มิสเตอร์บีสต์สร้างโรงเรียน 10 แห่งทั่วโลก: จากกานา เอกวาดอร์ สหรัฐฯ ถึงอินเดีย

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

ในวิดีโอนี้ มิสเตอร์บีสต์ (จิมมี่) ตั้งเป้าสร้างโรงเรียน 10 แห่งในหลายประเทศ จุดเริ่มต้นคือตัวเลขที่เขายกขึ้นมาตั้งแต่ต้นคลิปว่ามีเด็กกว่า 200 ล้านคนที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนที่ปลอดภัย เขาย้ำหลายครั้งว่าจะไม่ได้แค่สร้างอาคารเรียน แต่จะแก้ปัญหาที่อยู่รอบโรงเรียนด้วย เช่น อาหารกลางวันต่อเนื่องหลายปี น้ำดื่มสะอาดแทนน้ำที่มีเชื้อโรค และการดึงเด็กออกจากฟาร์มที่ใช้แรงงานเด็กอย่างผิดกฎหมาย เขาคาดว่าโครงการนี้จะเปลี่ยนชีวิตคนนับหมื่นทั่วโลก

9 นาทีในการอ่าน

โรงเรียนแรกในกานา: ทุบอาคารที่รัฐสั่งรื้อ

โรงเรียนแห่งแรกอยู่ในกานา อาคารเดิมทรุดโทรมมากจนเจ้าหน้าที่รัฐประกาศให้ทุบทิ้ง ทีมงานรวมถึงแชนด์เลอร์จึงช่วยกันรื้ออาคารเก่า แล้วพาเด็ก ๆ ไปดูโรงเรียนหลังใหม่ ทีมยังขุดบ่อน้ำใหม่ในระยะที่ชาวบ้านเดินไปถึงได้ มิสเตอร์บีสต์บอกว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คน

รีโนเวตโรงเรียนเดิม สร้างที่พักครู และแก้ปัญหาน้ำ

โรงเรียนแห่งถัดมาไม่ต้องทุบทิ้ง ทีมเลือกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด มิสเตอร์บีสต์บอกว่าไม่อยากเชื่อว่ามีเด็กกว่า 250 คนต้องเรียนในสภาพแบบนั้น งานเริ่มจากทาสีผนัง แล้วเปลี่ยนเพดาน ผนัง และพื้นใหม่ทั้งหมด นอกจากซ่อมห้องเรียนเดิม ทีมยังสร้างอาคารเรียนใหม่อีกสองหลัง เด็ก ๆ ได้เห็นห้องเรียนใหม่เป็นครั้งแรกในวิดีโอ มิสเตอร์บีสต์เล่าว่าเด็กบางคนไม่เคยเล่นของเล่นมาก่อนเลยในชีวิต และเขามองว่าเด็กจะอยากมาโรงเรียนมากขึ้นเพราะมาแล้วสนุกกว่าเดิม

ปัญหาที่ครูใหญ่เล่าให้ฟังคือครูสองคน ได้แก่ โจเซฟและเอ็มมานูเอล ต้องใช้เงินราวหนึ่งในสามของค่าจ้างเป็นค่าเดินทาง และต้องขับรถมาโรงเรียนนานราวหนึ่งชั่วโมง มิสเตอร์บีสต์มองว่าภาระขนาดนี้หนักเกินไปและอยู่ต่อไม่ไหว ทีมจึงสร้างบ้านพักใหม่ให้ครูทั้งสอง โดยแต่ละคนมีห้องของตัวเอง ไม่ต้องแชร์กัน ครูกล่าวขอบคุณ ส่วนมิสเตอร์บีสต์ตอบว่าต้องขอบคุณพวกเขาที่เป็นครูที่ดี

เรื่องที่มิสเตอร์บีสต์บอกว่ามองข้ามไม่ได้คือน้ำ ตลอดกว่าสิบปีที่ผ่านมา คนทั้งหมู่บ้านต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสายหนึ่ง และเกือบ 80% ของประชากร รวมถึงเด็ก ๆ มีพยาธิในลำไส้ ทีมจึงขุดบ่อน้ำใหม่ให้ทั้งโรงเรียนและคนในชุมชนอีกหลายร้อยคน นอกจากนี้ยังสร้างห้องน้ำ เพื่อให้ไม่ต้องไปขับถ่ายในป่า สร้างซิงก์ล้างมือที่ต่อน้ำจากบ่อใหม่ และสร้างห้องครัวที่มีอุปกรณ์ครบสำหรับทำอาหารกลางวันทุกวัน

