จากหลุมหลบภัย 1 ดอลลาร์ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์: มิสเตอร์บีสต์ไล่ดูความต่างของที่หลบภัยนิวเคลียร์ตามระดับราคา

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้ตั้งคำถามว่าที่หลบภัยนิวเคลียร์ในราคาต่างกันให้อะไรต่างกันบ้าง จิมมี่ (มิสเตอร์บีสต์) และทีมเริ่มจากหลุมราคา 1 ดอลลาร์ แล้วไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงสถานที่ที่จิมมี่เรียกว่า "หลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุดในโลก" ซึ่งอยู่ในภูเขา ลึกลงไปใต้ดิน 2,000 ฟุต จิมมี่เปิดคลิปด้วยการบอกว่าที่นี่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และรอดจากระเบิดอะตอมลูกใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาได้ ระหว่างทางทีมแวะดูที่หลบภัยราคาระดับกลางหลายแห่ง แต่ละแห่งให้ความสำคัญกับเรื่องต่างกัน บางแห่งเน้นความแข็งแรงทางทหาร บางแห่งเน้นความหรูหรา บางแห่งแค่สะท้อนบุคลิกของเจ้าของ

10 นาทีในการอ่าน

หลุมหลบภัย 1 ดอลลาร์: ตู้คอนเทนเนอร์งอ ๆ ใต้ดิน

แห่งแรกเป็นแค่ตู้คอนเทนเนอร์ที่ฝังอยู่ใต้ดิน ข้างในเปียกชื้น และตัวตู้งอไปแล้ว จิมมี่พาทัวร์ได้ไม่กี่วินาทีก็บอกว่า "จบแค่นี้แหละครับ" แล้วแซวว่าไม่แปลกที่เจ้าของขายให้แค่ดอลลาร์เดียว เพราะสภาพดูเหมือนเพิ่งโดนแรงระเบิดมาแล้ว พอจิมมี่ถามเพื่อนว่าหลุมนี้จะรอดระเบิดไหม เพื่อนตอบว่าไม่ ฉากนี้จบแบบติดตลกด้วยการ "หย่อนระเบิด" ลงไป หน้าที่ของหลุมนี้ในคลิปคือเป็นจุดตั้งต้น ก่อนที่จิมมี่จะบอกว่าหลุมต่อจากนี้จะสุดขีดขึ้นเรื่อย ๆ

หลุมหลบภัย 1 ล้านดอลลาร์: ฐานยิงมิสไซล์เก่าที่กลายเป็นบ้านลับ

แห่งที่สองเดิมสร้างไว้สำหรับยิงมิสไซล์ ที่นี่รอดจากระเบิดนิวเคลียร์ได้เพราะอยู่ลึกใต้ดิน ทีมต้องเดินลงบันไดหลายต่อหลายขั้นและเปิดประตูหนัก 7,000 ปอนด์ก่อนถึงใจกลางหลุม จิมมี่บอกว่าข้างในให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใน Star Wars และอธิบายว่าห้องนี้เคยใช้ยิงมิสไซล์ ทั้งสถานที่ออกแบบให้ทนระเบิดนิวเคลียร์และตอบโต้กลับได้

จุดที่จิมมี่เน้นคือพื้นที่ทุกคนยืนอยู่นั้นลอยตัว มันเป็นแท่นขนาดยักษ์ที่ห้อยลงมาจากเพดาน และมีสปริงแค่ 8 ตัวพยุงไว้ทั้งหมด เมื่อราว 50 ปีก่อนที่นี่เคยเป็นศูนย์บัญชาการมิสไซล์ ตอนนี้เจ้าของคนปัจจุบันดัดแปลงให้เป็นบ้านลับที่แข็งแรงและพร้อมรับวันสิ้นโลก จิมมี่ถึงกับถามว่ารัฐบาลยอมให้ซื้อได้อย่างไร

