มิสเตอร์บีสต์สานฝันเด็ก 100 คน: จากดิสนีย์เวิลด์ถึงการบริจาคเลือดและทุนวิจัยมะเร็งในเด็ก

เปิดใน YouTube ↗
ภาพรวม

คลิปนี้มิสเตอร์บีสต์ตั้งเป้าว่าจะทำให้ความฝันของเด็ก 100 คนเป็นจริง เด็กส่วนใหญ่ในคลิปกำลังรักษาหรือเคยรักษามะเร็งมาแล้ว เขาเปิดคลิปด้วยการเปรียบเทียบว่าผู้ชมส่วนใหญ่คงมีวัยเด็กคล้าย ๆ เขา แต่เด็กอย่าง "แมค" ต้องใช้ช่วงวัยนั้นต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด เขาบอกด้วยว่างานนี้ไม่ได้ทำคนเดียว มีครีเอเตอร์ระดับโลก นักดนตรี นักแสดงเจ้าของรางวัล และนักกีฬาอย่างเลอบรอน เจมส์มาช่วยกัน คลิปเริ่มจากการสานฝันทีละคน แล้วค่อย ๆ ขยับไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือคนทั่วไปจะช่วยผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างไร และจะทำอย่างไรให้เด็กไม่ต้องเผชิญมะเร็งตั้งแต่แรก

9 นาทีในการอ่าน
0:19

พรข้อแรก: แมคอยากไปเล่นสกี

แมคเพิ่งผ่านการรักษามะเร็งมาได้ เมื่อถูกถามว่าถ้าขอพรได้หนึ่งข้อจะขออะไร คำตอบคือ "ไปสกีครับ" ทีมงานจึงพาไปเล่นสกีและแข่งไถลลงเนินกัน โดยตั้งกติกาว่าใครลงถึงช้าสุดแพ้

คลิปแทรกเสียงแม่ของแมคเล่าย้อนถึงวันที่ผลตรวจออก แมคจับมือแม่ไว้แล้วบอกว่า "แม่ครับ มันอาจจะยาก แต่ผมต้องไม่เป็นไร" มิสเตอร์บีสต์ย้ำว่านี่เป็นแค่พรข้อแรกจากทั้งหมดร้อยข้อ

ริเวอร์กับปุ่มระเบิด และการเหมาดิสนีย์เวิลด์

ริเวอร์ขอแค่ได้เจอมิสเตอร์บีสต์ แต่เขาอยากจัดให้มากกว่านั้น จึงให้ริเวอร์กดปุ่มที่ทำให้เกิดการระเบิดทันที เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร เด็ก ๆ ตอบว่าตื่นเต้น

มิสเตอร์บีสต์บอกว่าพรที่เด็ก ๆ ขอมากที่สุดคือการไป "สถานที่ที่วิเศษที่สุดในโลก" เด็ก 30 คนจึงได้เหมาดิสนีย์เวิลด์ หลายคนมาเป็นครั้งแรก ทุกคนขึ้นเครื่องเล่นได้เลยโดยไม่ต้องต่อคิว บางคนเลือกเครื่องเล่นโปรด บางคนขึ้นม้าหมุน บางคนไปเจอตัวละครที่ชอบ มิสเตอร์บีสต์เองสารภาพว่าเกลียดรถไฟเหาะ ส่วนเด็กบางคนแค่อยากเห็นทาริก เพื่อนร่วมทีม ขวัญผวาบนเครื่องเล่น

เหตุผลที่การสานฝันมีความสำคัญ

มิสเตอร์บีสต์บอกว่ายังมีเด็กอีกหลายคนรออยู่ และมีคนดังอย่างเดอะร็อก สปีด และคนอื่นอีกมากมาร่วมด้วย จากนั้นคลิปพาไปที่โรงพยาบาล เขาถามคนในโรงพยาบาลว่าทำไมการสานฝันถึงสำคัญ คำตอบคือการสานฝันเป็นการเยียวยาชีวิต ช่วยสร้างความทรงจำล้ำค่าที่ทำให้เด็ก ๆ มีแรงสู้ต่อ และไม่ได้ช่วยแค่ตัวเด็ก แต่ช่วยครอบครัวด้วย มิสเตอร์บีสต์บอกว่านี่คือเหตุผลที่ทำคลิปนี้ขึ้นมา