อาหารกลางวันฟรี 5 ปี และงบประมาณหลักล้านดอลลาร์

ทีมประกาศว่าทุกวันที่เด็กมาเรียนตลอด 5 ปีข้างหน้าจะมีอาหารกลางวันฟรีให้นักเรียนทุกคน มิสเตอร์บีสต์ให้คนในโรงเรียนลองชี้วันใดก็ได้ในปฏิทิน เมื่อชี้ไปที่เดือนพฤษภาคม 2030 เขายืนยันว่าวันนั้นก็ยังมีอาหารฟรี จากนั้นคนในโรงเรียนก็ออกไปบอกนักเรียนเอง วิดีโอกล่าวขอบคุณมูลนิธิ Rockefeller ที่สนับสนุนภารกิจนี้

มิสเตอร์บีสต์เปิดเผยว่าใช้เงินไปแล้วกว่าครึ่งล้านดอลลาร์กับพื้นที่นี้เพียงแห่งเดียว ยังไม่รวมโรงเรียนอื่น และเขาคาดว่างบจะทะลุหนึ่งล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี เพื่อพัฒนาทั้งโรงเรียนและชุมชนรอบ ๆ เขาเชื่อว่าสิ่งที่สร้างไว้จะส่งผลดีไปถึงคนรุ่นต่อไป และเล่าอย่างขำ ๆ ว่าสร้างไว้เยอะจนชุมชนแต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนา คนในชุมชนคนหนึ่งกล่าวว่าจิมมี่ไม่ได้แค่พูด แต่ลงมือทำจริง

โรงเรียนที่หลังคาอาจถล่ม และเหตุผลเรื่องแรงงานเด็ก

โรงเรียนถัดมามีอาคารที่มิสเตอร์บีสต์บอกว่าอายุมากกว่าตัวเขาเสียอีก หลังคาอาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ ทั้งที่เด็กต้องเรียนในนั้นทุกวัน เขาบอกว่าเรื่องนี้ยอมรับไม่ได้ เพราะไม่อยากให้เด็กต้องเสียชีวิตระหว่างเรียนหนังสือ และมองว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดเรื่องหนึ่ง ทีมจึงให้เด็กออกจากอาคารแล้วรื้อโรงเรียนเดิม สร้างอาคารสองชั้นขึ้นแทน โรงเรียนขยายใหญ่ขึ้นเท่าตัว รองรับนักเรียนได้กว่า 300 คน และมีห้องเรียนพร้อมอุปกรณ์ 8 ห้อง ข้างอาคารใหม่ยังมีบ่อน้ำพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมถังเก็บน้ำ ซึ่งมิสเตอร์บีสต์บอกว่าให้บริการคนในชุมชนอีกราวพันคนด้วย

ช่วงนี้มิสเตอร์บีสต์อธิบายว่าการมีโรงเรียนที่ปลอดภัยหมายถึงเด็กจะไม่ถูกบังคับไปทำงานผิดกฎหมาย เขาเล่าว่าแบรนด์ Feastables ของเขาให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าแรงที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร และการตรวจสอบแรงงานเด็กในฟาร์ม เขาบอกว่านี่คือเหตุผลที่เขาสร้างโรงเรียนให้เด็กในกานามากกว่า 11 ชุมชน

โรงเรียนที่น้ำท่วมทุกครั้งที่ฝนตก

มิสเตอร์บีสต์บอกว่าแรงงานเด็กไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ทีมพยายามแก้ โรงเรียนต่อไปทรุดโทรมจนแทบใช้เรียนไม่ได้ ห้องเรียนเดิมน้ำท่วมและน้ำรั่วเข้ามาเมื่อฝนตก จนพื้นกลายเป็นโคลน หลายเดือนต่อมา ทีมกลับมาพร้อมโรงเรียนที่สร้างใหม่ตั้งแต่ต้น มีห้องเรียน 7 ห้อง พร้อมโต๊ะและเก้าอี้ใหม่ทุกห้อง ก่อนหน้านั้น 8 เดือน ทีมเคยสร้างห้องครัวให้โรงเรียนหลังเก่าไว้แล้ว และประกาศว่าจะมีอาหารฟรีให้นักเรียนทุกคนทุกวันตลอด 5 ปี มีคนพูดติดตลกว่าคงต้องเพิ่มห้อง เพราะเด็กน่าจะอยากมาเรียนเพราะอาหารฟรี มิสเตอร์บีสต์ตอบว่านั่นคือเหตุผลที่สร้างถึง 7 ห้อง