ทีมลงไปอีกสองชั้นจนถึงชั้นต่ำสุด ซึ่งอยู่ใต้ดินห้าชั้น ข้างล่างมีห้องครัว พื้นที่บันเทิง อ่างอาบน้ำ และสิ่งที่จิมมี่ชอบที่สุดคือคลับ เจ้าของใช้ที่นี่จัดปาร์ตี้ จิมมี่แซวว่าโนแลนคงไม่ได้รับเชิญ เจ้าของบอกว่าปกติไม่พาใครไปดูส่วนลับของหลุม แต่ครั้งนี้ยอมพาทีมไปดูปล่องยิงนิวเคลียร์ที่หลายสิบปีก่อนเคยมีมิสไซล์นิวเคลียร์ตั้งอยู่ พอทีมถามว่าเข้าไปข้างในปลอดภัยไหม เจ้าของตอบอ้อมแอ้มว่าไม่ แต่คาร์ลก็ยังเข้าไป ทีมลองปิดไฟ แล้วทุกคนก็บอกว่าน่ากลัวมากเพราะมองไม่เห็นอะไรเลย

หลุมหลบภัย 3 ล้านดอลลาร์: พิพิธภัณฑ์อาวุธประดิษฐ์ของโคลิน เฟิร์ซ

จิมมี่ปูทางว่าถ้าใครอยากสร้างที่หลบภัยเอง ผลลัพธ์อาจออกมาแบบหลุมในสวนหลังบ้านของโคลิน เฟิร์ซ (Colin Furze) ยูทูบเบอร์สายประดิษฐ์ ทางเข้าอยู่ในกระท่อมที่จิมมี่เรียกว่า "กระท่อมสุดสยอง" เรื่องความปลอดภัย หลุมนี้มีคอนกรีตหนาหนึ่งเมตรอยู่เหนือศีรษะ แต่โคลินอธิบายว่ามันไม่ได้เป็นแค่เซฟเฮาส์ ยังเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ของการทำช่องยูทูบด้วย จิมมี่บอกว่ามูลค่า 3 ล้านดอลลาร์มาจากของสะสมสุดบ้าและอันตรายพวกนี้

ของที่โคลินนำมาโชว์ได้แก่ กระเป๋าเป้พ่นไฟ ปลอกแขนที่ยิงจรวดและมีดได้และมีที่ช็อตไฟฟ้าอยู่ข้างใน และปืนกลที่ติดเลื่อย จิมมี่เปรียบโคลินว่าเหมือนโทนี่ สตาร์กในชีวิตจริง โคลินสาธิตเป้พ่นไฟทั้งที่ยังอยู่ในหลุม จิมมี่บอกว่าไม่แน่ใจว่าปลอดภัยพอหรือเปล่า แต่ก็ยังขอลองเองและสนุกมาก จิมมี่ปิดช่วงนี้ด้วยคำเตือนว่าอย่าคิดปล้นที่นี่เด็ดขาด

หลุมนี้ยังมีห้องที่สองซึ่งต่อกันด้วยเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน และใหญ่กว่าห้องแรกด้วย ในห้องนี้โคลินโชว์ปืนใหญ่ที่ใช้อะไรเป็นกระสุนก็ได้ โดยยิงขนมปังทั้งก้อนกับทิชชู่ทั้งม้วน ต่อด้วยเข็มขัดมีดหมุน จิมมี่ตั้งข้อสังเกตว่าหลุมหลบภัยควรมีไว้ปกป้องคน แต่ตอนเห็นของชิ้นนี้กลับไม่รู้สึกปลอดภัยเลย พอถามว่าเคยมีมีดหลุดออกมาไหม โคลินตอบว่า "ยัง" ทีมแซวว่าหั่นแตงกวาได้โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดมีดหมุน โคลินตอบว่าแบบนี้สนุกกว่าเยอะ ชิ้นสุดท้ายคือ "ฟรีซเซอร์เวฟ" ที่โคลินบอกว่าทำงานตรงข้ามกับไมโครเวฟ เขาทดลองกับขนม Feastables Cup และผลคือขนมแข็งจริง

