100 คนกับกับดักยักษ์ 5 ด่าน: เส้นทางสู่ถ้วยทองคำมูลค่าหนึ่งแสนดอลลาร์

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

ในวิดีโอนี้ MrBeast ขังผู้เข้าแข่งขัน 100 คนไว้ในสิ่งที่เขาเรียกว่า "กับดักที่ใหญ่ที่สุด" และบอกตั้งแต่ต้นว่านี่เป็นเพียงกับดักแรกจากทั้งหมดห้าชิ้น ด่านต่อ ๆ ไปมีทั้งสนามเพนท์บอลขนาดยักษ์และเครื่องหมุนที่เขาบรรยายว่าโหดมาก ทุกด่านถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบขีดจำกัดของผู้เล่น ผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายที่เหลืออยู่จะได้ถ้วยรางวัลซึ่งพิธีกรบอกว่าทำจากทองคำแท้ มีมูลค่าหนึ่งแสนดอลลาร์

12 นาทีในการอ่าน

ตลอดการแข่งขัน กติกาค่อย ๆ เปลี่ยนจากการเอาตัวรอดคนเดียวไปเป็นการทำงานเป็นทีม แล้วสุดท้ายก็บังคับให้ผู้เล่นต้องกำจัดกันเอง เรื่องที่น่าติดตามจึงไม่ได้มีแค่ความแข็งแรงหรือความเร็ว แต่อยู่ที่กลยุทธ์ ความภักดีต่อเพื่อน และการตัดสินใจเมื่อมีเงินรางวัลเป็นเดิมพัน

กับดักที่ 1: เพดานหนามที่ต้อง "เชื่อว่าเป็นของจริง"

ด่านแรกเริ่มเมื่อผู้เข้าแข่งขันถอดผ้าปิดตาออก ทุกคนถูกล็อกอยู่ในห้องที่มีเพดานติดหนามค่อย ๆ เลื่อนลงมา พิธีกรยอมรับตรง ๆ ว่าหนามพวกนี้ไม่ใช่ของจริง แต่บอกว่าจะผ่านด่านนี้ได้ ผู้เล่นต้องเล่นราวกับว่ามันเป็นของจริง ใครปลดล็อกตัวเองและออกจากห้องไม่ทันก่อนเพดานยุบลงมาจะถูกคัดออกทันที

เมื่อเพดานเริ่มลง ทีมงานก็ตะโกนเร่งให้ทุกคนรีบออกมา พอด่านจบ ผู้เข้าแข่งขันเกือบครึ่งตกรอบไปแล้ว คือ 49 คน เหลือ 51 คนที่ได้ไปต่อ

กับดักที่ 2: สนามเพนท์บอลที่ผู้เล่นไม่มีปืน

พอเห็นด่านที่สอง ผู้เล่นหลายคนร้องออกมาว่ามันบ้ามาก ทุกคนถูกขังอยู่ในสนามเพนท์บอลที่มีการ์ดถือปืนเพนท์บอลคอยยิง กติกาคือ 20 คนแรกที่วิ่งข้ามเส้นชัยและไปยืนบนแผ่นสีได้จะผ่านเข้ารอบ ส่วนใครโดนยิงแม้แต่นัดเดียวจะตกรอบทันที ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งบ่นว่าปกติเพนท์บอลต้องยิงโต้ตอบกันได้ แต่รอบนี้ฝ่ายผู้เล่นไม่มีปืนเลย และเธอไม่ชอบแบบนี้

มีกติกาอีกข้อที่กลายเป็นหัวใจของด่านนี้ เมื่อไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว การ์ดจะหยุดยิง ผู้เล่นจึงต้องหาที่หลบไว้ก่อน แล้วรอจังหวะไฟเขียวค่อยวิ่งไปที่เส้นชัย พอเกมเริ่ม การ์ดก็ยิงไม่ยั้ง มีคนโดนยิงตกรอบต่อเนื่อง ผู้เล่นแต่ละคนใช้วิธีเอาตัวรอดต่างกัน คนหนึ่งเอาประตูมาทำเป็นโล่ แต่สุดท้ายก็ยังโดนยิง หลายคนไปหลบหลังรถตู้ อีกกลุ่มหนึ่งเจอผ้าห่มในสนามแล้วใช้คลุมเป็นที่กำบังขณะวิ่ง ซึ่งพิธีกรชมว่าฉลาดมาก

