100 ชั่วโมงในเมืองโบราณของชาวมายัน: จากวิหารอายุ 2,000 ปี ถ้ำแห่งต้นไม้แห่งชีวิต สู่พีระมิดคูคูลกัน

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้บันทึกการเดินทางของจิมมี่และเพื่อน ๆ ที่มีเวลา 100 ชั่วโมงในการสำรวจวิหารโบราณหลายสิบแห่งของชาวมายันในเม็กซิโก ตั้งแต่วิหารกลางป่า ถ้ำใต้ดินที่ต้องใช้ถังออกซิเจน ไปจนถึงวิหารแห่งคูคูลกัน ซึ่งคลิปเรียกว่าหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โจทย์ที่ใช้ขับเคลื่อนเรื่องตลอดคลิปคือ ชาวมายันซ่อนความลับหรือสมบัติอะไรไว้บ้าง จิมมี่เปิดคลิปโดยบอกว่าสิ่งที่ผู้ชมกำลังจะเห็นคือ "สิ่งที่ชาวมายันไม่อยากให้เราเห็น" และอ้างว่าจะไม่มีใครได้ทำแบบนี้อีก

8 นาทีในการอ่าน

เริ่มต้นบนยอดวิหารอายุ 2,000 ปีกลางป่า

ทีมถูกส่งไปไว้บนยอดวิหารที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ซึ่งสูงมากและมีป่าล้อมรอบทุกด้าน ประตูทางเข้านำไปสู่อุโมงค์ลึกภายในวิหาร สิ่งแรกที่เจอด้านในคือรูปปั้นขนาดใหญ่ ซึ่งตามคำอธิบายในคลิปคือเทพแห่งข้าวโพดที่อยู่ในปากเสือจากัวร์ จิมมี่ลองเดาว่าแต่ละส่วนของรูปปั้นคืออะไร และทายผิดเป็นมุกตลก เช่น ส่วนที่เขาคิดว่าเป็นส้วม ไกด์เฉลยว่าคือต่างหู

ไกด์อธิบายว่าวิหารแห่งนี้เป็นพีระมิดที่สร้างทับลงบนพีระมิดอีกชั้นหนึ่ง ยิ่งลงไปลึกเท่าไรโครงสร้างก็ยิ่งเก่าแก่เท่านั้น จิมมี่บอกว่าไม่อยากเชื่อว่ารัฐบาลยอมให้พวกเขาเข้ามา และกล่าวว่าแม้แต่นักโบราณคดีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่

หลังเดินซอกแซกอยู่หลายชั่วโมงจนถึงจุดลึกสุด ทีมผู้ดูแลนำ "เซอร์ไพรส์" ออกมาให้ดู คือหน้ากากพิธีศพที่ไกด์บอกว่าค้นพบในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เป็นใบหน้าของกษัตริย์แห่ง "อาณาจักรงู" ไกด์อธิบายว่าชาวมายันใช้หน้ากากลักษณะนี้เป็นเครื่องคุ้มครองผู้วายชนม์จากอันตรายระหว่างการเดินทางสู่ภพหน้า และยืนยันว่าหน้ากากนี้ทำขึ้นเมื่อราว 1,000 ปีก่อน จิมมี่ได้จับหน้ากากแล้วรีบคืนพร้อมพูดติดตลกว่าของแบบนี้ทำไมไม่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่กลับให้ยูทูบเบอร์มาถือ

เมืองร้างที่เคยมีคนนับแสน และภาพวาดที่ถูกทำให้มีชีวิต

คลิประบุว่าวิหารแรกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมืองขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยวิหารโบราณ ป่าแถบนี้มีลิงและงูจำนวนมาก และจิมมี่เล่าว่าเคยมีคนเสียชีวิตเพราะเสือจากัวร์ คืนแรกทีมนอนในเปลญวนกลางป่า

