มิสเตอร์บีสต์สร้างบ้าน 100 หลังแจกฟรีให้ครอบครัวในหลายประเทศ

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

ในคลิปนี้ มิสเตอร์บีสต์และทีมตั้งเป้าสร้างบ้าน 100 หลังแล้วมอบให้ครอบครัวที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง หรือที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ไม่ปลอดภัยอย่างร้ายแรง ทีมเดินทางไปหลายประเทศในละตินอเมริกาและแคริบเบียน มอบบ้านทีละครอบครัวบ้าง ทีละหลายครอบครัวพร้อมกันบ้าง แต่ละครั้งใช้รูปแบบเดียวกัน คือปิดตาครอบครัวไว้แล้วให้หันมาเห็นบ้านใหม่ มิสเตอร์บีสต์อธิบายว่าบ้านทุกหลังในคลิปมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและให้พื้นที่ปลอดภัยแก่ครอบครัวที่ไม่มีบ้าน และระบุว่าทีมใช้เงินไป "หลายล้านดอลลาร์" ในโครงการนี้

7 นาทีในการอ่าน

บ้านหลังแรก: ครอบครัวที่ไม่มีบ้านของตัวเอง

คลิปเปิดด้วยการมอบบ้านหลังแรกจากทั้งหมดร้อยหลัง ครอบครัวนี้ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองและไม่รู้มาก่อนว่าทีมสร้างบ้านให้แล้ว เมื่อถอดผ้าปิดตาและหันไปเห็นบ้านใหม่ สมาชิกในครอบครัวตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะเมื่อพบว่าบ้านมีห้องนอน ผู้ปกครองคนหนึ่งเล่าว่าอยากให้ลูกได้นอนเตียงสองชั้นมานานแล้ว และบอกว่าความฝันนี้เป็นจริงแล้ว พอได้ยินว่านี่เป็นเพียงหลังแรก พวกเขาก็ถามกลับด้วยความแปลกใจว่า "หลังแรก?"

จาไมก้า: บ้านที่สร้างเองบนภูเขา

มิสเตอร์บีสต์ให้เหตุผลที่เลือกทำงานในจาไมก้าว่า ที่นั่นมีผู้คนมากกว่าห้าแสนคนอาศัยอยู่ในที่ไม่ปลอดภัยและเสี่ยงต่อชีวิต ครอบครัวถัดมาอยู่ในบ้านที่ไม่มั่นคงและอาจพังลงได้ทุกเมื่อ เจ้าของบ้านเล่าว่าสร้างบ้านหลังนั้นด้วยตัวเองคนเดียว จากแผ่นไม้และวัสดุเท่าที่หาได้ บ้านตั้งอยู่บนภูเขา และเขาต้องเทินวัสดุไว้บนหัวแบกขึ้นมาเอง

ทีมจึงหลอกให้ครอบครัวนี้ไปเที่ยว เพื่อให้มีเวลาพอทำงานกับพาร์ตเนอร์สร้างบ้านหลังใหม่ เมื่อครอบครัวกลับมา นอกจากตัวบ้านแล้วยังมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เพราะทีมเห็นว่าพวกเขาน่าจะต้องใช้ บ้านมีไฟฟ้าและแท็งก์น้ำ ห้องหนึ่งมีเตียงสองชั้นสำหรับเด็กสองคน ส่วนห้องนอนของพ่อแม่อยู่อีกฝั่งของโถง ทีมเตรียมเปลไว้ด้วยเพราะทราบว่าครอบครัวมีลูกเล็ก ผู้เป็นพ่อกล่าวว่าพวกเขาลำบากมามาก แล้วทีมก็มาเปลี่ยนชีวิตพวกเขา จากนั้นมิสเตอร์บีสต์มอบโฉนดบ้านอย่างเป็นทางการให้

อีกครอบครัวหนึ่งที่คลิปพาไปดูอาศัยอยู่ในบ้านที่หลังคาเสียหาย ผู้เป็นแม่เล่าว่าทุกครั้งที่ฝนตก น้ำจะท่วมทั้งบ้าน ลูกเปียกปอนและนอนไม่หลับ ทีมสร้างบ้านใหม่และมอบกุญแจให้ เธอพูดออกมาว่าเธอได้บ้านใหม่แล้ว มิสเตอร์บีสต์ย้ำว่าทีมสร้างบ้านให้หลายครอบครัวในจาไมก้า และจะไม่หยุดจนกว่าจะครบร้อยหลัง

ชุมชนริมแม่น้ำที่ถูกน้ำพัดบ้านทุกปี

จุดหมายถัดไปเป็นชุมชนที่มีแม่น้ำพังบ้านเรือนนับร้อยหลังทุกปี ในฤดูฝน แม่น้ำจะเชี่ยวกรากและพัดพาบ้านเรือนไปพร้อมกับผู้คนที่อยู่ข้างใน มิสเตอร์บีสต์ชี้ให้ดูตู้เย็นที่ติดค้างอยู่ริมแม่น้ำ และสันนิษฐานว่าตู้เย็นไปติดอยู่ตรงนั้นเพราะบ้านถูกน้ำพัดหายไป คนในพื้นที่ยืนยันว่าใช่ และยืนยันด้วยว่าเมื่อน้ำท่วม บ้านที่มีคนอาศัยอยู่แถวนั้นจะถูกพัดพังแน่นอน