หลุมหลบภัยประธานาธิบดี 5 ล้านดอลลาร์: ของ JFK ที่ไม่สมราคา

จิมมี่บอกว่าแม้โคลินจะรู้สึกว่าหลุมของตัวเองปลอดภัย ก็ยังเทียบไม่ได้กับหลุมหลบภัยประธานาธิบดีบนเกาะสวรรค์มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ แต่พอเข้าไปจริง ทีมกลับเจอกลิ่นเหมือนฉี่แมว จิมมี่อธิบายว่าหลุมนี้อาจดูไม่มากมาย แต่ในปี 1961 ก็ถือว่ามากพอสำหรับ JFK ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จิมมี่เรียกว่าโด่งดังที่สุด ทีมงานตอบสนองด้วยความผิดหวัง มีคนถามว่า JFK มีแค่นี้เองหรือ จิมมี่ยอมรับว่าตอนนี้สภาพเหมือนถังขยะ พอเดินถึงห้องน้ำประธานาธิบดีก็มีคนแซวว่า "ไหนบอกว่าราคา 5 ล้าน" จิมมี่เทียบว่าหลุมพันล้านที่จะไปดูตอนท้ายปลอดภัยถึงขั้นเป็นที่เดียวที่รอดจากสงครามนิวเคลียร์ได้ แล้วแซวว่าหวังว่า JFK จะไม่ได้เห็นคลิปนี้ เพราะคงหงุดหงิดที่ที่อื่นเจ๋งกว่า

หลุมหลบภัย 30 ล้านดอลลาร์: ตึกระฟ้าใต้ดิน 15 ชั้น

จากหลุมหลบภัยในอดีต จิมมี่พาไปดูสิ่งที่เรียกว่าหลุมหลบภัยแห่งอนาคต ที่นี่สูง 15 ชั้นเหมือนตึกระฟ้าที่จมอยู่ใต้ดิน สร้างไว้ให้คน 75 คนอยู่รอดจากทุกอย่าง ด่านแรกคือประตูเกราะเสริมใยเหล็กหนา 2 ฟุต เมื่อถูกถามว่าต้องใช้ RPG กี่ลูกถึงจะยิงทะลุ คำตอบคือ "น่าจะ 3" นอกจากนี้ยังมีพลซุ่มยิงเฝ้าบนหลังคาตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลังปืนที่จิมมี่บอกว่าเป็นของโปรดของแลร์รี่ ฝั่งเจ้าบ้านพูดว่าจะไม่ยอมให้ใครขโมยเสบียง ในหลุมยังมีสนามยิงปืนในร่มด้วย จิมมี่ยอมรับว่าอาจดูเยอะไปหน่อย แต่ถ้าโลกใกล้จะจบ ใครจะไม่อยากอยู่ที่นี่

ฝั่งการดำรงชีวิตมีโรงพยาบาลซึ่งรวมห้องตรวจโรค ห้องทำฟัน และห้องจ่ายยา มีห้องขัง และมีอพาร์ตเมนต์หรู 15 ห้อง ทีมงานคนหนึ่งจำได้ว่าเคยมาที่นี่เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนถ่ายคลิปใช้ชีวิตในหลุมหลบภัย 24 ชั่วโมง และบอกว่าตอนนั้นตัวเองดูเด็กมาก จิมมี่บอกว่าอพาร์ตเมนต์ใต้ดินพวกนี้สวยกว่าอพาร์ตเมนต์บนดินของคนส่วนใหญ่ มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า และมีพื้นที่ส่วนกลางกระจายอยู่ทั้ง 14 ชั้น จิมมี่แซวว่าอย่าบอกแชนด์เลอร์เพราะจะอิจฉา ส่วนทีมงานก็แย่งกันจองห้อง

