รอดจาก 5 สถานที่อันตรายที่สุดในโลก: จากกรงกลางฝูงสิงโตถึงคืนบนเกาะงู

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้บันทึกการเดินทางของจิมมี่และทีม ได้แก่ โนแลน และคาร์ล ไปยังสถานที่ที่พวกเขาจัดไว้ว่าเป็น "5 สถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลก" แต่ละจุดจะอันตรายมากขึ้นตามลำดับ และจุดสุดท้ายคือเกาะที่เต็มไปด้วยงูพิษ ระหว่างทางยังมีด่านโบนัสในทะเลที่มีฉลามด้วย คำถามหลักของคลิปไม่ได้ซับซ้อน คือพวกเขาจะผ่านแต่ละด่านไปได้หรือไม่ และใครจะถอดใจก่อน ข้อมูลเรื่องความอันตรายของแต่ละสถานที่ในบทความนี้เป็นคำบรรยายจากในคลิปทั้งหมด

7 นาทีในการอ่าน

จุดเริ่มต้น: กรงกลางซาฟารีแอฟริกา

การเดินทางเริ่มที่กรงหนึ่งกลางซาฟารีแอฟริกา คำบรรยายบอกว่าพื้นที่นี้มีทั้งสิงโต เสือชีตาห์ ฮิปโป และสัตว์อีกหลายชนิดที่ฆ่าคนได้ จิมมี่ไม่ได้รอให้สัตว์เดินผ่านมาเอง เขานำเนื้อมาโยนไว้รอบกรงเพื่อให้สิงโตเข้ามาหาแน่ ๆ คนในทีมถึงกับถามว่า "เรากำลังหาเรื่องตายเหรอ?"

จิมมี่อธิบายว่าความอันตรายของที่นี่อยู่ที่ช่วงหลังพระอาทิตย์ตก เพราะคนมองไม่เห็นทางแล้ว แต่สัตว์ยังมองเห็น พอมืดลงจริง ๆ ทีมก็เห็นสิงโต 2 ตัว และได้ยินเสียงสัตว์ใหญ่ซึ่งตอนแรกมีคนเดาว่าเป็นแรด ไม่นานสิงโตก็มาล้อมกรง จิมมี่บอกว่ามันอยู่ห่างออกไปแค่ราว 20 ฟุต และเดินวนรอบกรงไม่ยอมไป เขาพูดกึ่งติดตลกว่าพวกเขาอาจตายในคลิปนี้ก็ได้ แล้วโยงต่อไปว่าสถานที่ถัดไปจะยิ่งอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ

ปีนหน้าผาน้ำตกน้ำแข็ง: ด่านที่โนแลนถอนตัว

ด่านต่อมาคือการปีนหน้าผาน้ำตกน้ำแข็งที่ทั้งหนาวและสูงชัน อุปกรณ์มีเพียงรองเท้าบู๊ตติดใบมีดกับที่เจาะน้ำแข็ง จิมมี่ยอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่แน่ใจว่าจะปีนไหว และคาดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยทำมา

ยังไม่ทันได้ปีนจริงจัง โนแลนก็ขอถอนตัว จิมมี่บอกว่าไม่อยากเชื่อว่าโนแลนจะป๊อดไปแล้ว ส่วนคนที่เหลือปีนต่อ ยิ่งขึ้นสูงหน้าผาก็ยิ่งชัน มีช่วงหนึ่งที่เท้าเริ่มเหยียบไม่อยู่จนเกือบร่วง พอเหลือราว 10% สุดท้าย จิมมี่บอกว่าถลำมาลึกเกินจะล้มเลิกแล้ว และพูดด้วยว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้ด้วยซ้ำ สุดท้ายเขาปีนถึงยอดน้ำตกได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นเขาก็ยอมรับว่า "โนแลนคิดถูกแล้วล่ะ" ที่เลือกไม่ปีน