วันต่อมา จิมมี่พาสำรวจเมืองร้างต่อ เขาบอกว่าจากซากที่เห็นในปัจจุบันคงนึกภาพไม่ออกว่าเมืองเคยเป็นอย่างไร คลิปจึงใช้ภาพจำลองประกอบ โดยระบุว่าเมืองนี้เคยมีคนอาศัยอยู่มากกว่า 100,000 คน มีถนนหนทางและวิหารตั้งอยู่เต็มไปหมด จิมมี่บอกว่าสิ่งที่เขาชอบในคลิปนี้คือการนำภาพวาดเก่าของชาวมายันมาทำให้มีชีวิต ซึ่งเป็นภาพที่ทีมงาน "คาดว่าน่าจะใช่" ว่าชีวิตชาวมายันเมื่อ 2,500 ปีก่อนเป็นอย่างไร ระหว่างนั้นมีมุกที่โนแลนตีความภาพวาดภาพหนึ่งว่าเป็นตัวลามะ และโนแลนก็เอาแมงมุมไปแกล้งทาริก

สนามบอลโบราณและพระราชวังที่ออกแบบให้สับสน

ทีมยืนอยู่บนสนามบอลที่คลิประบุว่ามีอายุราว 2,000 ปี จิมมี่ถามว่านี่คือกีฬาประเภททีมแรกที่ใช้ลูกบอลใช่หรือไม่ และได้คำตอบว่า "เท่าที่เรารู้" พร้อมข้อมูลที่ถูกพูดถึงซ้ำตลอดคลิปว่ากัปตันทีมที่แพ้จะต้องถูกตัดหัว

จากนั้นคลิปเปรียบเทียบภาพพระราชวังในปัจจุบันกับภาพจำลองเมื่อ 2,500 ปีก่อน โดยเล่าว่าผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวและรอคอยหลายชั่วโมงเพื่อจะได้เห็นกษัตริย์เพียงครู่เดียว และกษัตริย์อาจยืนชมการแข่งขันจากพระราชวัง ด้านในพระราชวังซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ซึ่งในบทสนทนาอธิบายว่าเพื่อปกป้องกษัตริย์จึงต้องทำให้สับสน

จิมมี่แกล้งถามเออร์เนสโต้ว่าเคยมีใครลองกดหินก้อนต่าง ๆ เพื่อดูว่าจะเผยสมบัติออกมาไหม และถามว่ากษัตริย์เมื่อ 2,600 ปีก่อนไม่ได้สร้างคลังสมบัติไว้เลยหรือ คำตอบที่ได้คือ "อาจจะสร้าง แต่มันถูกซ่อนไว้"

ถ้ำค้างคาวและการเดินด้วยคบไฟในความมืด

ด้วยความหวังว่าจะเจอสมบัติของกษัตริย์ ทีมเดินลึกเข้าไปในถ้ำกลางป่า ซึ่งคลิปบอกว่าชาวมายันเคยเชื่อว่าเป็น "ปากของปีศาจโลก" แต่สิ่งที่เจอคือค้างคาวนับพันตัวบินวนรอบตัวจนจิมมี่เรียกว่า "ทอร์นาโดค้างคาว" มุกของฉากนี้คือถ้ามีสมบัติจริงก็คงอยู่ใต้กองขี้ค้างคาว สมาชิกบางคนโดนขี้ค้างคาวใส่ ก่อนทุกคนรีบออกมาและสรุปว่าที่นี่ไม่มีสมบัติแน่นอน

เมื่อฟ้ามืด ทีมจุดคบไฟเพื่อไปหาวิหารอีกแห่งที่อาจมีสมบัติ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด ทางที่เลือกเดินกลายเป็นทางตันทุกทาง ระหว่างนั้นมีเสียงดังจากบนต้นไม้ ทีมไม่แน่ใจว่าเป็นลิงหรือเสือจากัวร์ ก่อนจบวันจิมมี่บอกเพื่อน ๆ ว่ามีเซอร์ไพรส์ในเช้าวันถัดไป เพราะคลิปนี้ไม่ได้มีแค่วิหารโบราณนับสิบแห่งเท่านั้น

ประตูสู่โลกใต้ดินและถ้ำกำเนิดมนุษย์

เช้าวันต่อมา เฮลิคอปเตอร์พาทีมไปยังจุดหมายใหม่ จิมมี่บอกว่าที่นั่นมีวิหารโบราณที่ "สุดขีดที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างมา" แต่ก่อนไปถึง ทีมแวะสำรวจสถานที่ที่ชาวมายันเรียกว่าประตูสู่โลกใต้ดิน ไกด์เล่าว่าเดิมเคยมีเขี้ยวยักษ์ห้อยลงมา แต่ปัจจุบันหล่นลงมาแล้ว จิมมี่เดาถูกว่าโครงสร้างตรงกลางมีไว้สำหรับบูชายัญ