เรื่องอาหาร ที่นี่มีร้านขายของชำที่ทำให้รู้สึกเหมือนชีวิตปกติ มีกระทั่งเบคอนกระป๋อง และมีสวนผักไฮโดรโปนิกส์ที่จิมมี่เห็นว่าน่าจะเป็นห้องสำคัญที่สุดในหลุม เพราะปลูกผักหลายชนิดด้วยน้ำแทนดิน และกลายเป็นแหล่งอาหารไม่รู้จบให้ผู้อาศัย ปิดท้ายด้วยสระว่ายน้ำที่จิมมี่เรียกว่าได้รับการป้องกันมากที่สุดในโลก จิมมี่สรุปว่าหลุมนี้ดีกว่าที่ผ่านมาราว 20 เท่า เพราะมีทั้งสระน้ำ อาหารไม่อั้น ยิม และหน้าผาจำลอง และบอกว่านึกไม่ออกแล้วว่าจะมีอะไรดีกว่านี้อีก ทั้งที่ยังมีหลุมที่แพงกว่ารออยู่

หลุมหลบภัย 50 ล้านดอลลาร์: โลกจำลองใต้บ้านธรรมดา

หลุมนี้ซ่อนอยู่ใต้บ้านหน้าตาธรรมดาในละแวกบ้านทั่วไป ลึกลงไป 30 ฟุต จิมมี่เรียกมันว่าหนึ่งในหลุมหลบภัยที่แพงและพิลึกที่สุดในโลก ทางลงต้องกดรหัสลับเพื่อเปิดลิฟต์ จิมมี่ขอให้เบลอภาพตอนกดรหัส ลิฟต์ลงไปสามชั้นใต้ดินช้า ๆ ระหว่างทางมองเห็นผนังหินกับซีเมนต์

จิมมี่อธิบายว่าหลุมนี้ออกแบบมาให้คนข้างในไม่รู้สึกว่าอยู่ในหลุมหลบภัย ถ้าต้องติดอยู่ใต้ดินนาน 100 ปี ก็ควรเลือกที่นี่ เพราะบรรยากาศเหมือนอยู่ข้างนอก มีพื้นนุ่มที่ทีมงานดูไม่ออกว่าเป็นพรมหรือหญ้า มีต้นปาล์มทั้งที่อยู่ใต้ดินสามชั้น และมีต้นคริสต์มาสตั้งอยู่ทั้งที่คริสต์มาสผ่านมา 9 เดือนแล้ว ทีมเดาว่าเจ้าของคงตั้งไว้ทั้งปี ตรงกลางหลุมมีบ้านอีกหลังที่ใหญ่และหรูกว่าที่ทีมคาด มีต้นไม้อยู่นอกหน้าต่าง จิมมี่บอกว่าหลุมนี้ออกแบบให้อยู่ได้หลายสิบปีโดยไม่คิดถึงโลกข้างนอก เพราะมันเหมือนโลกข้างนอกอยู่แล้ว

มีเรื่องขำเล็ก ๆ ระหว่างสำรวจ เพดานบางช่วงเตี้ยจนทีมแซวว่าคนสร้างคงสูงแค่ 5 ฟุต ส่วนทาริกเดินผ่านได้สบาย ทีมงานคนหนึ่งเปิดไดเอ็ตโค้กกินแล้วพบว่าหมดอายุไป 2 ปีแล้ว พอจะค้นในเน็ตว่ากินแล้วอันตรายไหมก็ค้นไม่ได้ เพราะไม่มีสัญญาณที่ความลึกสามชั้นใต้ดิน