การนับที่ว่างทำให้ด่านนี้กดดันขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกมีคนผ่านไปได้หนึ่งคน ต่อมามีอีกสิบคนผ่านตามไป ที่ว่างเหลือสิบ แล้วลดลงเหลือเก้า เหลือเจ็ด จนถึงจุดที่มีผู้เล่นค้างอยู่ 13 คนแต่ที่ว่างเหลือแค่ห้า และส่วนใหญ่ยังหลบอยู่หลังรถตู้ พิธีกรเตือนว่าใครที่ยังรอจังหวะควรเริ่มขยับได้แล้ว คนที่เหลือจึงวิ่งฝ่าออกมาพร้อมกันจนครบ 20 คน

ตอนจบด่าน พิธีกรทิ้งปริศนาไว้ว่าให้ทุกคนดูว่าตัวเองยืนอยู่บนแผ่นสีอะไร เพราะสีที่เลือกไว้ "สำคัญมาก" แล้วค่อยเฉลยในด่านถัดไป

กับดักที่ 3: หัวหน้าทีมต้องสร้างสะพานและเลือกว่าจะช่วยใคร

แผ่นสีที่ผู้เล่นยืนในด่านก่อนกลายเป็นการแบ่งทีม 20 คนถูกแบ่งเป็นสี่ทีม คือ สีฟ้า สีเขียว สีส้ม และสีชมพู ทีมละห้าคน แต่ละทีมต้องเลือกหัวหน้าหนึ่งคน อีกสี่คนจะถูกใส่กุญแจมือล็อกติดกับโพเดียมด้านหลัง ระหว่างที่เลือกหัวหน้า เพื่อนร่วมทีมให้เหตุผลกันหลายแบบ บางคนอ้างความอึด ความแข็งแรง และความซื่อสัตย์ว่าจะไม่หักหลังทีม บางคนพูดถึง "สัญชาตญาณนักดับเพลิง" ส่วนหัวหน้าคนหนึ่งบอกติดตลกว่าตัวเองได้รับเลือกเพราะความสูง แต่ก็รับแรงกดดันได้ดี

กติกาคือ กลางลานมีแท่นที่มีจุดล็อกกุญแจมือ 12 จุด ใครไปถึงแท่นกลางแล้วล็อกตัวเองได้จะผ่านเข้ารอบ แต่ทางไปแท่นกลางต้องให้หัวหน้าทีมสร้างสะพานเอง แต่ละทีมได้แผ่นไม้ห้าแผ่น ถ้าทำหล่นก็เสียแผ่นนั้นไปเลย และถ้าหัวหน้าร่วงลงไป ทั้งทีมจะจบทันที เมื่อหัวหน้าข้ามไปถึงแท่นกลาง จะเลือกได้สองทาง ทางแรกคือล็อกตัวเองให้ผ่านเข้ารอบ ทางที่สองคือหยิบกุญแจหนึ่งในสิบสองดอกแล้วเดินข้ามสะพานกลับไปปลดล็อกให้ลูกทีมหนึ่งคน เมื่อมีคนล็อกกุญแจมือที่แท่นกลางครบ 12 คน เกมจะจบ และคนที่เหลือตกรอบทั้งหมด พิธีกรย้ำเรื่องตัวเลขนี้ด้วยว่ามีกุญแจ 12 ดอกแต่มีคน 20 คน

ช่วงแรกของด่าน แต่ละทีมไปได้เร็วช้าไม่เท่ากัน ทีมสีส้มยังวางแผ่นไม้ไม่ได้เลยสักแผ่น ขณะที่โทเมอร์ หัวหน้าทีมสีเขียว คิดวิธีหมุนแผ่นไม้อีกด้านแล้วดันไปข้างหน้า จนพิธีกรชมว่าฉลาด ทางข้ามยาวมากแต่ไม้มีน้อย ถึงอย่างนั้นทีมสีเขียวก็ไปถึงแท่นกลางเป็นทีมแรก และโทเมอร์เลือกหยิบกุญแจกลับไปช่วยลูกทีม