ถนนมรณะในโบลิเวีย: ห่างขอบเหวแค่ 7 นิ้ว

ด่านที่สามอยู่ที่โบลิเวีย ทีมขับรถบนเส้นทางที่จิมมี่เรียกว่าเส้นทางที่อันตรายที่สุดในโลก ตามคำบรรยาย ถนนเส้นนี้เคยมีคนตายมากถึงปีละ 300 คน รัฐบาลจึงสั่งปิดไปเมื่อ 10 ปีก่อน แต่จิมมี่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลให้เปิดเส้นทางนี้เพื่อการถ่ายทำครั้งนี้ คนในรถคนหนึ่งบอกว่าเขาคิดว่าทางการไม่น่าอนุญาตเลย

บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยการโต้เถียง คนข้างคนขับบ่นว่าจิมมี่ขับไม่เหมือนคนที่กำลังขับบนเส้นทางมรณะ ไม่ชอบที่ได้ยินเขาร้อง "โอ้" ระหว่างขับ และเตือนให้จับพวงมาลัยไว้ จิมมี่บอกว่ารถอยู่ห่างขอบผาแค่ 7 นิ้ว และพลาดเมื่อไหร่อาจร่วงลงไปตายได้

ต่อจากนั้นทีมเข้าใกล้หนึ่งใน 3 จุดอันตรายของเส้นทาง ถนนแคบลงเรื่อย ๆ จนล้อรถอยู่ปริ่มขอบเหว ข้างล่างเป็นหุบเขาลึกที่มีน้ำตก โนแลนได้รับหน้าที่ลงไปบอกทาง เขาตอบว่ายินดีลงจากรถทันที แต่คนในรถก็ตำหนิว่าบอกทางไม่ได้เรื่อง ส่วนโนแลนบอกว่าตอนนั้นรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งหนีให้พ้น ๆ มากกว่า

จิมมี่ยังชี้ปัจจัยเสี่ยงอีกอย่าง คือหมอก บางช่วงถนนดูปกติมาก แต่เมื่อระดับความสูงเปลี่ยนฉับพลัน หมอกหนาก็ลงมาจนแทบมองไม่เห็นทาง และกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ มีจังหวะที่โนแลนต้องตะโกนให้หยุดเพราะรถเฉียดขอบเกินไป ช่วงท้ายทีมต้องข้ามสะพานที่ดูเก่า จิมมี่ให้โนแลนเดินทดสอบสะพานก่อน สุดท้ายทีมก็ผ่านถนนมรณะมาได้

(ช่วงนี้ของคลิปมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของผู้สนับสนุนแทรกอยู่ ซึ่งไม่ได้นำมาเรียบเรียงในบทความนี้)

ด่านโบนัส: ลงทะเลกับฉลามโดยไม่มีกรง

หลังจบด่านบนบก จิมมี่ส่งคาร์ลกับโนแลนลงทะเลที่มีฉลามว่ายล้อมรอบ และครั้งนี้ไม่ใช้กรง ทั้งที่ปกติจะใช้ คำบรรยายอ้างว่าฉลามในน่านน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องโจมตีโดยไม่มีอะไรยั่วยุ จึงเป็นน่านน้ำที่อันตรายที่สุดในสหรัฐฯ

ทั้งสองตกใจกับขนาดของฉลาม และตะโกนซ้ำ ๆ ว่าทำไมไม่ลงในกรง มีครั้งหนึ่งที่ต้องเตือนกันว่าฉลามอยู่ข้างหลัง โนแลนลังเลไม่อยากลงน้ำ บอกว่ายังไม่อยากตายวันนี้ มีคนประเมินว่าฉลามยาวประมาณ 2 เท่าของความสูงคน ถึงอย่างนั้นคาร์ลก็บอกว่าเขาทนฉลามได้