ทีมงานจำได้ว่าห้องนี้คือที่ที่ใช้ถ่ายคลิปขังฮิวโก้กับเรย์นในหลุมหลบภัย 100 วัน ชิงรางวัลครึ่งล้าน ทีมจึงเรียกทั้งสองคนลงมาด้วยลิฟต์ จิมมี่ยอมรับกับทั้งคู่ว่าหลุมนี้ดีกว่าที่ตัวเองสร้างให้เยอะ และขอโทษ ไม่นานฮิวโก้กับเรย์นก็กลับไปเถียงกันเหมือนเดิม เรื่องหนึ่งที่เถียงกันคือห้องครัวสีชมพู เรย์นสัญญาว่าถ้ามีครัวแบบนี้จะทำอาหารให้ทุกคืน ฮิวโก้ตอบว่าคิดว่าคงไม่ทำอยู่ดี ฮิวโก้กระโดดลงสระทั้งที่ยังใส่ถุงเท้า จิมมี่ติเรื่องเดียวคือสระควรมีฮีตเตอร์เพราะน้ำเย็นมาก เมื่อถามว่าถ้าตอนนั้นมีสระน้ำจะต่างไปไหม ทั้งคู่ตอบว่าต่างมาก และคงไม่ไปไหนเลย หลุมนี้ยังมีทางออกลับของตัวเอง ซึ่งจิมมี่ไม่แน่ใจว่าควรเอาให้ดูหรือไม่

หลุมหลบภัย 1,000 ล้านดอลลาร์: สถานีกองทัพอวกาศไชแอนน์เมาน์เทน

แห่งสุดท้ายคือสถานีกองทัพอวกาศไชแอนน์เมาน์เทน (Cheyenne Mountain Space Force Station) จิมมี่บอกว่าหลุมนี้มีหินแกรนิตแข็งหนา 2,000 ฟุตเป็นป้อมปราการ และทนอาวุธทำลายล้างใด ๆ ที่เคยผลิตมาได้ ความเข้มงวดเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้า ทีมงานคนหนึ่งถามเล่น ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าวิ่งเข้าอุโมงค์ อีกคนรีบห้ามว่าอย่าถาม เดี๋ยวโดนยิง คาร์ลขอถือปืนแล้วถูกปฏิเสธ จิมมี่บอกว่าปกติคลิปแบบนี้จะมีแผนที่ 3 มิติให้ดูโครงสร้าง แต่ที่นี่ทั้งลับและเข้มงวดมาก ทีมต้องปิดฝาเลนส์กล้องเป็นระยะ และตามกฎหมายแล้วหลายส่วนเปิดให้ดูไม่ได้

ทีมเดินไปถึงประตูกันระเบิดนิวเคลียร์ จิมมี่บอกว่าแข็งแรงพอจะป้องกันระเบิดลูกใหญ่ที่สุดที่เคยผลิตมา และข้างในยังมีบานที่สองซ้อนอยู่อีกชั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าถ้ามีระเบิดนิวเคลียร์ข้างนอกขณะที่อยู่ข้างใน ทุกคนจะไม่เป็นไร ถัดไปเป็น "กำแพงต้อนรับ" ที่แสดง 4 เหล่าทัพซึ่งปฏิบัติการอยู่ในสถานที่นี้ และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าที่นี่คือกองทัพอวกาศ

จิมมี่อธิบายว่านอกจากจะดูแลความปลอดภัยของผู้นำระดับสูง หลุมนี้ยังออกแบบมารับมือภัยธรรมชาติซึ่งคาดเดายากกว่าภัยจากศัตรู ผู้สร้างเซาะช่องว่างระหว่างภูเขากับตัวอาคาร แล้ววางอาคารไว้บนสปริง แรงกระแทกจากระเบิดนิวเคลียร์หรือแผ่นดินไหวจึงถูกดูดซับไว้ ทีมเดินผ่านประตูหนาและทางเดินยาวมาก ความยาวทางเดินบอกไม่ได้เพราะเป็นความลับ