ฝันที่กระจายไปทั่วโลก: ฉลามวาฬ ละครเวที จรวด และเอฟวัน

คลิปช่วงนี้ไล่ดูพรหลายข้ออย่างรวดเร็ว แอดิสันอยากว่ายน้ำกับฉลามวาฬ ซึ่งคลิประบุว่าเป็นปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้ทำจริง ที่ลอนดอน ทีมงานเซอร์ไพรส์เดซี่ แฟนตัวยงของละครเวที ด้วยประสบการณ์แบบวีไอพีพร้อมของขวัญ

อีกภารกิจหนึ่งร่วมกับบลูออริจินและสเปซเอ็กซ์ เด็ก ๆ ได้เซ็นชื่อบนจรวดฟอลคอนไนน์ของจริงก่อนปล่อยตัว ส่วนแฮร์รี่กับไบรอันได้ทำฝันเรื่องเอฟวันให้เป็นจริง และได้สัมผัสแรงสั่นสะเทือนของพื้นจากรถแข่ง

ที่ปารีส มีการเซอร์ไพรส์แฟนตัวยงของช่อง และมีเด็กสี่คนได้แข่งชาเลนจ์แบบมิสเตอร์บีสต์ด้วยการวาดโลโก้ช่อง เด็กคนหนึ่งเล่าว่าภาพนั้นตอนนี้อยู่ในห้องของตัวเองแล้ว

เด็กที่อยากเจอมิสเตอร์บีสต์ ได้เจอเลอบรอน เจมส์ด้วย

เด็กกลุ่มหนึ่งขอแค่ได้เจอมิสเตอร์บีสต์ แต่เขาบอกว่าพา "คนที่สูงกว่า" มาด้วย และรู้มาว่าเด็ก ๆ ชอบบาสเกตบอล แขกคนนั้นคือเลอบรอน เจมส์ เด็ก ๆ ตื่นเต้นจนพูดว่าตัวจะระเบิดแล้ว และถามว่าตัวเองไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม เลอบรอนชู้ตบาสโชว์ตามที่เด็กขอ จากนั้นเด็กคนหนึ่งก็ลองชู้ตเองจนลง

เลอบรอนมอบกุญแจ House Three Thirty ของมูลนิธิเขาให้เด็ก ๆ ไปใช้ คลิปอธิบายว่าที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์ชุมชนที่มีเกมและอาหาร แต่มูลนิธิของเลอบรอนตั้งใจพัฒนาชุมชนและสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งในเมืองแอครอน ในอาคารยังมีห้องนอนของเลอบรอนด้วย ซึ่งทีมงานแซวกันว่าจะดูแลห้องให้อย่างดี หลังจากนั้นสปีดก็ปรากฏตัวมาทักทายเด็ก ๆ ด้วย

เหมาห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกและร้านที่ของฟรีทั้งร้าน

มิสเตอร์บีสต์พาเด็กกลุ่มต่อไปไปที่ห้างที่เขาเรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลก และบอกว่าที่นี่เป็นของเด็ก ๆ ทั้งวัน อยากทำอะไรก็ได้ เขาให้เหตุผลว่าเด็กหลายคนแทบไม่มีโอกาสได้สนุกเลยเพราะต้องรักษามะเร็ง จึงตัดสินใจเหมาห้างที่มีทุกอย่างครบเพื่อเซอร์ไพรส์พวกเขา เด็ก ๆ ได้เล่นสวนสนุกในห้าง ส่วนทาริกถูกเด็กชื่อเอลล่าพาขึ้นเครื่องเล่นที่ทำให้เขากลัวอีกรอบ