จุดสำคัญที่ไกด์ต้องการให้ชมคือถ้ำที่ชาวมายันเชื่อว่าเป็นที่กำเนิดของมนุษยชาติ ลึกเข้าไปด้านในมีสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ต้นไม้แห่งชีวิต" และเชื่อว่ามนุษย์เป็นลูกหลานของถ้ำแห่งนี้ ไกด์อธิบายว่าถ้ำศักดิ์สิทธิ์มากจนต้องทำพิธีขออนุญาตจากวิญญาณในถ้ำก่อนเข้า ทีมได้เห็นพิธีชำระล้างทางเข้าถ้ำ ขณะที่จิมมี่แซวว่าวิญญาณคงจะปฏิเสธโนแลน แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

ความร้อน อากาศเบาบาง และต้นเซบาศักดิ์สิทธิ์

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ถ้ำก็ยิ่งร้อนและหายใจยากขึ้น จิมมี่บอกว่าอากาศเบาบางลงเรื่อย ๆ และเหงื่อออกมาก จิมมี่ย้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่ผู้ชมกำลังเห็นคือสิ่งที่ชาวมายันพยายามปกปิดไว้ และชวนให้ผู้ชมจินตนาการว่าหากเป็นชาวมายันเมื่อ 2,000 ปีก่อน แล้วเดินเข้ามาเจอห้องที่สวยงามแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร

ต้นไม้แห่งชีวิตกลายเป็นหินรูปทรงต้นไม้ภายในถ้ำ โดยจิมมี่ยอมรับว่าเคยคิดว่าจะเป็นต้นไม้จริง ๆ ไกด์อธิบายว่านี่คือ "เซบาศักดิ์สิทธิ์ที่ค้ำฟ้าไว้" และยืนยันว่ากระถางที่ตั้งรอบ ๆ เป็นของที่ชาวมายันสร้างไว้ กระถางทรงสูงใช้ปักธูป ซึ่งชาวมายันจุดเพื่อดึงความสนใจจากเทพเจ้า จิมมี่สรุปว่าหากชาวมายันเชื่อว่ามนุษย์กำเนิดจากที่นี่ ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะถือว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์

อุโมงค์ลับที่ต้องใช้ถังออกซิเจน

ส่วนถัดไปของถ้ำอันตรายขึ้น ทีมต้องใช้ถังออกซิเจนช่วยหายใจ เมื่อถามว่าจะเข้าไปลึกแค่ไหน ได้คำตอบว่าราว 2 สนามฟุตบอล โนแลนขอรออยู่ด้านนอก และจิมมี่เองก็บ่นว่าทำไมตัวเองเอาแต่ทำคลิปที่อาจทำให้ตายได้ ระหว่างทางจิมมี่เริ่มมึนหัว ไกด์จึงให้สูดออกซิเจนเพิ่ม ทีมได้เห็นเศษเครื่องปั้นดินเผาของชาวมายัน และเมื่อจิมมี่ถามติดตลกว่าขอกลับบ้านได้ไหม ก็ได้คำตอบกลับมาว่าจะต้องติดคุก

ในอุโมงค์มีค้างคาวอีก และโนแลนซึ่งแอบตามเข้ามาก็หาที่ซ่อนเพื่อหลอกให้เพื่อนตกใจ ใกล้ปลายทาง ทีมเจอหินย้อยและแมงมุมตัวใหญ่อยู่ด้านหลังจิมมี่ ซึ่งคลิปเล่าแบบเกมว่าเป็น "หัวหน้าตัวสุดท้าย" ที่อาจกำลังปกป้องบางอย่าง แทนที่จะไปต่อ ทีมเลือกปล่อยให้อุโมงค์ลับเป็นความลับต่อไป ในจังหวะนั้นโนแลนโผล่มาหลอก จนจิมมี่บอกว่าเกือบปาถังออกซิเจนใส่หน้า

