วยมือ และบ่นว่าอยากให้มีคนสอนพื้นฐานก่อนเข้ามา แพทย์อธิบายว่าเขาจะต้องสร้างภาพที่มีอยู่แค่ในหัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรง ซึ่งจิมมี่ก็ทำจริง โดยนึกภาพว่ากำลังเดินในสวนที่มีหญ้าสีเขียว มีคนตกปลา อากาศแจ่มใส และมีเสียงนก ทีมงานที่เฝ้าดูบอกว่ากำลังดูเขาใกล้บ้าเข้าไปเรื่อย ๆ

เมื่อได้อาหารเป็นข้าว มันเทศ และสเต็ก ซึ่งเขาบอกว่าเป็นมื้อที่ดีที่สุดในการท้าทายจนถึงตอนนั้น จิมมี่ไม่ได้กินข้าวทันทีอย่างคนปกติ แต่นับทีละเม็ดจนได้ข้อสรุปว่ามีข้าว 447 เม็ดบนถาดโลหะ

เดาผิดไปทั้งวัน

พอรู้สึกล้า จิมมี่เดาว่าน่าจะเป็นคืนวันที่ 5 แล้ว แต่ความจริงยังไม่ถึงครึ่งทาง เขาเดาผิดไปหนึ่งวันเต็ม เขาตัดสินใจไปนอนในห้องน้ำซึ่งแสงไม่จ้าเท่าส่วนอื่น และหลับไปได้ 12 ชั่วโมง เขาเรียกว่าเป็นแผนที่ฉลาดที่สุด

เมื่อถึงชั่วโมงที่ 84 ซึ่งเป็นครึ่งทางอย่างเป็นทางการ ทีมงานแจ้งเขาผ่านอาหารโดยใช้สปาเก็ตตีโอส์แบบตัวอักษรเรียงเป็นข้อความว่าเขาถูกขังมา 84 ชั่วโมงแล้ว แต่จิมมี่จำไม่ได้ว่าอาหารนั้นคืออะไร และลืมแม้กระทั่งชื่อขนมปังโรล เขากินตัวอักษรเข้าไปโดยไม่สังเกต จนเหลือ 4 ตัวสุดท้ายจึงเห็นตัว N และคิดว่าทีมงานลืมเอาออก ต่อมาเขานึกได้ว่าควรเอาตัวอักษรมาเรียงเป็นคำเพื่อแลกอาหารเพิ่ม ทีมงานมองว่าเมื่อออกมาเห็นภายหลัง เขาจะรู้สึกโง่มาก

ความหิวที่ไม่ได้มาจากร่างกาย

ช่วงนี้แสงจ้าเริ่มทำให้จิมมี่เครียด เขาปวดหัวมากและหิวมาก จนสงสัยว่าร่างกายเป็นอะไร แพทย์อธิบายว่าเขาได้รับแคลอรีที่จำเป็นแล้ว แต่เพราะขาดกิจกรรม เขาจึงคิดว่าตัวเองหิว ผลคือจิมมี่ไปเช็กหาอาหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อได้ถุงแมคโดนัลด์ เขาบอกว่าทุกครั้งที่ได้อาหาร มันเหมือน 20 นาทีแห่งความสุขล้วน ๆ เขารู้สึกเป็นมนุษย์อีกครั้งและหยุดยิ้มไม่ได้ แต่ทันทีที่กินหมดก็ซึมเศร้า เพราะคิดว่า "ต้องทำยังไงต่อ" เขาบอกว่าเวลาเริ่มไหลอย่างเชื่องช้า เดาเวลาไม่ถูกเลย และรู้สึกว่าสติปัญญาค่อย ๆ ถดถอย

จากนั้นเขาประดิษฐ์ของเล่นจากของรอบตัว โดยใช้กระดาษห่อชีสเบอร์เกอร์กับแก้วใส่แปรงสีฟันเล่นบาสเกตบอล แล้วลองเปลี่ยนเป็นเบสบอล และปาถาดที่พังไม่ได้จากมื้อแรกเล่น

คำสั่งห้ามปล่อยออก และความอึดอัดจากกล้อง

ในวันที่ 4 จิมมี่สั่งทีมงานว่าไม่ว่าเขาจะอ้อนวอน กรีดร้อง หรือขอร้องแค่ไหน ห้ามปล่อยเขาออกก่อนกำหนด ซึ่งทีมงานรับทราบ ตอนนั้นสัญชาตญาณบอกเขาว่าอยู่มาแล้ว 113 ชั่วโมง เหลืออีก 55 ชั่วโมง และขอให้คนตัดต่อขึ้นข้อความบอกความจริง แพทย์คาดว่าเมื่อเขารู้ เขาอาจโมโหและหวาดระแวง