จากนั้นเขาประกาศว่าทุกอย่างในร้านข้างหลังฟรีหมดโดยเขาจ่ายเอง เด็กคนหนึ่งเปรียบว่าเหมือนร้านขนมฟรี ทีมงานบอกว่ายิ่งของแพงยิ่งสะใจเพราะรูดบัตรจิมมี่ เด็ก ๆ โกยของจนรถเข็นล้น มิสเตอร์บีสต์จึงพาเพื่อนมาช่วยขน เมื่อมีคนถามเรื่องงบ คำตอบคือ "ไม่อั้น" และให้ทั้งร้านฟรี มีมุกที่เขาส่งซานติอาโกไปช่วยขนเพราะ "แทบไม่ออกกำลังกาย" เด็ก ๆ จึงยกของทั้งหมดให้ซานติอาโกแบก จนกลายเป็นว่าซานติอาโก "เหมาหมดร้าน"

เด็กที่ไม่อยากออกกล้องก็ยังได้รับพร

มิสเตอร์บีสต์ชี้แจงกลางคลิปว่าถ้าเด็กคนไหนไม่อยากออกกล้องก็ไม่จำเป็นต้องออก ทีมงานยังสานฝันให้เหมือนเดิม เขายกตัวอย่างเด็กคนหนึ่งที่ไม่อยากปรากฏในคลิป ซึ่งได้จอมอนิเตอร์และคอมพิวเตอร์ไอบายพาวเวอร์ใหม่ไว้เล่นเกมที่อยากเล่น

ในช่วงเดียวกันเขาถามคนในโรงพยาบาลว่าผู้ชมทางบ้านจะช่วยผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างไร คำตอบคือไปเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาล ไปอ่านหนังสือให้เด็กที่กำลังเผชิญโรค หรือพูดให้ตรงที่สุดคือถ้ามีเพื่อนป่วยเป็นมะเร็งแล้วยังไม่เคยไปเยี่ยม ก็แค่ไปเยี่ยม เพราะสิ่งนี้มีคุณค่ากับพวกเขา

6:56

เจเรไมอาห์กับฝันที่จะได้เล่นให้สตีลเลอร์ส

พรข้อต่อไปพาไปที่ศูนย์ฝึกของทีมอเมริกันฟุตบอลสตีลเลอร์สเพื่อเซอร์ไพรส์เจเรไมอาห์ แม่เล่าว่าลูกอยากเล่นให้สตีลเลอร์สมาตลอด เจเรไมอาห์ได้แต่งชุดลงสนาม วิ่งทำทัชดาวน์ และถูกเรียกว่า "ราชาเจเรไมอาห์"

ประเด็นสำคัญในช่วงนี้มาจากคำพูดของครอบครัว เจเรไมอาห์ต้องผ่าตัดจึงเล่นกีฬาที่มีการปะทะไม่ได้ แม่บอกว่าดีใจมากที่ได้เห็นลูกทำฝันที่ปกติไม่มีโอกาสได้ทำ และมีคนพูดว่าประสบการณ์นี้เป็นแรงผลักดันให้เขาไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่ต้องเผชิญ

ยูทูบเบอร์คนโปรด ศิลปิน เชฟ และของขวัญที่อยากได้

มิสเตอร์บีสต์บอกว่าน่าเสียดายที่เด็กเหล่านี้ต้องสูญเสียวัยเด็กไป จึงชวนยูทูบเบอร์ที่เด็ก ๆ ชอบมาเล่นด้วย ลอเรนซีไซด์มาเซอร์ไพรส์แอ็บบี้ เด็กอีกสองคนได้เจอเคเอสไอ และได้รูดบัตรของมิสเตอร์บีสต์ในร้านของเล่นแบบไม่อั้น จนได้ PS5 มาห้าเครื่องเพื่อตั้งไว้ห้องละเครื่อง