ลองเล่น "พิตซ์" เกมบอลที่ผู้แพ้ต้องถูกตัดหัว

ในวันที่ 4 จิมมี่อยากรู้ว่าชาวมายันทำอะไรเพื่อความสนุก ทีมจึงลองเล่น "พิตซ์" ซึ่งคลิปเล่าว่าชาวมายันคิดค้นขึ้นเมื่อราว 3,000 ปีก่อนและเป็นเกมกีฬาแรกของโลกที่ใช้ลูกบอล กติกาคือทำคะแนนโดยส่งลูกบอลผ่านห่วงคล้ายบาสเกตบอล แต่ห้ามใช้มือคล้ายฟุตบอล และคลิปย้ำอีกครั้งว่ากัปตันทีมที่แพ้จะต้องถูกตัดหัว

ผลคือแม้จะเริ่มเล่นคล่องขึ้น ทีมก็ทำคะแนนไม่ได้เลยแม้แต่แต้มเดียว จิมมี่ถึงกับดึงตากล้องมาช่วยแต่ก็ไม่สำเร็จ ความล้มเหลวซ้ำ ๆ กลายเป็นมุกหลักของช่วงนี้ และจิมมี่ประกาศว่าโนแลนเป็นคนแพ้

หลังเล่นเกม ทีมไปแช่ตัวในบ่อน้ำยุบหรือเซโนเต ซึ่งเป็นสระน้ำตามธรรมชาติ จิมมี่หลอกเพื่อนว่าน้ำสดชื่น แต่สีหน้าของทุกคนบอกว่าน้ำเย็นจัด มื้อค่ำเป็นอาหารที่คลิประบุว่าเป็นเมนูที่ชาวมายันเคยกินเมื่อ 1,000 ปีก่อน โดยจิมมี่ชี้ว่าข้าวโพด ซึ่งผูกกับเทพแห่งข้าวโพดที่ถูกพูดถึงตลอดคลิป เป็นวัตถุดิบหลักของตอร์ติยา และตั้งคำถามทิ้งไว้ว่าชาวมายันเป็นผู้คิดค้นทาโก้หรือไม่ โดยไม่ได้ให้คำตอบ

วิหารแห่งคูคูลกันและห้องบนยอดพีระมิด

ช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายของทริปคือการไปเยือนวิหารแห่งคูคูลกัน จิมมี่อธิบายว่าคูคูลกันได้รับยกย่องเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกส่วนหนึ่งเพราะขนาดที่ใหญ่โต แต่อีกสิ่งที่แปลกคือเสียงสะท้อน ตามที่คลิปเล่า โครงสร้างถูกสร้างให้เมื่อยืนตบมืออยู่ด้านหน้า จะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาคล้ายเสียงเลเซอร์ ซึ่งทีมได้ลองตบมือให้ฟัง

เป้าหมายหลักคือห้องบนยอดพีระมิด คลิประบุว่าวิหารบนยอดศักดิ์สิทธิ์สำหรับคนในพื้นที่จนไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไป จึงเกิดคำถามว่าชาวมายันเก็บความลับอะไรไว้ในห้องนั้น จิมมี่บอกว่าเพื่อเคารพวัฒนธรรมและผู้คนที่นับถือสถานที่นี้ ทีมจะไม่แตะต้องวิหาร แต่จะส่งโดรนขึ้นไปดูแทน

ผลคือห้องนั้นว่างเปล่า คำอธิบายที่ได้รับคือเมื่อราว 500 ปีก่อน ชาวสเปนเข้ามาและขนข้าวของออกไปหมดแล้ว คลิปปิดท้ายด้วยภาพจำลองว่าก่อนถูกขโมยข้าวของ นักประวัติศาสตร์คิดว่าคูคูลกันเคยมีหน้าตาอย่างไร

ไม่พบทองคำ

ตลอดคลิป ทีมตามหาสมบัติจากทั้งหินในพระราชวัง ถ้ำค้างคาว วิหารยามค่ำคืน อุโมงค์ลับ และห้องบนยอดคูคูลกัน แต่ไม่พบทองคำหรือสมบัติเลย สิ่งที่ได้เห็นจริงคือหน้ากากพิธีศพอายุราว 1,000 ปี เศษเครื่องปั้นดินเผา กระถางธูปรอบต้นเซบาในถ้ำ และสถาปัตยกรรมของเมืองโบราณ จิมมี่ปิดคลิปโดยบอกว่าแม้จะไม่พบทองคำ เขาก็ซาบซึ้งที่ได้มาเยือนวิหารเหล่านี้และได้พาผู้ชมไปดูด้วย