โครงการอาหารกลางวันที่ยังดำเนินต่อ และโรงเรียน 10 ห้องเรียน

อีกแห่งหนึ่งเป็นที่ที่ทีมเริ่มโครงการอาหารกลางวันไว้ตั้งแต่ปีก่อน มิสเตอร์บีสต์รายงานว่าผ่านไปหนึ่งปีโครงการยังดำเนินอยู่ เด็กได้กินอาหารกลางวันฟรีทุกวันที่มาเรียน และอัตราการมาเรียนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 10% ขึ้นไป เขาเล่าว่าตอนถ่ายคลิปครั้งนั้นได้เห็นสภาพห้องเรียนแล้วคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ครั้งนี้จึงสร้างโรงเรียนหลังใหม่ที่มี 10 ห้องเรียน และนับเป็นหนึ่งในโรงเรียน 10 แห่งของคลิปนี้ เด็ก ๆ ตื่นเต้นมาก บางคนจูงมือเขาเข้าไปดูห้องใหม่ มิสเตอร์บีสต์บอกว่าถ้าไม่ได้สร้างโรงเรียนนี้ เด็ก ๆ คงต้องมาเรียนด้วยความหวาดระแวงทุกวัน และเขาดีใจที่รู้ว่าพวกเขาจะได้เรียนอย่างปลอดภัย

โรงเรียนมัธยมแห่งแรกของเมือง และห้องทำงานของครูใหญ่

จากนั้นมิสเตอร์บีสต์ชี้ว่ายังมีเด็กอีกมากที่ไม่มีโรงเรียนเลย ทีมจึงไปสร้างโรงเรียนมัธยมแห่งแรกในเมืองที่ไม่เคยมีมาก่อน ตามคำบรรยาย คนทั้งเมืองต้องใช้โรงเรียนเดียวร่วมกันตั้งแต่มัธยมต้นถึงมัธยมปลาย และครูใหญ่ต้องนั่งทำงานในรถ

วิธีก่อสร้างที่นี่คือสร้างผนังแต่ละด้านไว้ก่อนแล้วนำมาประกอบกัน มิสเตอร์บีสต์ออกปากว่าไม่คิดว่าการสร้างโรงเรียนจะเป็นแบบนี้ นึกว่าต้องใช้ค้อนกับตะปู โครงสร้างขึ้นรูปเร็วมาก แต่ทีมย้ำว่านั่นเป็นแค่โครง ยังต้องเทคอนกรีตอีก จากนั้นมิสเตอร์บีสต์กับอาสาสมัครราว 50 คนช่วยกันยกหลังคาขึ้นไปติดทีละฝั่ง พร้อมหยอกกันว่าโนแลนสูงไม่ถึง วิดีโออธิบายว่าวัสดุก่อสร้างแบบใหม่นี้จะถูกเติมด้วยคอนกรีต ทำให้โรงเรียนแข็งแรงทนทานไปอีกหลายรุ่น

ระหว่างที่ทีมเสริมผนังด้วยคอนกรีต มิสเตอร์บีสต์มีเซอร์ไพรส์ให้ครูใหญ่ ซึ่งเขาเรียกว่าคนสำคัญที่สุดของโรงเรียน ครูใหญ่ยืนยันว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาต้องทำงานในรถเพราะไม่มีห้องทำงานของตัวเอง ทีมจึงสร้างห้องทำงานส่วนตัวไว้ข้างโรงเรียนใหม่ ครูใหญ่ขอบคุณจนเกือบร้องไห้ เซอร์ไพรส์สุดท้ายคือสนามฟุตบอลใหม่ วิดีโอขอบคุณมูลนิธิ Televisa ที่ช่วยสร้าง

เอกวาดอร์: โรงเรียนกลางป่าที่ไปถึงยากที่สุด

มิสเตอร์บีสต์คาดว่าโรงเรียนในเอกวาดอร์จะสร้างยากที่สุด เพราะโรงเรียนสองแห่งนี้อยู่ในป่าลึก ชุมชนต้องดูแลตัวเองเพราะไม่มีใครเข้าไปช่วยได้ การเดินทางต้องต่อเครื่องบินสองเที่ยว นั่งเรืออีก 3 ชั่วโมง และขับรถออฟโรดอีกชั่วโมงครึ่ง