กลยุทธ์ "เคลียร์สะพาน" ของทีมสีเขียว

พิธีกรอธิบายว่ากลยุทธ์ของโทเมอร์คือปลดล็อกลูกทีมให้ครบทุกคนก่อน แล้วค่อยให้ทุกคนข้ามสะพานมา สะพานจะได้ไม่มีใครยืนขวาง และเขาเดินไปกลับเพื่อหยิบกุญแจได้เร็วขึ้น ตอนที่ลูกทีมคนหนึ่งถามว่าต้องตามไปด้วยไหม โทเมอร์ตอบว่าไม่ต้อง

ทีมสีชมพูที่มีสตีฟเป็นหัวหน้าเลือกอีกวิธี คือปลดล็อกออสตินเป็นคนแรกแล้วให้ข้ามมาเลย ผลคือออสตินไปขวางทาง หัวหน้าเดินต่อไม่ได้ พิธีกรชี้ว่านี่คือปัญหาที่กลยุทธ์ของโทเมอร์ตั้งใจหลีกเลี่ยง แม้ทีมสีชมพูจะเป็นทีมแรกที่พาลูกทีมข้ามมาได้และได้ที่แรกจากสิบสองที่ แต่ช่วงหนึ่งก็ติดขัด พิธีกรสรุปว่าการปล่อยสะพานให้โล่งทำให้หัวหน้าทีมสีเขียวหยิบกุญแจได้มากกว่าทีมอื่น เช่นในช่วงที่โทเมอร์ได้กุญแจดอกที่สามแล้วขณะที่อีกทีมเพิ่งได้ดอกที่สอง พิธีกรยังชมความแข็งแรงของเขาด้วย

ทีมสีฟ้าไปถึงตรงกลางโดยมีลูกทีมตามมาติด ๆ และจองที่แรกของทีมได้สำเร็จ ส่วนทีมสีส้มเจอปัญหาหนัก สะพานวางไม่ดีจนพิธีกรเองยังไม่แน่ใจว่าหัวหน้าทีมจะใช้ได้อีกหรือเปล่า หัวหน้าทีมสีส้มบอกว่าไม้อยู่ไกลเกิน เอื้อมไม่ถึง และสุดท้ายก็ดูเหมือนจะไม่ข้ามกลับไปช่วยใครอีก ในจังหวะหนึ่งมีผู้เล่นพบว่ากุญแจหมดแล้ว

ฉากตัดสินของทีมสีเขียว

ช่วงท้ายเหลือที่ว่างเก้าที่ ขณะที่ทีมสีเขียวถูกปลดล็อกครบทั้งทีมและพากันวิ่งมาที่แท่นกลาง สะพานโยกเยกมาก ลูกทีมคนหนึ่งบอกให้หัวหน้าเอาที่ว่างที่เหลือไปเถอะ แต่โทเมอร์ตอบว่าไม่อยากทิ้งใคร แอชลีย์ ลูกทีมคนสุดท้าย บอกว่ากระโดดไม่ได้ เพื่อน ๆ ต้องตะโกนเร่งให้วิ่งแล้วกระโดด เธอกระโดดมาแล้วเกือบร่วง แต่มีคนคว้าตัวไว้ทัน

ผลลัพธ์ต่างกันสุดขั้ว ทีมสีเขียวมาครบทั้งห้าคน ทีมสีฟ้าและสีชมพูได้ทีมละสามคน ส่วนทีมสีส้มมีแค่หัวหน้าที่ข้ามมาได้ หัวหน้าทีมสีส้มตอบพิธีกรที่ปลอบว่าแย่หน่อยนะ ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของทีม และต้องกำจัดหัวหน้าทีมสีเขียวให้ได้ เพราะเขา "อันตรายเกินไป" ส่วนลูกทีมสีเขียวต่างขอบคุณโทเมอร์ที่พาทั้งทีมมาได้