เขาเริ่มบ่นเรื่องความเป็นส่วนตัวและชี้กล้องที่ติดอยู่ทั่วห้องทีละตัว บอกว่ากล้องเยอะขนาดนี้คงทำให้เขาเป็นบ้า แล้วคิดจะโยนกล้องผ่านช่องสายพานแบบโบว์ลิ่ง แต่กลับโดนนิ้วตัวเอง

จุดต่ำสุดทางจิตใจ

จิมมี่ยอมรับว่าประเมินความยากของคลิปนี้ต่ำไปมาก แค่คิดถึงก็ร้องไห้ เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนสัตว์ เหมือนเสียสิทธิ์ความเป็นมนุษย์ไปหมด เขาเดาว่าน่าจะถึงกลางวันที่ 5 แล้ว คิดถึงแฟนและเพื่อนในแก๊ง แม้แต่โนแลน และบอกว่าสภาพจิตตอนนี้ตกต่ำที่สุด เขาเล่าว่าอยู่นานจนฝันว่าตัวเองอยู่ในห้องนี้และคิดว่าเป็นวันที่ 6 หรือ 7 แล้วตื่นมาพบว่าเป็นแค่ความฝัน และบอกว่ายอมจ่ายไม่อั้นเพื่อรู้ว่ากี่โมงแล้ว

เขาไล่เหตุผลว่าทำไมคิดว่าเหลืออีก 33 ชั่วโมง ข้อแรก เขาหลับไปแล้ว 5 รอบ ข้อสอง ปกติเขาขับถ่ายวันละครั้ง และตั้งแต่เข้ามาขับถ่ายไปแล้ว 5 ครั้ง ข้อสาม ขนที่คอขึ้นเยอะมาก ซึ่งปกติต้องใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ เขาบอกว่าถ้ายังเป็นวันที่ 5 หรือแย่กว่านั้นคือวันที่ 4 เขาจะเสียสติแน่

เขายังฝันว่านับเลขถึง 100,000 พอตื่นก็ตัดสินใจวิ่งรอบห้อง 1,000 รอบ เขาบอกว่าเลือกเดินเป็นวงกลมเพื่อไม่ให้ตัวเองบ้า แต่สุดท้าย 1,000 รอบก็มากเกินไปจนเริ่มมึนหัว เขาสรุปว่าลองทุกวิธีเพื่อสร้างความบันเทิงให้ตัวเองแล้ว และต้องยอมรับตามตรงว่าไม่ได้ผล

การแก้แค้นจากผู้เข้าแข่งขัน 100 วัน

คาร์ลพาผู้เข้าแข่งขันสองคนจากชาเลนจ์ติดอยู่ด้วยกัน 100 วัน คือเบลีย์และซูซี่ มาดูจิมมี่ผ่านจอ คาร์ลแนะนำว่านี่คือคนที่ขังพวกเธอไว้ 100 วัน เมื่อถูกถามว่าการท้าทายนี้ง่ายหรือยากกว่าที่พวกเธอทำ คนหนึ่งตอบว่าถ้าเทียบกันแล้วคงอยากให้มีใครอยู่ด้วยมากกว่า

ทั้งคู่วางแผนแก้แค้นด้วยการส่งถาดเปล่าผ่านสายพาน ฝั่งผู้แกล้งพูดว่าไม่สงสารเลยและเขาสมควรโดน จิมมี่ซึ่งอยู่ข้างในเดาทันทีว่าคาร์ลต้องโผล่มาแน่ แล้วทีมก็ส่งอาหารเข้าไปพร้อมถามว่าหิวไหม คนเฝ้าดูให้ความเห็นว่านี่เป็นครั้งที่จิมมี่ได้ออกแรงมากที่สุดในรอบหลายวัน ส่วนจิมมี่ยอมรับว่าตัวเองอาจสมควรโดนแล้ว

หลับคือความสุข ตื่นคือความทุกข์

จิมมี่เปรียบห้องนี้กับโลกหลังความตายที่ต้องอยู่ในห้องสีขาวตลอดกาล ซึ่งคงหดหู่สุด ๆ เขาเล่าว่าเวลาหลับจะฝันเห็นตัวเองอยู่ในโลกภายนอก แต่พอตื่นก็ซึมเศร้า โดดเดี่ยว และทุกข์ทรมาน ยิ่งหลับนานเขาจึงยิ่งมีความสุข