อันดับ 2: น้ำตกกลางป่าแอมะซอนกับน้ำท่วมฉับพลัน

จิมมี่บอกว่าฉลามยังเทียบไม่ได้กับสถานที่อันตรายอันดับ 2 ซึ่งอยู่ใจกลางป่าฝนแอมะซอน เขาอธิบายว่าที่นี่สวยงามพอ ๆ กับที่อันตราย เพราะป่าเปลี่ยนสภาพได้ทุกขณะ แค่พายุฝนเล็ก ๆ ก็ทำให้แม่น้ำเกิดน้ำท่วมฉับพลันไปทั้งบริเวณได้ เป้าหมายคือน้ำตกที่ในคำบรรยายเรียกว่า "โกคตาคาตาแรค" จิมมี่อ้างว่าน้ำท่วมฉับพลันที่นี่พัดคนตกลงไปลึก 1,000 ฟุตได้ และวันที่ไปก็เป็นวันฟ้าหม่น

รอบนี้จิมมี่พาเฮสกับเบลีย์มาด้วย เขาเล่าว่าเฮสเคยเอาตัวรอดในป่า 70 วัน ส่วนเบลีย์เคยติดอยู่ในกล่อง 100 วัน และมองว่ากิจกรรมนี้น่าจะเป็นงานถนัดของเฮสมากกว่า มีช่วงหนึ่งที่ทีมได้ยินว่าโอกาสตาย "มีน้อยมาก" แล้วมีคนถามกลับทันทีว่า "ไม่ใช่ศูนย์เหรอ?"

ทีมเดินทางหลายชั่วโมงผ่านพื้นที่ที่จิมมี่บรรยายว่าลื่นที่สุด และหลายช่วงก็ชันที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยเหยียบ จนถึงน้ำตก ไกด์ช่วยพาข้ามแม่น้ำอย่างปลอดภัย จากนั้นทีมผูกเชือกให้แน่นเพื่อเดินไปดูที่ขอบน้ำตก จิมมี่บอกว่าวิวงดงามที่สุด แต่ก็ย้ำว่าที่นี่กลายเป็นสถานที่มรณะได้ในพริบตา

เมื่อการถ่ายคลิปกลายเป็นปฏิบัติการฉุกเฉิน

สิ่งที่จิมมี่เตือนไว้เกิดขึ้นจริง ฝนตกหนักราวฟ้ารั่ว น้ำตกขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายสภาพเป็นน้ำท่วมฉับพลัน จิมมี่บอกว่าพวกเขากำลังถูกน้ำซัดออกจากแอมะซอนและต้องรีบไป เขาเสนอให้ใช้เชือกโรยตัวลงด้านข้างน้ำตก แต่อีกคนไม่เห็นด้วย ทีมพิจารณาทางเลือกว่าจะเข้าป่าแทนดีไหม และความเสี่ยงแต่ละทางเป็นอย่างไร มีคนสังเกตว่าโคลนไหลลงมาบนเชือกของจิมมี่เยอะมาก และอาจมีฟ้าผ่าเมื่อไหร่ก็ได้ จิมมี่สรุปว่าการถ่ายคลิปยูทูบของพวกเขากลายเป็นปฏิบัติการฉุกเฉินไปแล้ว

ทางออกมีทางเดียว คือเส้นทางลื่นและชันเดิมที่ใช้เข้ามา แต่ตอนนี้ต้องเดินขณะที่ทั้งป่าถูกน้ำท่วม บางช่วงทางขาดไปแล้ว ต้องปีนเชือกผ่านหลายจุด และใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะลงจากภูเขาได้ จิมมี่ย้อนนึกถึงตอนข้ามแม่น้ำขาเข้าที่เขายังหัวเราะอยู่ แต่ตอนนี้หัวเราะไม่ออกแล้ว เพราะถ้าล้ม น้ำตกก็รออยู่ตรงนั้น และกระแสน้ำไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ หลังลุยน้ำท่วมและโคลนอยู่หลายชั่วโมง ทีมก็ลงจากภูเขามาได้โดยไม่มีใครเป็นอะไร