ทีมจึงสร้างบ้านใหม่เรียงเป็นแถวในจุดที่ห่างจากแม่น้ำไปไม่กี่ไมล์ เพื่อให้ชุมชนนี้ย้ายไปอยู่ ครอบครัวแรกที่ได้รับคือมาเรียกับลูกสาว บ้านเก่าของทั้งสองถูกแม่น้ำพัดพังในช่วงหน้าฝน พวกเธอไม่มีแม้แต่เตียงนอน และต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากทุกวัน มาเรียภาวนาขอให้พระเจ้าช่วยให้เธอเข้มแข็ง

เมื่อเห็นบ้านใหม่ มาเรียร้องขอบคุณพระเจ้า และขอกอดมิสเตอร์บีสต์ ระหว่างพาเดินชมบ้าน ทีมเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้บอกว่าบ้านนี้ให้ฟรี เมื่อแจ้งว่าไม่ต้องจ่ายเงินและทุกอย่างฟรี มาเรียก็ยิ่งดีใจ คนในทีมแซวว่าการไม่บอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเป็นเรื่องบ้ามาก มาเรียขอลองนอนบนเตียง แล้วพูดว่าเธอจะหลับแล้ว ทีมซื้อเปลไว้ให้ด้วยเพราะทราบว่ามีเด็กเล็ก มิสเตอร์บีสต์บอกว่ารอยยิ้มของพวกเขาคือเหตุผลที่ทีมทำคลิปแบบนี้ และบอกมาเรียว่าเธอไม่ต้องกังวลเรื่องแม่น้ำอีกแล้ว

มอบบ้านแปดหลังพร้อมกันทั้งล็อก

ต่อมามิสเตอร์บีสต์ยืนอยู่หน้าบ้านทั้งล็อก โดยมีครอบครัวยืนปิดตาอยู่หน้าบ้านแต่ละหลัง เขาพูดติดตลกว่าทีมไม่ได้ลักพาตัวใคร แต่กำลังจะมอบบ้านทั้งหมดในครั้งเดียว ทำให้ชีวิตของแปดครอบครัวเปลี่ยนไป เมื่อทุกคนเปิดผ้าปิดตา หลายคนถามว่า "จริงเหรอ? ฟรีเหรอ?" มีคนหนึ่งขอบคุณ "จิมมี่" สำหรับบ้าน มิสเตอร์บีสต์เดินไปถามความรู้สึกทีละครอบครัวจนถึงหลังสุดท้ายของล็อก คำตอบที่ได้คือบ้านสวยมากและเยี่ยมมาก

สนามฟุตบอลและช็อกโกแลตสำหรับเด็ก ๆ

เด็กคนหนึ่งในล็อกขอถ่ายรูปกับมิสเตอร์บีสต์ เขาตอบว่ามีสิ่งที่ดีกว่านั้น แล้วชวนเด็กไปเล่นฟุตบอล เพราะนอกจากบ้านแล้ว ทีมยังสร้างสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ให้ชุมชนด้วย มีเด็กหลายร้อยคนรออยู่ที่สนาม และนั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นสนามใหม่ ทีมแจกอุปกรณ์กีฬาใหม่ให้เด็กทุกคนด้วย

จากนั้นเด็ก ๆ เริ่มตะโกนเรียกหา "ฟีสเตเบิลส์" (Feastables) ช็อกโกแลตแบรนด์ของมิสเตอร์บีสต์ เขาจึงแจกให้ และบอกว่าคราวหน้าจะพกมาเยอะ ๆ เด็กคนหนึ่งพูดว่าฟีสเตเบิลส์อร่อยกว่าเฮอร์ชีส์ มิสเตอร์บีสต์บอกติดตลกว่าเขาไม่รู้ว่าเด็กพูดอะไร แต่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์

เอลซัลวาดอร์ อาร์เจนตินา และเม็กซิโก

คลิปบอกว่านอกจากชุมชนนี้แล้ว ยังมีครอบครัวอื่นในเอลซัลวาดอร์ที่ต้องการบ้านที่ปลอดภัย ก่อนออกเดินทาง ทีมจึงสร้างบ้านเพิ่มเท่าที่ทำได้ มิสเตอร์บีสต์บอกว่าถึงตอนนั้นโครงการเพิ่งมาได้ครึ่งทาง

ทีมเดินทางต่อไปยังชุมชนเล็ก ๆ ในอาร์เจนตินา และสร้างบ้านหลายหลังเพื่อให้เด็กทุกคนมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเรียนรู้และเติบโต เนื่องจากภารกิจยังไม่เสร็จ ทีมจึงบินกลับไปเม็กซิโกและสร้างบ้านให้คนในชุมชนที่นั่นต่อ คลิปเล่าช่วงนี้เพียงสั้น ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดรายครอบครัว

โคลอมเบีย: บ้านที่ถูกทอร์นาโดพัดหาย

ในโคลอมเบีย ทีมพบชุมชนที่บ้านเรือนถูกพายุพัดพัง มิสเตอร์บีสต์เน้นว่าครอบครัวถัดไป "เคย" มีบ้าน เพราะทอร์นาโดพัดบ้านไปหมดแล้ว และเห็นได้ชัดว่าบ้านที่เหลืออยู่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทีมจึงสร้างบ้านใหม่ให้จอห์นและอานา ซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าจะได้บ้าน

เมื่อเปิดตา มิสเตอร์บีสต์ยอมรับว่าเรื่องนี้อาจดูเกินจริง แต่นี่คือบ้านของพวกเขาจริง ๆ แล้วให้พวกเขาลองไขกุญแจ ทั้งคู่อึ้งไป มิสเตอร์บีสต์พูดตรง ๆ ว่าคิดว่าพวกเขายังไม่เชื่อว่านี่เป็นบ้านของตัวเอง และแม้จะไม่ได้พูดอะไร น้ำตาก็เป็นคำตอบ อานาบอกว่าบ้านใหญ่มาก เมื่อก่อนมีห้องแค่ครึ่งเดียว แล้วร้องซ้ำ ๆ ว่าเรามีบ้านแล้ว มิสเตอร์บีสต์กล่าวว่าจอห์นกับอานาไม่ใช่คู่เดียวที่ต้องการความช่วยเหลือ และว่าไม่ควรต้องมาย้ำกันด้วยซ้ำว่าทุกคนควรมีบ้านที่ปลอดภัยคุ้มหัว

อุปสรรค: ประตูที่ (คิดว่า) ล็อกพัง

ระหว่างเตรียมบ้านอีกหลัง ทีมเจอปัญหา มิสเตอร์บีสต์บอกว่าเผลอทำล็อกประตูพัง ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ยังวางอยู่ข้างนอก หน้าต่างก็ติดเหล็กดัดไว้แล้วจนเข้าไปไม่ได้ ส่วนครอบครัวกำลังจะมาถึง ทีมยอมรับว่าไม่รู้จะทำอย่างไร และคิดว่าคราวนี้ซวยแล้ว

เมื่อครอบครัวมาถึง มิสเตอร์บีสต์อธิบายว่าเขาทำประตูพังจนเปิดไม่ได้ แต่ครอบครัวลองเปิดแล้วก็เปิดได้ตามปกติ ทีมจึงถามกันเองว่าพวกเราโง่หรือเปล่า และมิสเตอร์บีสต์บอกว่าตัวเขาไม่ได้เก่งเรื่องสะเดาะกลอน เพราะเหตุนี้ครอบครัวจึงเข้าบ้านทั้งที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ข้างใน แต่มิสเตอร์บีสต์มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือโฮเซ่และครอบครัวมีที่ที่เรียกว่าบ้านแล้ว และไม่ต้องกังวลเรื่องที่อยู่อาศัยอีก

มอเตอร์ไซค์และจักรยาน: ปัญหาการเดินทาง

ทีมทราบมาว่ายานพาหนะของครอบครัวโฮเซ่เสีย จึงซื้อมอเตอร์ไซค์ให้เป็นเซอร์ไพรส์อีกอย่าง ครอบครัวกล่าวขอบคุณทั้งภาษาไทยในพากย์และ "กราเซียส" มิสเตอร์บีสต์สรุปว่าตอนนี้พวกเขามีทั้งบ้านใหม่และพาหนะสำหรับเดินทาง

กรณีนี้ทำให้มิสเตอร์บีสต์สังเกตว่า ในพื้นที่ที่ไปแจกบ้าน ผู้คนเดินทางไปมาลำบากมาก เขาจึงแก้ปัญหาด้วยของที่บรรทุกมาในรถ คือจักรยานสำหรับเด็กทุกคนในหมู่บ้าน เด็ก ๆ ตะโกนขอบคุณมิสเตอร์บีสต์

บ้านหลังที่ร้อย และสิ่งที่ผู้พูดมองไปข้างหน้า

หลังจากมอบบ้านให้ชาวโคลอมเบียแล้ว ยังเหลือบ้านหลังสุดท้ายคือหลังที่ร้อย ครอบครัวสุดท้ายเปิดตาหันมาเห็นบ้านใหม่และกล่าวขอบคุณซ้ำหลายครั้ง

ในตอนท้าย มิสเตอร์บีสต์ขอบคุณพาร์ตเนอร์ทุกรายที่ช่วยกันสร้างบ้าน และขอบคุณผู้ชม โดยให้เหตุผลว่าถ้าไม่มีคนดูคลิปของเขา ทีมก็คงสร้างบ้านไม่ถึงร้อยหลัง เขาปิดท้ายด้วยการคาดการณ์ว่า ถ้าช่องเติบโตขึ้นไปอีก ในอนาคตอาจได้สร้างบ้านอีกพันหลัง