ยังมีพรอีกหลายข้อในช่วงนี้ วงสเตรย์คิดส์มาจัดมีตแอนด์กรีตให้เอสราและให้ดูการแสดงแบบใกล้ชิด บรู๊คได้ทำอาหารกับคริสตินา โทซิ เชฟเจ้าของรางวัล และได้คิดเมนูของหวานของตัวเอง เชลบีได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ผีสิงในเวกัสกับแซมและโคลบี เชลบีบอกว่าอินกับโคลบีมากเพราะโคลบีเคยเป็นมะเร็งเหมือนกัน โจชัวได้เครื่องแกะสลักเลเซอร์ที่อยากได้มาตลอด และบอกว่าดีกว่าที่จินตนาการไว้ ส่วนอาลิยาห์ขอของจากแอปเปิลและได้รับตามที่ขอ

ทีมงานยังยกเกมแบบคลิปมิสเตอร์บีสต์เวอร์ชันมินิมาตั้งรอบห้องให้เด็ก ๆ แข่ง เช่นด่านที่ต้องโต้ลมแล่นเรือไปยังเกาะ ผู้ชนะได้เอกซ์บอกซ์เครื่องใหม่

9:08

ฮาวาย โมอาน่า และองค์กรสานฝันที่ทำงานทุกวัน

พรอีกข้อทำร่วมกับดิสนีย์ เด็กสามคนบินไปฮาวายเพื่อพักหนึ่งสัปดาห์ที่ดิสนีย์ออลานีรีสอร์ต เด็กคนหนึ่งขอเป็นคนพูดประโยค "อโลฮา ยินดีต้อนรับสู่ฮาวาย" เอง พวกเขาได้เจอมิกกี้และผองเพื่อน เล่นน้ำทะเล และขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมรอบเกาะ เพราะเด็ก ๆ เป็นแฟนตัวยงของโมอาน่า ดิสนีย์จึงเชิญไปพบนักแสดงจากเรื่องโมอาน่าตัวจริง

มิสเตอร์บีสต์อยากเพิ่มเซอร์ไพรส์สุดท้าย จึงไปรอเด็ก ๆ ที่งานเปิดตัวหนังโมอาน่าโดยที่เด็กไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น เด็กคนหนึ่งบอกว่าทริปนี้ดีกว่าที่คิดไว้ จากนั้นเขาให้ดิสนีย์ ซึ่งเขาเรียกว่าองค์กรสานฝันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำภารกิจต่อ คลิปตัดไปยังเด็กหลายคนที่ได้เจอสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ รวมถึงเอมมานูเอลที่ได้เจอคนที่อยากเจอเสียที

มิสเตอร์บีสต์บอกว่าความฝันแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันผ่านองค์กรสานฝันของดิสนีย์และ Give Kids The World องค์กรไม่แสวงกำไรที่มอบทริปพักผ่อนฟรีหนึ่งสัปดาห์ให้เด็กป่วยวิกฤตและครอบครัวได้สร้างความทรงจำร่วมกัน เขาชวนผู้ชมบริจาค 10 ดอลลาร์ให้องค์กรนี้เพื่อลุ้นสิทธิ์พักหนึ่งคืนในห้องสวีทบนยอดปราสาทซินเดอเรลลาในดิสนีย์เวิลด์ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นห้องหนึ่งเดียวในโลกที่มีเงินก็ซื้อไม่ได้ เหตุผลที่เขาให้ไว้คือ การทำให้เด็กที่กำลังลำบากมีสิ่งให้รอคอยและมีความสุขเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน

11:49

พรของผู้ขอพรที่อายุมากที่สุด: บริจาคเลือดให้ผู้ป่วยคนอื่น

ผู้ขอพรที่อายุมากที่สุดในคลิปไม่ประสงค์ออกนาม และขอให้ทีมงานช่วยผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นแทน ทีมงานจึงจัดงานรับบริจาคโลหิต ทั้งเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว ผู้ร่วมงานอธิบายว่าเวลาผู้ป่วยรับการรักษามะเร็ง บางครั้งเซลล์เลือดจะถูกทำลายไปด้วย จึงต้องเติมเลือดใหม่เข้าไปทดแทน