กับดักที่ 4: เครื่องหมุนยักษ์และการเลือกคู่แข่งเอง

พิธีกรไม่อธิบายด่านที่สี่ แต่สั่งเปิดเครื่องให้ดูเลย ในแต่ละรอบจะมีผู้เล่นสามคนขึ้นไปยืนบนแท่น คอยมุดและกระโดดหลบแขนขนาดยักษ์ของเครื่องหมุน ใครร่วงก็ตกรอบ คนสุดท้ายที่ยังอยู่บนแท่นจะได้เข้ารอบสุดท้าย

ก่อนเริ่ม พิธีกรเรียกผู้เล่นชื่อลาโล่ขึ้นมาและแจ้งว่าแพทย์ไม่อนุญาตให้เขาแข่งด่านนี้ จึงต้องให้เขาถอนตัว และมอบเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้ ลาโล่ขอบคุณและบอกทุกคนว่าเขาเชื่อในตัวทุกคน

กติกาด่านนี้คือให้ผู้เล่นโหวตเลือกหัวหน้า หัวหน้าจะเลือกประเภทเกมจากสามแบบ คือ ความอึด ทักษะ หรือความแข็งแรง แล้วเลือกคู่แข่งอีกสองคนขึ้นไปแข่งด้วย ผู้ชนะแต่ละรอบจะเข้ารอบสุดท้าย และจะเล่นทั้งหมดสี่รอบ จึงมีผู้เข้ารอบสุดท้ายได้แค่สี่คน พิธีกรเตือนว่าการตัดสินใจนี้อาจทำให้ได้หรือพลาดถ้วยรางวัลหนึ่งแสนดอลลาร์

รอบที่ 1: โทเมอร์เลือกความแข็งแรง

ผู้เล่นคนหนึ่งบอกว่ารอบก่อนทีมสีส้มทำได้ไม่ดี อีกคนบอกว่าโทเมอร์พาทีมสีเขียวเข้ารอบ สุดท้ายโทเมอร์ได้เสียงโหวตส่วนใหญ่ เขาบอกว่าจะพยายามให้การแข่งขันยุติธรรม และเลือกความแข็งแรง ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นทั้งสามต้องใส่เสื้อถ่วงน้ำหนัก เขาเลือกไบอันกับสตีเวนเป็นคู่แข่ง ให้เหตุผลว่าอยากให้มีความท้าทาย และถ้าชนะสองคนนี้ได้ก็จะไม่ต้องเจอพวกเขาในด่านต่อไป คู่แข่งฝั่งหนึ่งบอกว่าพวกเขาอายุน้อยกว่าโทเมอร์มาก ส่วนอีกคนบอกว่าโทเมอร์ไม่ควรเลือกเขาถ้าอยากชนะ

การแข่งขันยากกว่าที่เห็น ผู้เล่นต้องทรงตัวให้ดีและพลาดไม่ได้เลย เครื่องเริ่มหมุนเร็วขึ้น เสื้อถ่วงน้ำหนักก็ทำให้เหนื่อยเร็วขึ้นอีก สตีเวนเหนื่อยและร่วงเป็นคนแรก ตามด้วยไบอัน โทเมอร์จึงชนะและได้เป็นหนึ่งในสี่คนสุดท้าย ผู้เล่นที่ดูอยู่คนหนึ่งบอกว่าดีใจที่เขาผ่าน เพราะเขาสมควรชนะแล้ว

รอบที่ 2: เบย์ลี่กับชามลูกปิงปอง

ก่อนลงจากแท่น โทเมอร์ต้องเลือกหัวหน้าคนต่อไป เขาเลือกเบย์ลี่ เธอเลือกเกมทักษะ ผู้เล่นแต่ละคนต้องถือชามที่มีลูกปิงปอง 75 ลูกพร้อมกับหลบเครื่องหมุนไปด้วย เมื่อครบสองนาที ใครมีลูกปิงปองเหลือมากที่สุด หรือใครยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้ชนะ เธอเลือกที.รัฟฟิน หัวหน้าทีมสีส้มที่เคยประกาศว่าจะกำจัดหัวหน้าทีมสีเขียว กับจูเลียน อดีตเพื่อนร่วมทีมสีเขียว พิธีกรเรียกการจับคู่นี้ว่าบ้ามาก ที.รัฟฟินร่วงตั้งแต่เพิ่งเริ่ม ตามด้วยจูเลียน เบย์ลี่จึงเข้ารอบสี่คนสุดท้าย