จุดสำคัญคือศูนย์สั่งการ เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ถ่ายได้ทั้งหมดยกเว้นฝั่งขวา จิมมี่อธิบายว่าสิ่งที่ปิดไว้ไม่ใช่ภาพ UFO แต่เกี่ยวกับการป้องกันอเมริกาเหนือจากการโจมตีทางอากาศและทางน้ำ ที่นี่เป็นที่ที่ผู้นำ NORAD ใช้สั่งการ จิมมี่ได้รับอนุญาตให้นั่งเก้าอี้นายพลโดยห้ามแตะอะไร แต่ทาริกไปแตะอุปกรณ์บางอย่างหลังถูกเตือนไปแล้วนับสิบรอบ เจ้าหน้าที่ต้องเตือนซ้ำ ทาริกขอโทษหลายครั้ง และทีมงานกังวลว่าอาจโดนเชิญออก

จากนั้นอีริคพาทีมไปดูศูนย์บัญชาการลับใจกลางหลุม ซึ่งเรียกว่า A-JOC หรือศูนย์ปฏิบัติการร่วมสำรอง ที่นี่รับผิดชอบน่านฟ้าและน่านน้ำของทั้งทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อจิมมี่ถามว่าถ้ามียานปริศนาโผล่มา เครื่องบินขับไล่จะตามทันในกี่นาที คำตอบคือไม่ถึง 5 นาที จิมมี่อดถามไม่ได้ว่ามี UFO ไหม จิมมี่เล่าว่าเจ้าหน้าที่ก้มมองพื้นและไม่ตอบ แล้วบทสนทนาก็ถูกตัดไป

ชีวิตประจำวันในภูเขา

จิมมี่บอกว่าจำนวนคนที่ทำงานที่นี่เป็นความลับ แต่ที่นี่มีทุกอย่างพอเลี้ยงคนหลายร้อยคนได้นานหลายปีต่อครั้ง ทั้งยิม ร้านขายของชำ และร้าน Subway ซึ่งจิมมี่แซวว่าคนทำงานต้องเยอะมากถึงขนาดต้องเปิดร้าน และสั่งมีตบอลซอสมารินาร่าที่เรียกว่า "ปลอดภัยที่สุด" ที่นี่ยังมีสถานีดับเพลิงของตัวเอง รถดับเพลิงวิ่งบนถนนจริงในภูเขา ทีมได้ลองฝึกปั๊มหัวใจ ปกติเจ้าหน้าที่ฝึกกับหุ่น แต่ทีมใช้เพื่อนในทีมแสดงเป็นผู้ป่วยแทน ผลงานได้คะแนน 4 เต็ม 10 เพราะปั๊มหัวใจไม่พอ

บทสรุปของจิมมี่: เมืองใต้ภูเขาที่ไม่มีที่ไหนเทียบได้

ตอนท้ายจิมมี่ทบทวนว่าที่หลบภัยบางแห่งอยู่ในสวนหลังบ้าน บางแห่งถ้ามีเงินพอก็ซ่อนไว้ใต้ละแวกบ้านได้ทั้งย่าน บางแห่งไปไกลกว่าการเอาตัวรอดด้วยการตกแต่งหรูหราและมีสวนน้ำ แต่จิมมี่มองว่าไม่มีที่ไหนเทียบไชแอนน์เมาน์เทนได้ เพราะที่นี่เป็นเมืองใต้ดินที่มีโรงไฟฟ้า ทางเดินยาวเหยียด ทางด่วน และทะเลสาบหลายแห่ง จิมมี่ปิดท้ายว่าวันหนึ่งที่นี่อาจช่วยปกป้องอเมริกาเหนือและมนุษยชาติ ก่อนออกมา จิมมี่ขอให้เจ้าหน้าที่พูดว่ากองทัพสหรัฐฯ จะตามล่าคนที่ไม่กดซับสไครบ์ เจ้าหน้าที่ตอบสั้น ๆ ว่า "พูดไม่ได้ครับ"