ตัวเลขที่พูดถึงในช่วงนี้คือ แต่ละปีมีเด็กทั่วโลกราว 400,000 คนป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งผู้พูดเน้นว่าเป็น "เด็ก" ไม่ใช่คนทั่วไป และมีผู้ใหญ่สุขภาพดีเพียงสองสามเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่บริจาคเลือด คลิประบุว่าเลือดที่ได้จากงานนี้มากพอจะช่วยชีวิตคนได้เป็นพัน มีคนพูดว่าถ้าไม่มีกำลังทรัพย์บริจาคเงิน การบริจาคเลือดก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม มิสเตอร์บีสต์ชอบประโยคนี้และสรุปว่า "ถ้าบริจาคเงินไม่ได้ ก็บริจาคเลือดแทน"

13:00

งานวิจัย ความหวังของผู้รอดชีวิต และทุน 6 ล้านดอลลาร์

คลิประบุว่าแต่ละปีมีเด็กทั่วโลกกว่า 105,000 คนเสียชีวิตจากมะเร็ง แต่เบื้องหลังทุกชีวิตที่รอดมาได้มีหมอ นักวิจัย และอาสาสมัครจำนวนมาก ตัวอย่างที่ยกมาคือเซนต์บอลดริก ซึ่งอาสาสมัครโกนหัวเพื่อแสดงพลังเคียงข้างเด็กที่สู้กับโรค ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเล่าว่าสิ่งนี้ทำให้มีกำลังใจมากตอนสู้กับลูคีเมีย นอกจากนี้ยังมีบริษัทอย่างแอมเจนที่พัฒนาการรักษามะเร็งยุคต่อไป ผู้พูดอีกคนบอกว่างานวิจัยทำให้มีความหวังว่าเด็ก ๆ จะไม่ต้องทนทุกข์กับเคมีบำบัดนานถึงสองปีครึ่งอีกต่อไป

อีกคนเล่าว่าตรวจพบมะเร็งตอนอายุ 21 ปี แต่ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ จึงได้รับการรักษาทางเลือก และตอนนี้หายขาดมาห้าปีแล้ว คลิปยังกล่าวถึง Stand Up To Cancer ในฐานะองค์กรที่ทำงานทุกวันเพื่อเปลี่ยนสถานการณ์นี้

ช่วงท้าย มิสเตอร์บีสต์บอกว่าผู้ชมได้เห็นการสานฝันให้เด็กร้อยคนแล้ว แต่เขาเชื่อว่าพรที่ดีที่สุดสำหรับเด็กเหล่านี้คือการไม่ต้องเผชิญมะเร็งตั้งแต่แรก Stand Up To Cancer กำลังทำเรื่องนี้ด้วยการตั้ง "ดรีมทีม" และระดมทุนเพื่อดึงนักวิจัยมะเร็งระดับโลกมาร่วมกันยุติมะเร็งในเด็ก เขาประกาศว่าเขาร่วมกับแอมเจนและเซนต์บอลดริกบริจาค 6 ล้านดอลลาร์เป็นทุนเริ่มต้นให้ดรีมทีมชุดนี้ และบอกว่าเงินจำนวนนี้จะเปลี่ยนชีวิตเด็กได้มาก แต่เขาก็ยอมรับว่าการแก้ปัญหานี้ต้องใช้เงินมากกว่า 6 ล้านดอลลาร์ จึงชวนผู้ชมร่วมบริจาคเพิ่ม คลิปปิดท้ายด้วยความเห็นว่าไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องทนทุกข์กับมะเร็ง และความหวังว่าความพยายามนี้จะช่วยหยุดโรคได้