รอบที่ 3: ออสตินรักษาคำพูด

เหลือผู้เล่นเจ็ดคน เบย์ลี่เลือกออสตินเป็นหัวหน้า เขาเลือกความแข็งแรง และเลือกโจเซฟกับแมตต์เป็นคู่แข่ง พิธีกรถามว่าทำไมไม่เลือกผู้เล่นหญิงสองคนที่ยังเหลืออยู่ ออสตินตอบว่าตอนที่คนอื่นแข่งกันดุเดือด กลุ่มของเขาได้ตกลงกันไว้แล้ว และตอนนี้มีผู้หญิงสองคนเข้ารอบสุดท้ายไปแล้ว เขาจึงอยากรักษาคำพูดของตัวเอง แต่ผลคือออสตินอยู่บนแท่นได้แค่ประมาณห้าวินาที การแข่งจึงเหลือโจเซฟกับแมตต์ และโจเซฟเป็นคนที่ได้ไปรอบสุดท้าย

รอบที่ 4: คินสลีย์ปะทะแอบบี้

เหลือผู้เล่นห้าคน โจเซฟเลือกคินสลีย์เป็นหัวหน้า เหตุผลคือเขาอยู่ทีมสีฟ้า และคินสลีย์ในฐานะหัวหน้าทีมเป็นคนปลดล็อกเขาและพาข้ามสะพานมา คินสลีย์บอกว่าเลือกง่ายมาก และเลือกแข่งความอึดกับแอบบี้ ทั้งสองมุ่งมั่นจนไม่พูดอะไรสักคำ แอบบี้เริ่มจับจังหวะได้ คินสลีย์เกือบร่วงไปครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายแอบบี้เป็นฝ่ายตกรอบ คินสลีย์ได้ตั๋วใบที่สี่เข้ารอบสุดท้าย

กับดักสุดท้าย: หัวใจแก้วและปืนใหญ่

สี่คนสุดท้ายคือโทเมอร์ เบย์ลี่ โจเซฟ และคินสลีย์ พิธีกรบอกว่าหนึ่งในพวกเขาจะได้ถ้วยรางวัลหนึ่งแสนดอลลาร์ต่อหน้าผู้ชมหลายร้อยล้านคนทั่วโลก กติกาเรียบง่ายแต่ผู้เล่นต่างบอกว่าแย่มาก ทุกคนมีหัวใจแก้วสามดวง แต่ละตาผู้เล่นต้องออกมายิงปืนใหญ่ใส่หัวใจแก้วของใครก็ได้ ถ้าหัวใจแตกครบสามดวงก็ตกรอบ คนสุดท้ายที่เหลือได้ถ้วยทองคำ พิธีกรสรุปว่าถ้าไม่ยอมกำจัดคนอื่น ก็จะถูกกำจัดเสียเอง ผู้เล่นบอกกันว่าพวกเขาชอบกันจริง ๆ และบอกรักกันก่อนเริ่ม

รอบแรก: เป้าหมายเปลี่ยนไปมา

โทเมอร์ได้ยิงก่อนเพราะชนะเข้ารอบเป็นคนแรก เขาบอกว่าแผนพังหมด เขาแค่อยากสนุกกับเกมแต่กลับต้องมาทำร้ายคนอื่น และคิดว่าตอนนี้ "คงต้องฆ่าฟันกันเอง" คินสลีย์ตอบพิธีกรว่าถ้าโทเมอร์ยิงเธอ เธอจะยิงคืนแน่นอน และเธอยิงค่อนข้างแม่นเพราะเป็นนักล่าสัตว์ ส่วนปืนใหญ่ก็ดูคล้ายปืนไรเฟิล คำพูดนี้ทำให้โทเมอร์เล็งเธอ เขาบอกว่าคินสลีย์เป็นนักล่าและเป็นภัยสำหรับเขา คินสลีย์พยายามเปลี่ยนใจเขา บอกว่าจริง ๆ เธอยิงไม่เก่ง ปืนนี้ไม่ใช่ไรเฟิล และเธอเคยโหวตให้เขาเป็นหัวหน้า แต่โทเมอร์ยิง และหัวใจแตกไปหนึ่งดวง