เขาเทียบกับการท้าทายเดิม ๆ ว่าเคยอยู่บนแพ 7 วัน เคยถูกฝังทั้งเป็น 7 วัน และตอนนี้ถูกขังเดี่ยว 7 วัน แล้วบอกว่าถ้ารู้ก่อนว่ายากขนาดนี้คงไม่ทำ เขาบอกด้วยว่าถ้าตัวเลขชั่วโมงที่มุมบนซ้ายของคลิปเกิน 20 เขาคงเป็นบ้าแน่ แพทย์บรรยายสภาพของเขาช่วงนี้ว่าเอาแต่นอนบนพื้น ปาสิ่งของ อารมณ์ฉุนเฉียว และมีความสุขเมื่อได้อาหาร เหมือนเด็ก

วันสุดท้ายที่ยาวกว่าที่คิด

จิมมี่คิดว่าเหลืออีก 8 ชั่วโมงและภาวนาให้เป็นอย่างนั้น เขาวางแผนจะหลับให้ผ่านชั่วโมงท้าย ๆ ไป ทีมงานมองว่านี่จะเป็นการตื่นที่ย่ำแย่ ต่อมาเขาเดาว่าอีก 2 ถึง 3 ชั่วโมงประตูจะเปิด จึงตั้งใจกิน "มื้อสุดท้าย" ให้อิ่ม แต่ความจริงตอนนั้นยังเหลืออีก 24 ชั่วโมงพอดี

เขาเก็บกวาดห้องโดยบอกว่าเตรียมรับคนที่จะเข้ามา แต่ยอมรับว่าจริง ๆ แค่เบื่อ เขาเล่าว่าเคยคิดว่าการทดลองนี้จะดีต่อสุขภาพจิตและอาจได้เรียนรู้เรื่องตัวเอง แต่สิ่งที่ได้กลับไปจริง ๆ คือทักษะใหม่ในการปาของผ่านช่องสายพาน เขาย้ำหลายครั้งว่าไม่มีทางที่จะเหลือมากกว่า 24 ชั่วโมง เพราะทนอยู่อีก 24 ชั่วโมงไม่ไหวและถึงขีดสุดแล้ว เขาปฏิเสธที่จะเชื่อ แล้วนับเลขฆ่าเวลาต่อไปจนถึง 5,425 สาบานว่าได้ยินเสียงข้างนอก และร้องเพลงซ้ำ ๆ ว่าเศร้า ไม่อยากอยู่ที่นี่ ขอให้ปล่อยออกไป

ทีมงานที่เฝ้าดูบอกว่าเขาแทบไม่เป็นมนุษย์แล้ว เขานอนบนเตียงเอาผ้าปิดตาโดยไม่มีความตื่นเต้นใด ๆ คนหนึ่งตั้งคำถามว่าเขาจะกลายเป็นคนใหม่หรือไม่ และกลัวว่าเขาจะออกมาพร้อมสภาพจิตที่ผิดปกติ ทีมบอกว่าไม่เคยให้เขาทำอะไรสุดโต่งเท่าคลิปนี้มาก่อน เพราะครั้งนี้เขาขาดปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยสิ้นเชิง และขอให้ปลุกเขาอย่างอ่อนโยน เหมือนปลุกเด็กเล็กจากการงีบ

ออกจากห้อง

เมื่อเหลือ 10 นาที ทีมงานเตรียมตัวและนับถอยหลัง จิมมี่ขอให้รอแป๊บเพราะยังไม่ได้ใส่กางเกง เมื่อประตูเปิด เขาบอกว่ารู้สึกหวิว ๆ และแอบลืมวิธีปฏิสัมพันธ์กับคนไปบ้าง เขาโล่งใจที่ไม่ต้องจ้องแสงจ้าอีก และบอกว่าแค่เพดานข้างนอกก็ดูสุดยอดแล้ว ทีมงานบอกว่าไม่เห็นเขามีความสุขแบบนี้มานาน

จิมมี่เล่าว่าเขานึกว่าเวลาจะเหลือ 24 ชั่วโมงแบบนั้นไปตลอดกาล เขาอยากออกไปเห็นแสงตะวัน แต่เมื่อออกไปก็พบว่าข้างนอกดึกแล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็บอกว่าดีใจที่ได้เห็นโลกภายนอกอีกครั้ง