เมื่อไปถึง ทีมได้รู้ว่าฝนเป็นอุปสรรคใหญ่ของการเรียน ครูคนหนึ่งเล่าว่าเวลาฝนตกสอนไม่ได้เลย เพราะเสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังจนไม่ได้ยินเสียงใคร ครูมองว่าถ้านักเรียนไม่ได้อยู่ในที่ที่เหมาะสมก็เรียนรู้อะไรไม่ได้ น้ำท่วมสูงเกินเข่า จนไม่ใช่แค่เรียนลำบากแต่อันตรายด้วย ทีมจึงเปลี่ยนโรงเรียนไม้หลังเก่าเป็นอาคารยกสูงสองหลังที่ออกแบบให้เด็กปลอดภัยเมื่อฝนตก เด็กกว่า 50 คนกลับมาเรียนในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น และเพื่อรองรับเด็กอีกหลายร้อยคนที่จะมาเรียนในระยะยาว ทีมยังเปลี่ยนสะพานไม้ที่อันตรายเป็นสะพานเหล็ก เพื่อให้เด็กไม่ต้องกลัวระหว่างทางมาโรงเรียน

สหรัฐอเมริกา: ห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

แห่งต่อมาคือ Hope Creek Academy ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ผู้บริหารอธิบายว่าโรงเรียนพยายามให้เด็กได้เติบโตและพัฒนาในพื้นที่ที่ปลอดภัย มิสเตอร์บีสต์อ้างข้อมูลว่าเด็กกลุ่มนี้เรียนรู้ได้ดีกว่าเมื่อได้อยู่กับธรรมชาติ แทนที่จะอยู่แต่ในห้อง ที่เรียนที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาจึงอยู่นอกอาคาร

เขาร่วมมือกับ Lowe's สร้างศูนย์การเรียนรู้กลางแจ้ง โดยพนักงาน Lowe's ที่สวมชุดสีแดงมาเป็นอาสาสมัครในเวลาส่วนตัว ฝ่ายโรงเรียนบอกว่านี่จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เด็กไม่เคยมี เป็นที่ที่อนุญาตให้เล่นกับธรรมชาติ คล้ายสนามเด็กเล่นเวอร์ชันธรรมชาติ ทีมยังนำบ้านเด็กเล่นมาติดตั้งด้วย เมื่อตกแต่งเสร็จและพาเด็กออกมา ฝ่ายโรงเรียนบรรยายว่าพื้นที่เปิดกว้างและเป็นธรรมชาติแบบนี้เหมือนของขวัญ และช่วยให้เด็กมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

อินเดีย: โรงเรียนแออัดและรถโรงเรียนเพื่อความปลอดภัย

โรงเรียนสุดท้ายอยู่ในอินเดีย ที่นี่แออัดจนเด็กกว่าร้อยคนที่อยากเรียนไม่มีที่นั่ง นักเรียนคนหนึ่งบอกว่าพวกเขาไม่มีห้องเรียนของตัวเอง โรงเรียนมีนักเรียนกว่า 400 คนแต่มีเพียง 6 ห้องเรียน ทีมจึงสร้างอาคารเรียนใหม่สามชั้น

อีกปัญหาคือเด็กหลายคนต้องเดินเป็นชั่วโมงในความมืดบนถนนที่อันตรายมากเพื่อมาโรงเรียน ทีมจึงซื้อรถโรงเรียนให้ ครูคนหนึ่งบอกว่าดีใจมากที่นักเรียน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง จะได้มาเรียนอย่างปลอดภัย นักเรียนบอกว่าตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียนใหม่ และขอบคุณมูลนิธิที่มอบอาคารเรียนหลังใหญ่ให้

บทสรุปของมิสเตอร์บีสต์: ตัวเลขรวมและความหวังข้างหน้า

ในช่วงท้าย มิสเตอร์บีสต์ออกตัวว่าไม่ค่อยถนัดพูดเรื่องแบบนี้ แต่อยากขอบคุณผู้ชมจากใจ เขาบอกว่าทีมคงเปลี่ยนชีวิตเด็ก ครู และคนในชุมชนไม่ได้ ถ้าผู้ชมไม่ดูวิดีโอและสนับสนุน เพราะผู้ชม ทีมจึงมีเงินกว่า 3 ล้านดอลลาร์มาสร้างโรงเรียน 10 แห่ง ซึ่งเขาบอกว่าจะช่วยสอนเด็กได้กว่า 18,000 คน รวมถึงบ่อน้ำสะอาด และรถบัสกับสะพานที่ทำให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น เขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยชุมชนไม่เฉพาะตอนนี้ แต่ไปถึงลูกหลานของพวกเขา

มิสเตอร์บีสต์ปิดท้ายว่าหวังให้โครงการนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะเขายังมีความฝันที่ใหญ่กว่านี้ และหวังว่าช่องมิสเตอร์บีสต์จะช่วยเปลี่ยนชีวิตคนได้อีกนับล้านในอนาคต วิดีโอยังขอบคุณ T-Mobile ในฐานะพาร์ตเนอร์ที่ทำให้วิดีโอนี้เกิดขึ้น