ตาของเบย์ลี่ เธอถามโทเมอร์ว่าทำไมเธอถึงไม่ควรยิงเขา โทเมอร์ตอบว่า "ผมรักคุณ" ในจังหวะนั้นโจเซฟเปิดเผยว่าแผนของเบย์ลี่คือให้ทุกคนรุมโทเมอร์ ซึ่งโทเมอร์บอกว่าเจ็บจี๊ด เบย์ลี่เลื่อนปืนไปเล็งโทเมอร์แล้วเลื่อนกลับมาที่โจเซฟ ก่อนยิงพลาด เธออ้างว่าตั้งใจเล็งไปที่พื้นใต้หัวใจของโจเซฟ แต่พิธีกรแซวว่าเธอยิงพลาด พอถามว่าเธออยากกำจัดโจเซฟใช่ไหม เธอตอบว่าแน่นอน

โจเซฟ ซึ่งพิธีกรบรรยายว่าเป็นคนที่ไม่มีใครอ่านออก ยิงสวนกลับไปที่เบย์ลี่และโดน เบย์ลี่คิดว่าเขาคงไม่ชอบที่เธอท้าทาย และบอกว่าโทเมอร์เคยเป็นคนที่อันตรายที่สุด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ตาของคินสลีย์ เธอบอกว่าไม่ชอบเลยที่ต้องยิงโจเซฟ เพราะรู้สึกเหมือนหักหลังเขา แต่เธอต้องวางแผนการตัดสินใจให้ดีขึ้น แล้วเธอก็ยิงโดนหัวใจของโจเซฟ จบรอบแรก ทุกคนเสียหัวใจไปคนละดวง ยกเว้นโทเมอร์ ผู้เล่นคนหนึ่งจึงกังวลว่าโทเมอร์จะทำลายพวกเขาทุกคน

รอบที่สอง: โทเมอร์เริ่มเป็นเป้า

เข้ารอบสอง โทเมอร์บอกว่าเขาต้องทำเพื่อตัวเอง เบย์ลี่ขอบคุณโจเซฟแบบประชดที่ยิงเธอรอบก่อน โจเซฟตอบว่าโทเมอร์คือเป้าหมายใหญ่ที่สุด เพราะเป็นคนเดียวที่ยังมีหัวใจครบสามดวง และถ้าไม่มีเขาก็จะไม่มีใครหยุดโทเมอร์ได้ เบย์ลี่ยิงโดนหัวใจของโจเซฟ แต่ไปโดนดวงที่แตกไปแล้ว จึงไม่มีผลเพิ่ม โจเซฟได้โอกาสและเล็งไปที่โทเมอร์ ยิงโดน ถึงตอนนี้ทุกคนเสียหัวใจแล้ว

ต่อมาคินสลีย์เล็งไปที่หัวใจดวงสุดท้ายของโจเซฟ แต่ลูกกระสุนกระดอนจนพิธีกรตะโกนว่าเธอเกือบฆ่าตากล้องไปแล้ว คนที่ปิดฉากโจเซฟจึงเป็นโทเมอร์ โจเซฟบอกให้ยิงมาเลย และตกรอบไป เขาบอกว่าสนุกดี เหลือสามคนสุดท้าย