อันดับ 1: ค้างคืนบนเกาะงู

สถานที่สุดท้ายและเป็นอันดับหนึ่งในรายการของทีมคือ "เกาะงู" ซึ่งจิมมี่เรียกว่าเกาะที่อันตรายร้ายแรงที่สุดในโลก ทีมถูกปล่อยไว้บนเกาะจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ความหวังเดียวที่จะกันเขี้ยวงูพิษได้คือปลอกขาที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เมื่อมีคนถามว่าถ้าโดนกัดจะเป็นอย่างไร คำอธิบายในคลิปคือถ้าพิษเข้ากระแสเลือด ผิวหนังจะละลายและตายภายในหนึ่งชั่วโมง คนหนึ่งบอกว่ารู้สึกคลื่นไส้เมื่อคิดว่าอาจตายได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยอมรับว่าวิวบนเกาะสวยมาก

คำบรรยายอธิบายว่าคนอาจคิดว่าเกาะนี้ได้ชื่อเพราะมีงูหลายพันตัวอาศัยอยู่ในที่โล่ง แต่หลังจากงูล่าสัตว์บนพื้นจนหมดแล้ว ตอนนี้มันขึ้นไปล่านกบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเหยื่อชนิดเดียวที่เหลืออยู่บนเกาะ ความกังวลจึงเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้จิมมี่ห่วงขาของตัวเอง แต่เมื่อเดินเข้าป่า พวกเขาต้องระวังงูที่อาจกระโจนลงมาจากต้นไม้ด้วย พุ่มไม้หนาจนจิมมี่บอกว่ามองเห็นข้างหน้าได้ไม่เกิน 2 ฟุต

จับงูเพื่อทำเซรุ่ม

ระหว่างอยู่บนเกาะ ทีมช่วยนักวิทยาศาสตร์จับงูพิษ คำอธิบายในคลิปคือเมื่อจับงูได้ นักวิทยาศาสตร์จะสกัดพิษไปทำเซรุ่ม มีงูตัวเล็กตัวหนึ่งหลุดมือหนีไปได้ จิมมี่แซวว่าเขาทำงูหล่นได้ชิลพอ ๆ กับที่ตัวเองทำโทรศัพท์หล่น พอจับตัวต่อไปได้ ทีมก็กำชับว่ารอบนี้ห้ามทำหล่นเด็ดขาด

เมื่อจิมมี่ถามว่าเซรุ่มจากงูตัวหนึ่งจะช่วยชีวิตคนได้กี่คน คำตอบที่ได้คือ "หลายพันชีวิต" คำบรรยายเสริมว่าเซรุ่มที่สังเคราะห์ได้ใช้รักษาคนถูกงูกัดในบราซิลได้ 90% จิมมี่จึงตีความว่างูแต่ละตัวที่จับได้เท่ากับช่วยชีวิตคนได้หลายพันคน มีงูอีกตัวเกาะอยู่บนต้นไม้สูงราว 15 ฟุต นักวิทยาศาสตร์แนะนำให้เขย่าต้นไม้ให้มันร่วงลงมา แต่งูไม่ยอมขยับ จิมมี่บอกว่าเขาไม่มีทางตั้งแคมป์ใต้ต้นนี้แน่

คืนท่ามกลางงูพิษ และการกลับบ้าน

พอฟ้าเริ่มมืด ทีมตั้งแคมป์ จิมมี่ยอมรับว่าไม่รู้ว่าเต็นท์จะกันงูได้หรือไม่ ก่อนนอนเขาบอกว่าหวังว่างูจะไม่เลื้อยเข้าเต็นท์ และอยากกลับไปอยู่อย่างปลอดภัยในบ้านตัวเอง เช้าวันรุ่งขึ้นสิ่งเดียวที่อยู่ในใจทุกคนคือรีบออกจากเกาะให้เร็วที่สุด

ตอนท้าย จิมมี่ไล่เรียงสิ่งที่ผ่านมา ตั้งแต่ห้อยโหนบนหน้าผาน้ำแข็ง ขับรถห่างหน้าผาชัน 1,000 ฟุตแค่ไม่กี่นิ้ว ว่ายน้ำกับฉลามโดยไม่มีกรง จนถึงค้างคืนบนเกาะงู และสรุปว่าพวกเขารอดออกมาได้โดยไม่มีใครตาย