เบย์ลี่ถูกล็อบบี้จากทั้งสองฝ่าย

ตาของเบย์ลี่ พิธีกรบอกว่านี่คือโอกาสสำคัญในชีวิตเธอ คินสลีย์ขอร้องไม่ให้ยิงตัวเอง เพราะเชื่อว่าโทเมอร์จะไม่เก็บเบย์ลี่ไว้แน่ และชวนให้ทั้งสองแข่งกันเองต่อ ฝั่งโทเมอร์เตือนเบย์ลี่ว่าเขาเป็นคนดึงเธอขึ้นมาในด่านก่อน ๆ และเป็นคนทำให้เธอมายืนตรงนี้ได้ อีกฝ่ายถึงขั้นเสนอว่าจะย้อมผมเป็นสีแดง เบย์ลี่ยิงพลาดอีกครั้ง

ตาของโทเมอร์ เขายิงโดนหัวใจของคินสลีย์ และมีคนชมว่ายิงแม่นมาก พิธีกรหันไปบอกคินสลีย์ว่าจาก 100 คน เธอติดสามอันดับสุดท้ายแล้ว และเบย์ลี่อาจทำให้เธอตกรอบได้เลย คินสลีย์ย้ำกับเบย์ลี่ว่าการเผชิญหน้ากับโทเมอร์แบบตัวต่อตัวไม่ใช่เรื่องดี โทเมอร์เสนอว่าถ้าเบย์ลี่ยิงคินสลีย์ เขาจะย้อมเคราเป็นสีแดงเหมือนเสื้อของเธอ พิธีกรตอบว่าเธอมาแข่งเพื่อเงินแสน ไม่ใช่เพื่อเคราของเขา

การปิดฉากของโทเมอร์

เบย์ลี่ตัดสินใจยิงหัวใจของโทเมอร์ เขาส่ายหัวและดูไม่พอใจ ในช่วงต่อมามีเสียงยืนยันหลายครั้งว่า "เขาพลาด" คินสลีย์บอกเบย์ลี่ว่าสิ่งที่ต้องทำคือยิงโทเมอร์ และเธอเองก็จะยิงโทเมอร์เหมือนกัน ก่อนนัดตัดสิน ทั้งคู่ขอโทษโทเมอร์ บอกว่าเขาเป็นคนดีมาตลอด และดีใจที่ได้รู้จักเขา เมื่อถูกถามว่าอยากสั่งเสียไหม โทเมอร์ตอบสั้น ๆ ว่า "อายุมั่นขวัญยืน" จากนั้นหัวใจดวงสุดท้ายของเขาก็หล่นลงไป

นัดตัดสิน: เบย์ลี่กับคินสลีย์

เหลือเบย์ลี่ที่มีหัวใจสองดวง และคินสลีย์ที่มีหัวใจดวงเดียว ถึงตาคินสลีย์ เธอบอกเบย์ลี่ว่ารัก และเข้าใจว่านี่เป็นเกม แล้วยิงโดนเต็ม ๆ ทั้งคู่จึงเหลือหัวใจคนละดวงเท่ากัน คินสลีย์บอกว่าหัวใจเต้นแรงมาก และต้องการโอกาสนี้มากกว่าสิ่งใด เธอบอกเบย์ลี่ว่ารัก แต่ถ้าเบย์ลี่ยิงพลาด เธอจะเป็นฝ่ายเอาเบย์ลี่ออกเอง

นัดต่อไปจึงเป็นนัดที่อาจตัดสินว่าเบย์ลี่จะได้ถ้วยทองคำหรือไม่ คินสลีย์ไม่กล้ามอง คนรอบข้างเชียร์ว่าเธอทำได้ เบย์ลี่ยิงโดนหัวใจดวงสุดท้ายของคินสลีย์ และตะโกนบอกพ่อแม่ว่าเธอยิงโดนแล้ว คินสลีย์บอกว่าภูมิใจในตัวเบย์ลี่และเธอสมควรชนะ เบย์ลี่ชนะการแข่งขันที่เริ่มต้นจาก 100 คน และได้ถ้วยทองคำมูลค่าหนึ่งแสนดอลลาร์ไป ตอนท้ายพิธีกรยังเตือนเธอติดตลกว่าห้ามเป็นลม ซึ่งเธอสาบานว่าตัวเองสบายดี